สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้เกี่ยวกับแวดวงการซื้อ - ขายขยะ
เมื่อผมเบื่อหน่ายและหนีมาจากชีวิตในเมือง.. .ep.5
"รถบริการรับซื้อของเก่า มีขวด เศษเหล็ก เศษกระดาษ เศษพลาสติก ตู้เย็นเก่า พัดลมเก่า ที่นอนเก่า ของเก่าๆที่ท่านไม่ใช้แล้ว นำมาขายได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า ด้านใน ด้านซ้าย ด้านขวา สนใจก็ยกมือดัก กวักมือเรียกใช้บริการรถรับซื้อของเก่ากันได้เลยครับ".. .
คุ้นๆกันบ้างมั้ยครับ กับเสียงประกาศออกลำโพงแบบนี้ เวลารถเข้าไปซอยไหนแต่ละที หมางี้เห่าหอนรับกันเป็นทอดๆตลอดทาง
อย่างที่เกริ่นไปในep.ก่อนๆ ว่าจะมาเล่าให้ฟังถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ ที่ผมกระโจนลงสู่ธุรกิจสกปรกโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมันก็คือธุรกิจซื้อ - ขายขยะนั่นเอง มัวแต่อารัมภบทเสียเยิ่นเย้อ ถึงความเป็นมา เป็นไป เพื่อให้ทุกท่านที่อ่านทราบว่าการเป็นอยู่คือ ของครอบครัวๆหนึ่งนั้น ดำรงชีวิตกันอย่างไร แล้วผมมาอยู่เกาะเป็นปลิงทำไม ในเมื่อมึงก็รู้ว่าเค้าฐานะไม่ค่อยดี ทำไมมึงไม่กลับบ้านกลับช่องไปซะ อยากให้ลองติดตามอ่านดูกันไปเรื่อยๆ ทุกอย่างมันมีเหตุผลในตัวของมัน อย่างที่ผมเล่าไว้ในep.แรก ว่าถ้าจะให้เขียนจนจบในบทความเดียว พรุ่งนี้ มะรืน มะเรื่อง คงเล่ากันไม่หมด
ทุกๆเช้าหลังจากทีมงาน (ซึ่งตอนนี้ประกอบไปด้วย พ่อรุ่นพี่รับหน้าที่ขับรถ รุ่นพี่ทำหน้าที่แยกขยะใส่กระสอบและยก ส่วนผมมีหน้าที่ในการจดน้ำหนัก คิดเงินและแยกขยะเช่นกัน)
แต่ละบ้าน แต่ละสถานที่ที่เราไปมีหน้างานไม่เหมือนกัน บางบ้านใจดีหาน้ำหาท่ามาให้กิน ไม่เรื่องมากจู้จี้ เชื่อใจเราว่าจะไม่โกงกิโล มึงจะนับจะชั่งได้เท่าไหร่ก็เรื่องของมึง ได้เท่าไหร่ก็เท่ากัน เพราะพ่อทำอาชีพนี้มานาน คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าแกเป็นคนซื่อ สมัยที่แกต้องออกรับซื้อคนเดียว รุ่นพี่ผมยังบวชอยู่และแม่ป่วยติดเตียง แกจึงทำแล้วได้กำไรน้อยมาก เพราะเวลาแกยกขยะขึ้นชั่งไม่มีใครคอยดูคอยจดตัวเลขบนหน้าปัดกิโล โดนโกงเสียบ่อย
บางบ้านเขี้ยวหน่อย (VIP1) ก็จะมาคอยดูเวลายกขึ้นชั่งและคอยเหลือบตามองว่าเราจดไปตามที่ขานบอกหรือเปล่า
บางบ้านเขี้ยวขึ้นมาอีกนิด (VIP2) ดูและเหลือบไม่พอ ยังคอยเจ้ากี้เจ้าการให้ปัดตัวเลขขึ้นให้เมื่อบางทีมันตกเศษครึ่งกิโลขึ้นไปต่อกระสอบ
