โพสต์

ข่าวดี !!! วัคซีนของ Sinovac ก้าวสู่เฟส สุดท้าย เริ่มทดลองที่บราซิลเกือบหมื่นคน
ก่อนจะฉีดให้กับคนบราซิลนับล้านฟรีต่อไป
บริษัทวัคซีนของจีนคือ Sinovac Biotech Ltd. ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประกาศจะทำการทดลองฉีดวัคซีนในมนุษย์เป็นขั้นตอนสุดท้ายคือเฟสสาม ก่อนที่จะนำมาใช้จริงกับประชาชนทั่วไปต่อไป
เนื่องจากประเทศจีนมีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ลดลงมาก ทำให้ไม่สามารถจะใช้ประเทศจีนเป็นสถานที่ทดลองวิจัยวัคซีนในเฟสที่สามได้
เนื่องจากการทดลองเฟสที่สามนั้น ต้องใช้อาสาสมัครหลายพันถึงหลายหมื่นคน เพื่อที่จะรับวัคซีนเปรียบเทียบควบคู่ไปกับอาสาสมัครจำนวนเท่ากันที่ได้รับยาหลอก(Placebo) แล้วดูว่ากลุ่มที่ได้รับวัคซีนจะมีผลการติดเชื้อน้อยกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญหรือไม่
การศึกษาวิจัยในเฟสที่สามดังกล่าว ถ้าทำการศึกษาวิจัยในประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อต่ำ จะทำให้พบว่ากลุ่มที่ได้รับวัคซีนแม้ไม่มีคนติดเชื้อเลย แต่กลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนก็ไม่มีการติดเชื้อเช่นเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถสรุปความสำเร็จของวัคซีนป้องกันโรคได้
จีนจึงต้องแสวงหาความร่วมมือกับประเทศที่มีการติดเชื้อสูง ขณะนี้ได้มีการติดต่อไว้แล้วอย่างน้อยสามประเทศ ได้แก่
1) บราซิล มีการติดเชื้อเป็นอันดับสองของโลก
ผู้ติดเชื้อจำนวน 2.12 ล้านคน เสียชีวิต 80,251 คน.
2)บังคลาเทศ มีการติดเชื้ออันดับ 16 ของโลก
ผู้ติดเชื้อ 210,500 คน เสียชีวิต 2709 คน
3)อินโดนีเซีย มีการติดเชื้อเป็นอันดับ 24 ของโลก มีผู้ติดเชื้อ 89,869 คน เสียชีวิต 4320 คน
สามประเทศดังกล่าวได้ตกลงกับประเทศจีนในการศึกษาวิจัยวัคซีนร่วมกันแล้ว โดยประเทศที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดขณะนี้คือประเทศบราซิล
Dr.Dimas Covas ผอ.Instituto Butantan ของบราซิลกล่าวว่า ได้มีการทำความตกลงที่จะร่วมมือกันศึกษาวิจัยวัคซีน โดยสถาบันของทางบราซิลจะทำการศึกษาวิจัยโดยใช้วัคซีนของบริษัท Sinovac
ประธานบริษัท Sinovac คือ Weidong Yin กล่าวว่า บริษัทยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ทำการทดลองวัคซีนในเฟสสามซึ่งจะเป็นเฟสสุดท้ายร่วมกับทางบราซิล เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวัคซีนร่วมกันเพื่อปกป้องชีวิตผู้คนจากโรคร้ายโควิด-19 ต่อไป
การศึกษาวิจัยนี้จะเป็นการศึกษาแบบ Double-blind placebo-controlled trial เป็นรูปแบบการวิจัยมาตรฐานสูง โดยทั้งฝ่าย ผู้ทำวิจัย และอาสาสมัครผู้รับวัคซีน จะไม่มีใครทราบว่ากลุ่มใดจะได้รับวัคซีน กลุ่มใดจะได้รับยาหลอก มีเพียงรหัสที่เก็บไว้เป็นความลับและจะนำมาตรวจสอบภายหลังจากการทดลองเสร็จสิ้นแล้ว
โดยมีกลุ่มรับวัคซีน และกลุ่มรับยาหลอก
ในอัตราส่วนเท่ากันหนึ่งตอนหนึ่ง โดยฉีดวัคซีนทางกล้ามเนื้อสองเข็ม ห่างกัน 14 วัน เพื่อที่จะดูการสร้างภูมิต้านทาน
(Immunogenicity) และดูความปลอดภัย
(Safety)ในอาสาสมัครสองกลุ่มอายุ ได้แก่กลุ่มอายุ 18-59 ปี และกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
โดยจะมีการติดตามผลต่อเนื่องเป็นเวลา 12 เดือน การศึกษาวิจัยนี้จะทำกันใน 12 ศูนย์การศึกษาใน 7 รัฐทั่วประเทศบราซิล
โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2563 ทางบริษัท Sinovac ได้ประกาศความสำเร็จของการทดลองวิจัยวัคซีนในเฟส1/2ไปแล้ว ซึ่งพบว่ามีภูมิคุ้มกันขึ้นสูงกว่า 90% ของจำนวนอาสาสมัคร 743 คนในช่วงอายุ 18-59 ปีหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้ว 14 วัน
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 Joao Doria
ผู้ว่าการเมืองเซาเปาโล(Sao Paulo) ของบราซิลกล่าวว่า ได้มีอาสาสมัครบราซิล 9000 คนลงทะเบียนสมัครใจที่จะรับวัคซีนนี้เรียบร้อยแล้ว
โดยทางสถาบันของทางบราซิล จะใช้เงินในการวิจัยครั้งนี้กว่า 85 ล้านเรียล(Reals)หรือ 17.1 ล้านยูเอสดอลล่าร์
ถ้าการวิจัยสำเร็จ จะมีการผลิตวัคซีนจำนวนมากอย่างช้าในกลางปีหน้า และจะมีการฉีดวัคซีนให้กับคนบราซิลจำนวนนับล้านคนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
บริษัทของประเทศจีนยังได้เร่งการทดลองในเฟสสามในประเทศบังกลาเทศ และอินโดนีเซียไปพร้อมพร้อมกันด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งความหวังของทางฝั่งซีกโลกตะวันออกคือประเทศจีน ซึ่งกำลังมีความก้าวหน้าของการวิจัยวัคซีนใกล้เคียงกับซีกโลกตะวันตกอันได้แก่ สหรัฐอเมริกาและประเทศในภาคพื้นยุโรป
Reference
ความคิดเห็น

