โพสต์

NIKE บริษัท 5 ล้านล้าน ที่เกิดขึ้นจาก ความขัดแย้ง
หลายคนคงรู้จัก NIKE บริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬา และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่ใหญ่สุดในโลก
ซึ่งมีมูลค่าบริษัทกว่า 5.5 ล้านล้านบาท
แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า
แบรนด์นี้ เกิดมาจากปัญหาความขัดแย้งทางธุรกิจเมื่อ 56 ปีก่อน
NIKE เดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของ NIKE เริ่มต้นขึ้นในปี 1964
จากชาย 2 คนที่มีชื่อว่า ฟิล ไนต์ และ บิลล์ บาวเวอร์แมน
ในตอนนั้น ฟิล ไนต์ เป็นนักศึกษาและนักวิ่งให้กับมหาวิทยาลัยโอเรกอน
ส่วน บิลล์ บาวเวอร์แมน ทำหน้าที่เป็นโค้ชในการวิ่งให้แก่ ฟิล ไนต์
Cr. Nike News
หลังจาก ฟิล ไนต์ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน
ก็ได้ไปเรียนต่อปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
ระหว่างเรียนที่สแตนฟอร์ด ฟิล ไนต์ ทำงานวิจัยเรื่องรองเท้ากีฬาจากประเทศญี่ปุ่น
และอยากรู้ว่ารองเท้ากีฬาแบรนด์ญี่ปุ่น จะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จเหมือนแบรนด์อื่นที่อยู่ในตลาดสหรัฐฯ หรือไม่
หลังจากเรียนจบ ฟิล ไนต์ จึงเดินทางไปญี่ปุ่น
เพื่อติดต่อขอเป็นตัวแทนขายให้กับ “Onitsuka Tiger”
แบรนด์รองเท้าญี่ปุ่นที่เขารู้สึกประทับใจในคุณภาพและขายในราคาที่เหมาะสม
และสุดท้าย เขาก็ได้สิทธิ์เป็นผู้จัดจำหน่ายร้องเท้า Onitsuka Tiger ในสหรัฐอเมริกาแต่เพียงผู้เดียว
 