เขี้ยวมหาเขี้ยว (VIP3) ดูกิโลอย่างเดียวไม่พอ จดเอง และคิดเงินเองให้ด้วย (ผมอยากจะบอกว่า "กูน่ะจบวิศวะโยธามานะเว้ย!!! เรียนแคลคูลัสมา 3 ตัว คิดเลขขี้หมาแค่นี้ มึงคิดว่ากูเรียนมาน้อยรึไงวะ") แหม.. .ช่างมีน้ำใจเสียนี่กระไร
มีที่รำคาญ รบกวนใจหน่อยก็พวกมนุษย์ยาย แก่ตายห่านจะลุกไม่ไหวแล้ว พอเห็นเงินที่ผมจ่ายไปมันน้อย สวนทางกับภาพขยะที่แทบจะเต็มรถ ก็บ่น "ของตั้งเยอะ เต็มรถเลย ทำไมมันได้ตังค์แค่นี้?" ยายครับ ผมอยากให้ยายแหกตาดูดีๆ ว่ามันมีแต่ขวดน้ำพลาสติกกับลังกระดาษทั้งนั้น อยากได้ตังค์เยอะๆ ยายเอาเหล็กซักร้อยสองร้อยโล หรือทองแดงซักสิบโลมาขายผมสิครับ
ทีนี้มาแจกแจงกันเลยนะครับ ว่าขยะที่บรรดาท่านผู้อ่านรวมเก็บใส่ถุงไว้น่ะ ทำไมคนรับซื้อขยะถึงต้องเทแยก แล้วจำแนกลงกระสอบอีกที คำตอบมันมีดังนี้ครับ (ราคารับซื้อและขายทั้งหมดเฉพาะในเขตพื้นที่นี้เท่านั้น อัพเดทวันนี้เลยสดๆร้อนๆ)
1.ขวดแก้ว
ในจำนวนขยะทั้งหมดที่เค้าซื้อ - ขายกันขวดแก้วมีราคาที่เสถียรคงตัวที่สุดไม่ขยับหนีไปไหน มีสามชนิด แต่ละชนิดราคาไม่เหมือนกัน
ขวดใสหรือในวงการเรียกขวดขาว รับซื้อในราคา กก.ละ 1 บาท ขายต่อในราคา กก.ละ 2 บาท ตัวอย่างเช่น ขวดไวตามิลค์ ขวดสปอนเซอร์ ขวดเหล้าหงษ์ทอง ขวดแบรนด์ เป็นต้น (ผมพาดพิงถึงชื่อผลิตภัณฑ์ได้มั้ยเนี่ย ใครทราบช่วยคอมเมนต์บอกหน่อยครับ)
ขวดแดง รับซื้อในราคา กก.ละ 1 บาท ขายต่อในราคา กก.ละ 1.70 บาท ตัวอย่างเช่น ขวดเบียร์ลีโอ ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ขวดเนสวิต้า เป็นต้น
ขวดเขียว รับซื้อในราคา กก.ละ 0.50 บาท ขายต่อในราคา 1 บาท ตัวอย่างเช่น ขวดเบียร์ช้าง ขวดเบียร์ไฮเนเก้น เป็นต้น
ทำไมถึงราคาแตกต่างกันครับ ขวดใสนั้นรับซื้อแพงที่สุดเพราะในกระบวนการผลิตนั้นถือว่าใช้วัตถุดิบที่บริสุทธิ์ น้ำหนักไม่มาก ขวดแดงนั้นผ่านการรีไซเคิลมาแล้ว 1 - 2 ครั้ง ส่วนขวดเขียวนั้นมีน้ำหนักมากที่สุด เพราะผ่านการรีไซเคิลมาแล้วหลายครั้ง ขวดเขียว 5 ใบ มีน้ำหนักเท่ากับ ขวดขาวประมาณ 8 ใบ ขวดแดงประมาณ 6 ใบ
2.ขวดพลาสติกใส