Chan

แค่วิจัยทดลองมีขั้นตอนมากมาย และใช้เวลาเป็นปี ขอเอาใจช่วยทีมวิจัยทดลอง และต้องขอบคุณมนุษย์ที่เป็นทีมอาสาสมัครเอาร่างกายมาทดลองวัคซีน
22 ก.ค. เวลา 13:39
2

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ใช่ครับ เราติดตามความหวังเรื่องวัคซีนแบบให้กำลังใจและลุ้นตลอดเวลา แต่ก็ต้องเข้าใจความรู้เรื่องการวิจัยวัคซีนว่า มีขั้นตอนที่ละเอียดละออรอบคอบเพื่อความปลอดภัยและการได้ผลที่ถูกต้องจึงต้องใช้เวลาครับ
22 ก.ค. เวลา 13:59
1

รัก งามดี

เชื้อโรคน่าจะพัฒนาไปอีกหลายเจ็นเนอเรชั่นกว่าจะได้วัคซีน..ขอรับ😣😢😢
22 ก.ค. เวลา 09:30

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ไวรัสมีการกลายพันธุ์อยู่ทุกๆสองเดือน แต่ขณะนี้การกลายพันธุ์ยังไม่เกี่ยวข้องกับส่วนหนาม(เอสโปรตีน) วัคซีนเราเล่นที่เอสโปรตีน ต้องช่วยกันลุ้นอย่าให้ไวรัสกลายพันธุ์ตรงเอสโปรตีนครับ
22 ก.ค. เวลา 10:00
1

ผศ.ดร.จิตต์ภิญญา ชุมสาย ณ อยุธยา

วัคซีนจีนก็อีกหนึ่งข่าวดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
21 ก.ค. เวลา 16:18
1

ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ใช่ครับ ข่าวดีทยอยมา แต่ก็ต้องเผื่อใจที่งานวิจัยไม่สำเร็จไว้ด้วยนะครับ
21 ก.ค. เวลา 16:58
1