ฟิล ไนต์ กลับมายังสหรัฐอเมริกาและส่งตัวอย่างรองเท้า Onitsuka Tiger ไปให้บิลล์ บาวเวอร์แมน เพื่อจะขายรองเท้านี้ให้แก่อดีตโค้ชของเขา
แต่นอกจาก บิลล์ บาวเวอร์แมน จะซื้อรองเท้าจาก ฟิล ไนต์ แล้ว
เขายังเสนอตัวเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ ร่วมกับฟิล ไนต์
รวมทั้งจะทำหน้าที่เป็นคนออกแบบและพัฒนารองเท้าอีกด้วย
หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อย
ในปี 1964 ทั้งคู่ก็ก่อตั้งบริษัท Blue Ribbon Sports
Cr. CNN
ธุรกิจของทั้งคู่ก็ดำเนินไปด้วยดี และมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายรองเท้า Onitsuka Tiger
และจากการขายรองเท้าที่ถูกพัฒนาโดย Blue Ribbon Sports
ทั้ง Onitsuka Tiger และ Blue Ribbon Sports ยังได้ร่วมกันพัฒนารองเท้า
โดยมีชื่อรุ่นของรองเท้าว่า “Cortez”
ที่ได้รับความนิยม และสร้างรายได้ ให้สองบริษัทเป็นอันมาก
Cr. Nike News
เรื่องนี้ ทำให้กิจการของ Blue Ribbon Sports เติบโตขึ้น
จนต้องขยายสาขามากขึ้นเรื่อยๆ
Onitsuka Tiger เมื่อเห็นว่า Blue Ribbon Sports กำลังเติบโตได้ดี
ก็เลยยื่นข้อเสนอขอซื้อบริษัท Blue Ribbon Sports
แต่ทางฟิล ไนต์ และบิลล์ บาวเวอร์แมน ไม่ต้องการขายบริษัท เพราะต้องการเป็นพาร์ตเนอร์กับ Onitsuka Tiger มากกว่า
พอเป็นแบบนี้ ก็เลยเกิดเป็นความขัดแย้งขึ้นระหว่าง 2 บริษัท
ในปี 1971 Onitsuka Tiger หยุดการส่งสินค้าให้กับ Blue Ribbon Sports
รวมทั้งฟ้องร้องต่อศาลในการเป็นเจ้าของสิทธิ์ชื่อรุ่นรองเท้า Cortez
ถ้าเป็นคนอื่นคงคิดว่าเรื่องนี้เป็นวิกฤติที่ร้ายแรง
แต่เรื่องนี้กลับเป็นโอกาสให้กับเขาทั้ง 2 คน ในการกำเนิดแบรนด์ใหม่ที่กลายเป็นตำนาน
ในตอนนั้น ฟิล ไนต์ และ บิลล์ บาวเวอร์แมน ได้ตั้งบริษัทผลิตรองเท้ากีฬาขึ้นอีกแห่งโดยใช้ชื่อว่า NIKE
เผื่อว่า Blue Ribbon Sports จะมีปัญหาจากเรื่องที่โดน Onitsuka Tiger ฟ้องร้อง
แต่สุดท้าย ศาลตัดสินให้ Blue Ribbon Sports ได้สิทธิ์ใช้ชื่อ Cortez
ส่วน Onitsuka Tiger ต้องปรับดีไซน์รองเท้าบางจุด
และเปลี่ยนชื่อเป็นรองเท้ารุ่น Corsair แทน
Cr. Hypebeast
หลังจากนั้น ฟิล ไนต์ และ บิลล์ บาวเวอร์แมน
ก็ได้ควบรวม Blue Ribbon Sports กับ NIKE เข้าด้วยกัน
จนกลายเป็นแบรนด์ NIKE มาจนถึงวันนี้
จากเรื่องราวความขัดแย้งในปี 1971
มาในวันนี้ NIKE ได้เติบโตมาเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬา และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ผลประกอบการ ของ NIKE, Inc.
ปี 2018 รายได้ 1,150,000 ล้านบาท กำไร 61,000 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 1,230,000 ล้านบาท กำไร 127,000 ล้านบาท
และปัจจุบัน NIKE มีมูลค่าบริษัท มากถึง 5,500,000 ล้านบาท
Cr. Nike
ส่วน Onitsuka Tiger หลังจากนั้น ได้ไปควบรวมกับ JELENK ผู้ผลิตรองเท้ากีฬาอีกแบรนด์ ในปี 1977
แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “asics” ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้
Cr. ASICS
ที่น่าสนใจคือ ในตอนนี้ Asics Corporation
มีมูลค่าบริษัทประมาณ 79,000 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับ NIKE แล้ว
ก็เท่ากับว่า บริษัทที่เคยขอซื้อกิจการร้านรองเท้า จากผู้ก่อตั้ง NIKE ในวันนั้น
ในวันนี้เล็กกว่า NIKE ถึงเกือบ 70 เท่า..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ชื่อ “NIKE” มาจากพนักงานคนแรกของบริษัท
ที่เสนอชื่อนี้ให้แก่ ฟิล ไนต์ ในปี 1971
โดยในตอนนั้นพนักงานคนดังกล่าว ฝันถึงเทพเจ้าของกรีกที่มีชื่อว่า NIKE
ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเทพเจ้าแห่งชัยชนะ
แม้ตอนแรก ฟิล ไนต์ จะไม่ค่อยชอบชื่อนี้มากนัก
แต่สุดท้าย ก็ตัดสินใจใช้ตามที่พนักงานคนนั้นเสนอมาจนถึงทุกวันนี้
ขณะที่ โลโก้ของ NIKE ถูกออกแบบโดยนักศึกษาด้านการออกแบบ
โดยในตอนนั้น เธอได้รับค่าออกแบบเป็นเงินประมาณ 1,000 บาท
แต่ในวันนี้ โลโก้ของ NIKE ถูกตีมูลค่าไว้สูงถึง 819,000 ล้านบาท..
Cr. Nike
ความคิดเห็น

รัสปูติน ตัวเกือบจริง

มูลค่า 5.5 นี่คิดรวมพวกลูกๆอย่าง converse ด้วยไหมครับ
17 ก.ย. เวลา 06:03

chumpu

ว้าวววว
16 ก.ย. เวลา 06:10

คิดถึงความคิดถึง_by ส้ม

น่าจดจำเป็นตัวอย่างจริง ๆ แปรวิกฤติเป็นโอกาส
16 ก.ย. เวลา 05:18