ในจำนวนขยะทั้งหมดที่มีราคาผกผันและลดลงอย่างฮวบฮาบที่สุดคือขวดพลาสติกใส เรียกอย่างเป็นทางการว่า "ขวดเพ็ท" คนในวงการเรียกสั้นๆ "ติกใส" เมื่อคราวผมเริ่มท่องยุทธจักรนี้ใหม่ๆ ราวปลายเดือนมีนาคม ราคารับซื้อยังอยู่ที่ กก.ละ 5 บาท ขายต่อในราคา กก.ละ 8 บาท เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม รับซื้อ กก.ละ 4 บาท ขายต่อในราคา กก.ละ 6.50 บาท ขึ้นๆลงๆอยู่ 50 สตางค์ จนถึงกลางเดือนกรกฎาคมและจนถึงวันนี้ 24 กันยายน 2563 รับซื้อในราคา กก.ละ 2 บาท ขายต่อ กก.ละ 3.50 บาท ผมเข้าใจว่าน่าจะเกิดจากที่มีการนำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศเข้ามา ด้วยเหตุผลที่ว่า "เม็ดพลาสติกภายในประเทศไม่เพียงพอ" รายละเอียดผมไม่อยากแปะลิงค์เอาไว้ให้ไปค้นหาเหตุผลต่อ ขอไม่พูดอะไรมากกว่านี้ดีกว่า เอาเป็นว่าบ้านไหนมีขวดพลาสติกสักราวๆ 50 - 60 กิโลกรัม เต็มรถแน่นอน ไปซื้อที่ไหนต่อไม่ได้ จะให้มานั่งบิดทีละขวด ชาติไหนจะเสร็จ
3.ขวดพลาสติกสี
แตกต่างจากขวดพลาสติกใสและเหมือนกับขวดแดงและขวดเขียว คือผ่านการรีไซเคิลมาหลายครั้งแล้ว รับซื้อในราคา กก.ละ 0.50 บาท ขายต่อ กก.ละ 1 บาท (อันนี้ไม่จำเป็นหรือมีน้อยมากเราจะไม่รับซื้อเลย ปล่อยให้เจ้าของเอาไปจัดการเอง เก็บเอาไว้กว่าจะได้ซักสิบกิโลมันไม่คุ้มกับกำไรอันน้อยนิดที่ได้ เปลืองเนื้อที่ในการเก็บด้วย)
4.พลาสติกรวม
พลาสติกรวมนี้คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ไฟเบอร์หรือพลาสติกกรอบ ขวดนมบางยี่ห้อจะใช้พลาสติกกรอบ ซึ่งเป็นพลาสติกที่ผ่านการรีไซเคิลมาจนถึงครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้าจะให้อธิบายว่าดูยังไง ผมบอกเลยว่ายาวมาก พลาสติกรวมนั้นมีทั้ง ขวดนมดัชมิลล์ ขวดแชมพูสระผม ขวดอะไรก็ได้ที่ทำจากพลาสติก ทุกอย่างที่เป็นพลาสติก ไม่ว่าจะเป็นกะละมังแตก เก้าอี้พลาสติกแตก ตะกร้าพลาสติกแตก เป็นต้น รับซื้อในราคา กก.ละ 1 บาท ขายต่อ กก.ละ 2.50 บาท
5.กระป๋องอลูมิเนียม
หรือกระป๋องเบียร์นั่นแหละครับ ทีมผมเรียกสั้นๆว่า "เบียร์" จะน้ำอัดลม น้ำผลไม้ เรียกว่าเบียร์ ก็รู้กัน เมื่อก่อนแพงมาก ผมจำได้ว่าสมัยเรียน ผมกับแฟนเดินเก็บเล่นรอบมหาวิทยาลัย เอาไปขายที่โรงงานรีไซเคิลเลย เค้าให้สองใบบาท เก็บมาแล้วเหยียบตุนไว้เป็นกระสอบๆ เดือนนึงมีตังค์ดูหนังได้ตั้งสองสามเรื่อง มาสมัยนี้ รับซื้อในราคา กก.ละ 15 บาท ขายต่อ กก.ละ 21 บาท ถ้าบ้านไหนมีน้อย ผมจะดูว่าเค้ามีอะไรที่เราพอจะได้กำไรมาก อย่างเช่น ถ้าเค้ามีขวดแดงเยอะประมาณซักร้อยสองร้อยกิโล ผมก็จะคิดให้เค้าในราคาสี่ใบบาท โดยจะคิดเงินเป็นอย่างสุดท้าย เพื่อคำนวณดูในสมุดจดก่อนว่า เราพอจะเอาอะไรมาถัวได้บ้าง แต่ถ้ามีเป็นกระสอบๆ ผมจะจับชั่งกิโลเลย
6.กระป๋องสังกะสี
