อาการ Burnout Syndome อาการหมดไฟในการทำงาน ถึงแม้ไม่ใช่โรคซึมเศร้า แต่ก็ทำร้ายผู้ที่ประสบปัญหามากมายกว่าที่คิด ลักษณะของอาการ คือ
- เชื่อว่าตัวเองห่วย รู้สึกตัวเองไม่เก่ง ทำงานอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง
- ซึมเศร้าขณะทำงาน ไม่อยากทำงาน หมดแรง หมดพลัง
- วิตกกังวล เครียด กลัวว่าจะทำงานไม่สำเร็จ นอนไม่หลับ ไม่อยากตื่น ไม่มีความสุข
- ท้อแท้สิ้นหวัง มองไม่เห็นอนาคต ไร้แรงบันดาลใจ ไม่รู้ทำงานไปเพื่ออะไร
หากคุณกำลังประสบปัญหานี้ ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่าให้รักษาด้วยการปรับสมดุลชีวิตใหม่หมด เริ่มจาก
พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มมึนเมา ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ สร้างกิจกรรมพักผ่อน ลดเวลาการเล่น Social Media และปรึกษาจิตแพทย์ ซึ่งเอาจริงๆ สิ่งเหล่านี้ต้องทำเป็นปรกติเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่แล้ว
แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่พนักงานประจำจะทำได้ยากมาก แต่หากเป็นเจ้านายตัวเอง จะทำได้สะดวกยิ่งกว่า คือ การหยุดทำงานไปเลยเพื่อให้ร่างกายได้ Detox ขยะในใจทั้งหมดทิ้งไป และจ้างหรือไหว้วานแล้วแบ่งรายได้ให้คนอื่นเพื่อมาทำงานส่วนที่เราไม่ชอบแทน อาจจะเสียรายได้ลงไปบ้าง แต่ก็ได้ความสงบสุขกลับมามากมายมหาศาล
ผมกับภรรยาเองก็เคยประสบปัญหาหมดไฟในการทำงาน เลยตัดสินใจวางงานทั้งหมดทิ้งไปด้วยการจ้างคนอื่นมาทำงานแทนเราชั่วคราว และจัดทริปท่องเที่ยวยาว 2 สัปดาห์เต็มแบบมาราธอน พอชาร์จพลังจนเต็มและเกิดอาการอยากทำงานอีกครั้ง ก็กลับมาทำงานหาเงิน และวางแผนเกษียณต่อไป
ใช่ พอผมมีอาการ Burnout Syndome เมื่อหลายปีที่แล้ว ผมยิ่งให้ความสำคัญเรื่องวางแผนการเงินเพื่อ "หยุดทำงาน" มากยิ่งขึ้น
แน่นอน คุณอาจจะทำงานแล้วใช้เงินอย่างหนักเพราะอยากจะมีความสุขวันนี้ เดี๋ยวนี้ โดยไม่ต้องคิดถึงอนาคต ซึ่งแนวคิดนี้ก็ไม่ผิดถ้าคุณเลือกด้วยตัวเอง แต่หากวันใดคุณประสบปัญหา Burnout Syndome โปรดจำไว้ว่า นี่คือสัญญาณเตือนถึงชีวิตในอนาคต ถ้าวันหนึ่งคุณไม่อยากทำงานแล้ว คุณจะทำอย่างไรกับชีวิต ระหว่างวางแผนเพื่อเกษียณในวันนี้ หรือก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปทั้งๆที่ตนหมดไฟ
ความคิดเห็น
ENJOY.YUMEI
เคยเป็นคะ
21 ส.ค. 2020 เวลา 08:00