โพสต์

• ภาพถ่ายของทหารสหภาพโซเวียตที่มีชื่อว่า ยูจีน สเตปาโนวิช โคบายตอฟ (Eugene Stepanovich Kobytev) โดยเปรียบเทียบภาพถ่ายก่อนที่เขาจะเข้าสู่สงครามในปี 1941 (ซ้าย) กับภาพถ่ายของเขาหลังสิ้นสุดสงครามในปี 1945 (ขวา)
ย้อนกลับไปในปี 1941 ยูจีน สเตปาโนวิช โคบายตอฟ ชายหนุ่มชาวโซเวียตวัย 31 ปี พึ่งจบการศึกษาจากสถาบันศิลปะกรุงเคียฟ (Kyiv State Art Institute) ด้วยปริญญาเกียรตินิยม
โดยโคบายตอฟมีความใฝ่ฝันตั้งแต่วัยเด็ก ที่อยากจะเป็นครูสอนวิชาศิลปะ และสร้างผลงานศิลปะให้เป็นที่รู้จักของผู้คน
แต่ทว่าในเดือนมิถุนายน 1941 กองทัพของนาซีเยอรมันได้ยกพลขนาดใหญ่ บุกโจมตีสหภาพโซเวียต นับเป็นจุดเริ่มต้นของสมรภูมิตะวันออก (Eastern Front) หนึ่งในสมรภูมิรบที่โหดร้าย และนองเลือดมากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2
สมรภูมิตะวันออกระหว่างนาซีเยอรมันกับสหภาพโซเวียต คือสมรภูมิรบที่นองเลือดมากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2
และในตอนนั้นเอง โคบายตอฟก็ได้ตัดสินใจ ที่จะละทิ้งความฝันของเขา โดยการสมัครเข้าร่วมกับกองทัพสหภาพโซเวียต เพื่อปกป้องและต่อสู้กับศัตรูที่รุกรานประเทศของเขา
โคบายตอฟพร้อมด้วยเพื่อนทหารชาวโซเวียต ทำการสู้รบกับทหารนาซีนานอยู่หลายเดือน ปรากฎว่าในเดือนกันยายน 1941 โคบายตอฟก็ถูกทหารนาซีจับกุมตัวไว้ได้ เขาได้ถูกนำตัวไปที่ค่ายกักกันเชลยของนาซีในยูเครนที่มีชื่อว่า "Khorol Pit"
เชลยศึกชาวโซเวียต ที่ถูกกวาดต้อนโดยทหารนาซี
ในปี 1943 โคบายตอฟก็สามารถหลบหนีจากค่ายกักกันได้ และกลับไปเข้าร่วมกับกองทัพสหภาพโซเวียตอีกครั้ง ซึ่งโคบาตอฟก็สามารถเอาชีวิตรอดจากสงคราม จนกระทั่งสงครามสิ้นสุดลงในปี 1945
แม้ว่าหลังจากที่สงครามสิ้นสุดลงแล้ว โคบายตอฟจะกลับมาทำตามความฝันของเขา ซึ่งก็คือการเป็นครูสอนศิลปะ โดยเขาได้เป็นครูสอนศิลปะอยู่ที่เมืองครัสโนยาสค์ (Krasnoyarsk) และวาดภาพเพื่อเผยแพร่ผลงานของเขา
แต่ด้วยผลกระทบของสงครามที่โคบายตอฟได้รับมาตลอดเกือบ 5 ปี มันได้ส่งผลให้เขามีสภาวะที่เรียกว่า PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ซึ่งเป็นสภาวะป่วยทางจิตใจเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง
สภาวะ PTSD ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิตของโคบายตอฟ เขายังคงจดจำถึงความโหดร้าย และสิ่งที่เขาได้รับจากสงครามอย่างไม่รู้ลืม ท้ายที่สุดโคบายตอฟก็ได้เสียชีวิตลงในปี 1973
โดยสิ่งที่ใช้ยืนยันได้ว่า โคบายตอฟได้รับผลกระทบอะไรบ้างจากสงคราม ก็คือภาพถ่ายของเขาที่ถูกถ่ายขึ้นในปี 1941 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่เขาจะเข้าสู่สงคราม กับภาพถ่ายในปี 1945 ที่เขาถ่ายขึ้นหลังจากสงครามสิ้นสุด
ภาพถ่ายทั้งสองภาพ มีความแตกต่างยังเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นว่าสงครามและรุนแรง สามารถเปลี่ยนชีวิตของมนุษย์คน ๆ หนึ่งได้เลยทีเดียว
*** Reference
#HistofunDeluxe
ความคิดเห็น

ปักกิ่งรีวิว

ยิ่งที่บอกว่าเคยโดนจับไปในค่ายกักกันแล้ว คิดสภาพไม่ออกว่าเขาต้องเจออะไรบ้าง แต่คงส่งผลไม่น้อยต่อโรคที่เขาเป็น 😢
13 ส.ค. เวลา 00:49

Kittione Eastwood

ถ้าบอกว่ารูปนี้ต่างกัน 20 ปี ผมก็เชื่อนะครับ เพียง 5ปีในสงครามนี่มันเร่งความเครียดให้ร่างกายได้สุดจริงๆ
12 ส.ค. เวลา 16:06
1

พระพลธร ฉนฺทธมฺโม

สมัยก่อน โซเวียตกลัวเยอรมันหรือเปล่าครับ?... 🤔
12 ส.ค. เวลา 13:32
2

พระพลธร ฉนฺทธมฺโม

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ... #เจริญพร
13 ส.ค. เวลา 12:33
1