ในวงการเรียกรวมกันว่า "กาแฟ" เป็นอันรู้กัน ไม่ว่าจะผลไม้กระป๋อง ปลากระป๋อง กระป๋องนม กระป๋องคุกกี้ เรียกรวมกันหมดว่ากาแฟ ผลิตจากสังกะสี รับซื้อในราคา กก.ละ 1 บาท ขายต่อ กก.ละ 2 บาท บ้านไหนกินกาแฟกระป๋อง หรือเลี้ยงหมาด้วยปลากระป๋องขยำข้าว ก็จะได้เยอะหน่อย
7.กระดาษลัง
หาได้ตามร้านค้าของชำทั่วๆไป ถ้ามีคอนเน็คชั่นดี เดือนนึงๆ คุณก็จะสบาย เพราะกำไรจัดว่าดี ส่วนร้านสะดวกซื้อนั้น เค้าเก็บเอาไว้เพื่อนำไปขายต่อโรงงานรีไซเคิลที่เป็นคอนเน็คชั่นของตัวเอง รับซื้อในราคา กก.ละ 1.50 บาท ขายต่อ กก.ละ 3.50 บาท ซึ่งเมื่อวานนี้ (23 กันยายน) ราคาขายต่อยังอยู่ที่ กก.ละ 4 บาทอยู่เลย ที่ต้องรับซื้อ กก.ละ 1.50 เป็นราคาที่ซื้อแบบกันตัวเองไม่ให้เจ็บ เพราะกระดาษลังราคาขึ้นลงบ่อยมาก จะให้ซื้อ กก.ละ 2 บาท แล้วถ้าเกิดเอาไปขายต่อ ราคาลงมาเหลือ กก.ละ 3 บาท เห็นจะไม่คุ้มกัน เพราะร้านรับซื้อก็ไม่เคยโทรมาบอกล่วงหน้า
นอกจากนี้ยังมีจำพวกกระดาษนิตยสารกระดาษสี่สีอาบมัน พวกนี้ตอนซื้อมาเล่มนึงก็หลายตังค์ แต่คุณรู้มั้ย ผมรับซื้อในราคา 0.50 บาทเท่านั้น เพราะไปขายต่อได้แค่ กก.ละ 1 บาทเอง
แต่กระดาษที่ราคาขายต่อดีที่สุดคือกระดาษขาว - ดำ จำพวกกระดาษเอสี่ เอกสาร สมุดนักเรียน ช่วงเปิดเทอมนั้น ถือว่าเป็นไพรม์ไทม์เลยทีเดียว เพราะโรงเรียนจะต้องมีการเก็บกวาด และโละเอกสารเก่าๆออก โดยเฉพาะสมุดการบ้านและหนังสือเรียน รับซื้อ กก.ละ 1.50 แต่อาจขายต่อได้ถึง 4.50 บาทในบางช่วงเวลา
8.ลังเบียร์
เป็นขยะที่กำไรน้อยมากเมื่อเทียบกับทุนที่ต้องซื้อ จะเอามาแยกเป็นขวดแดงหรือขวดเขียว และกระดาษลัง มันก็เสียเวลา และคุณเลี่ยงไม่ได้ เวลาที่คุณไปรับซื้อกระดาษลังตามร้านขายของชำ เพราะเจ้าของร้านไม่มีทางยอมแน่ ประมาณว่ามึงซื้อกระดาษลัง มึงก็ต้องซื้อพ่วงไปด้วย ห้ามแยก ราคารับซื้อ เบียร์ลีโอลังละ 6 บาท ขายต่อลังละ 8 บาท เบียร์ช้างรับซื้อลังละ 4 บาท ขายต่อลังละ 6 บาท
9.เศษเหล็ก
คอมพิวเตอร์ ซื้อมาตั้งแพง มีค่าแค่เศษเหล็ก
ทุกอย่างที่เป็นเหล็ก ไล่ตั้งแต่สภาพดีๆ มาเป็นชิ้นๆอย่างนาคสูบน้ำเก่า ขลุบย่ำนา เศษเหล็กต่างๆที่ใช้ในการก่อสร้าง ยันไปจนถึงพัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตะปู น็อตขึ้นสนิม เคสคอมพิวเตอร์ เหล่านี้จะถูกผมตีเป็นเหล็กหมด อย่างพัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หลายชิ้นก็เป็นไฟเบอร์ ซึ่งขายไม่ได้ สิ่งที่ผมต้องการคือส่วนที่เป็นเหล็กทั้งหมด และ "ทองแดง" ที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าสุดยอดขยะอย่างแท้จริง เพราะราคาดีที่สุด ณ เวลานี้ รับซื้อในราคา กก.ละ 80 - 90 บาท ขายต่อ ถ้าเป็นทองแดงเผา กก.ละ 130 บาท และถ้าเป็นทองแดงปอก กก.ละ 140 บาท ฉะนั้น เมื่อผมต้องรับซื้อ ผมจะเหมารวมแต่ละชิ้น ในราคา กก.ละ 3 บาท สิ่งที่เราต้องการหลักๆคือมอเตอร์และสายไฟ
ส่วนอลูมิเนียมนั้น ส่วนใหญ่มักจะมาในรูปแบบภาชนะหุงต้มที่เค้าไม่ใช้แล้ว โครงรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งผมก็จะตีเป็นเหล็กอีก เนื่องจากเปลือกรถนั้นเป็นไฟเบอร์ ขายไม่ได้ และต้องเสียค่าไฟในการใช้ลูกหมูตัดเหล็กผ่า อีกทั้งยังเสียเวลาในการแยกชิ้นส่วน ไม่จำเป็น ผมก็ไม่รับซื้อ อลูมิเนียม รับซื้อในราคา กก.ละ 10 บาท ขายต่อ กก.ละ 16 บาท
ทองเหลือง ส่วนใหญ่ก็จำพวกหัวก๊อกน้ำหรือไม่ก็มาตรน้ำรุ่นเก่าๆ โบราณๆ มักไม่ค่อยเจอ นานๆทีจะมีใครเอามาขาย รับซื้อ กก.ละ 40 บาท ขายต่อ กก.ละ 60 บาท
สองคันนี้ผมซื้อมาคันละไม่ถึงร้อย แต่ค่าอะไหล่.. .
เดิมทีก่อนที่ผมจะมาร่วมทีมงานนั้น พ่อและรุ่นพี่ผม เค้ารับซื้อในราคาสูง ด้วยกลัวว่าคู่ค้าจะไปขายให้เจ้าอื่นหมด จนตัวเองไม่มีที่จะซื้อ ความไม่มีระบบในการจัดการในการซื้อ ตัวอย่างเช่น กระป๋องเบียร์ ได้มาเท่าไหร่ ก็ขายไปเท่านั้น ไม่ถึงกิโลกรัมดีก็รีบขาย (ที่ร้านรับซื้อใช้เครื่องชั่งดิจิตอล) ปัจจุบัน รวบรวมกันให้เป็นเบี้ยใต้ถุนร้าน ครึ่งเดือนก็ขายทีนึง
ผมจึงต้องปฏิวัติกันเสียใหม่ โดยให้เหตุผลว่า ถ้าเราออกรับซื้อทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่วันอาทิตย์ที่ร้านรับซื้อหยุด ออกหากินแต่เช้า หกโมงก็ออกได้แล้ว เรามีมอเตอร์ไซค์ เราก็ตระเวนดู เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์แบบมัดมือชก เราจดปฏิทินไว้ว่าวันนี้เราไปที่ไหน เดือนหนึ่งเราไปตรงไหนมาบ้างแล้ว มันทำให้เรารู้นะว่าพรุ่งนี้เราจะไปละแวกไหน เราก็แกล้งทำเป็นไปธุระแถวนั้น เพื่อไปดูขยะว่ามีเยอะหรือไม่ ถ้าเยอะก็เกริ่นไว้เลยว่า พรุ่งนี้จะมาเอานะ เพราะเราไม่สามารถวิ่งรอกหาซื้อได้ทั้งวัน รถเราไม่ดี และทิ้งแม่นานเกินไปไม่ได้ แค่เพียงแต่ปักธงในเขตของตัวเองไว้ไม่ให้คู่แข่งล้ำเข้ามา ขยันวิ่งในช่วงเช้า และจำกัดจัดระเบียบเรื่องรายจ่าย เราจะอยู่ได้สบายมาก
ในตอนนี้ ผมเริ่มลงมือทำปุ๋ยอินทรีย์กับรุ่นพี่และพ่อของแกแล้ว ประกอบกับเป็นหน้าฝน ปุ๋ยจึงได้ผลดี เศษใบก้ามปู + ขี้วัว + น้ำฝน และอะไรอีกนิดหน่อย ด้วยหวังว่านับจากนี้ไปอีกปีครึ่งปี มันจะเป็นตัวซัพพอร์ต ในวันที่พ่อนั้นอยากพักผ่อนนอนดูมวยอยู่กับบ้านแล้ว
บทความนี้ ผมอยากระบายให้ฟังถึงความกดดันของการเป็นคนกลางที่รับซื้อขยะ ที่จะต้องไปกดราคาคนขาย ร้านที่รับซื้อต่อจากเรา เค้าก็กดราคาอีกทีเพื่อนำไปส่งให้โรงงานใหญ่เลย เราไม่มีทุนพอที่จะทำอย่างนั้นได้ ถ้าเรากักตุนขยะไว้เป็นจำนวนมาก เกิดวันหนึ่งทางโรงงานใหญ่ โทรมาแจ้งว่าราคาขยะบางตัวนั้นลดลง เราจะทำอย่างไร อธิบายให้เห็นภาพ สมมติ เรารับซื้อกระดาษลังไว้ในราคา กก.ละ 3.50 บาท เพื่อจะนำไปขายโรงงานใหญ่ในราคา กก.ละ 6 บาท แล้วถ้าเค้าโทรมาบอกเราว่า วันนี้ ราคามันลงมาเหลือแค่ กก.ละ 5 บาท เรามีอยู่ในสต๊อก 1,000 กิโลกรัม เราจะทำอย่างไร
ต้นทางของธุรกิจซื้อ - ขายขยะนั้น มันเริ่มจากเลเวล 1 คือการไปคุ้ยขยะตามถัง หรือเก็บเอาข้างทาง แล้วมารวบรวม คัดแยกที่บ้าน เลเวล 2 อัพเกรดขึ้นมาอยู่ในสถานะแบบพวกผม เลเวล 3 คืออัพเกรดขึ้นไปเป็นร้านรับซื้อระดับที่เลเวล 2 ต้องนำมาขาย แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะครับ สำหรับคนที่รู้มากว่า กูเอาไปขายเองก็ได้ ราคาหน้าโรงงาน คุณกำลังคิดผิด จากประสบการณ์ของผม มีเพียงทองแดงเท่านั้น ที่ร้านรับซื้อเลเวล 3 จะให้ราคาดีกว่าพวกผม อย่างเก่งก็ไม่เกินกิโลกรัมละ 20 บาท นอกนั้น ราคาแทบจะเท่ากับที่พวกผมไปรับซื้อเลย
...ไม่เช่นนั้น พวกผมเลเวล 2 จะอยู่กันได้อย่างไร...
วันนี้โพสต์ดึกเลยครับ อ่านแล้วถ้าชอบ รบกวนช่วยกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามกันเยอะๆ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ😃
ความคิดเห็น
I-Am
อ่านแล้วอยากเก็บขยะที่บ้านไว้ขายเลยค่ะ ^^"
25 ก.ย. เวลา 12:03
1
I write as I think
😊😊😊
25 ก.ย. เวลา 12:03
รอบรู้รอบครัว
ลำบากเหมือนกันนะครับ
24 ก.ย. เวลา 16:40
1
I write as I think
มาอาศัยอยู่กับเค้า แล้วสภาพที่เป็นอยู่ เห็นแล้ว.. .รุ่นพี่คนนี้เค้ามีพระคุณกับผม ตอนแรกกะว่าพอโควิดซา ก็จะลองไปลุยอย่างอื่น แต่มันก็อดห่วงไม่ได้ เกิดผูกพันกับพวกเค้าแล้ว😶
24 ก.ย. เวลา 16:45
1
R O U T E S
โตมากับสิ่งนี้เลยค่ะ
24 ก.ย. เวลา 15:59
1
R O U T E S
ขอบคุณนะคะที่แบ่งปัน
24 ก.ย. เวลา 16:09
1