lasagna
อาหารอุดมชีส
pixabay
ลาซาลญ่านั้น แรกเริ่มเดิมทีคือชื่อเรียกของแผ่นแป้งพาสต้าขนาดใหญ่
กำเนิดขึ้นมาในยุคกรีก เป็นเพียงเนื้อตุ๋นประกบแป้งย่าง (salamander oven)
ต่อมาได้พัฒนาสูตร โดยการใส่ซอสเนื้อและมะเขือเทศเข้าไปจนเป็นที่นิยม และได้ตีพิมพ์ในหนังสือ The book of cookery จึงเป็นที่นิยมเรื่อยมาจนปัจจุบัน
วิธีทำก็แสนง่าย เพียงแค่วางเรียงทาโปะโรย ก็เป็นอันเสร็จ
เริ่มแรก เราจะทำแล้วกินเลยรึเปล่า
หากใช่ ก็ให้ลวกเพียงนิดหน่อยแล้วพักไว้
แต่หากเราทำเก็บไว้ รอให้ถึงมื้อค่อยอบกิน แนะนำให้ไม่ต้องลวกจะดีกว่า
เพราะระหว่างที่อบ จะมีน้ำจากซอสไหลออกมา แป้งจะได้สุกได้กำลังดี
นำเนยมาทาให้ทั่วถาด แนะนำให้ใช้เนยแช่เย็น จะได้ไม่เปลืองและทาลื่นกว่า
จากนั้นจึงค่อยนำแผ่นlasagnaมาวางเรียง แล้วตามด้วยbolognaise sauce
แล้วเทbechamelใส่ ตบท้ายด้วยโรยmozzarellaขูด ทำอย่างน้อยสามชั้นแบบนี้
แต่จะทำสูงกว่านี้ก็ไม่ว่ากัน ปิดชั้นสุดท้ายด้วยbechamel และกระหน่ำโปรยชีสลงไปไม่ต้องยั้ง โรยออริกาโน่ซักหน่อย กลิ่นจะได้หอมๆ ทำเก็บไว้ จะกินเมื่อไหร่ค่อยยกมาอบ
แนะนำว่า ถ้ามีgruyere cheese ใส่ลงไปด้วยครับ กลิ่นรสไร้เทียมทาน
หรือหากใครชอบชีสมากๆ ชั้นสุดท้ายผสมได้เลย ไม่ว่าจะเป็นmozzarella, gruyere, parmezan, edam, emmental, provalone และ cheddar
โดยที่ต้องมีmazarella และ provaloneอย่างน้อยครึ่งนึงของปริมาณชีสที่จะใช้
pixabay
ลาซาญญ่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นซอสเนื้อเสมอไป
จะใช้มะเขือม่วงมาแทนแป้ง ทำแบบมังสวิรัติโดยใช้ผักย่างก็ได้
บางแห่งใช้ซอสเนื้อ มาเทยัดใส่เส้นRigatoni (คล้ายๆpenne แต่กลมใหญ่กว่า และรอยตัดเป็นระนาบเดียวกับน้ำทะเล) แล้ววางเรียงในจาน ตักซอสbechamelราดแล้วโรยชีส
ชอบอะไรก็ใส่อันนั้นแหละครับ
ใครกินอาจไม่ชอบ แต่อร่อยถูกใจเราเองแน่นอน
ความคิดเห็น
ชอบถ่ายรูป
หิวเลย แวะมาติดตามครับ
11 ต.ค. เวลา 07:09
1
รอบรู้รอบครัว
ขอบคุณครับ หิวตอนนี้ดีกว่าหิวตอนเที่ยงเยอะเลย😁😁
11 ต.ค. เวลา 10:09
11 ต.ค. เวลา 04:02
1
รอบรู้รอบครัว
กินส้มตำต้องใจเย็นๆ
11 ต.ค. เวลา 04:04
1
ครูจำเป็น
นอนต่อไม่ไหวแล้วค่ะ ต้องออกไปหาทาน...หิวเป็นทุกข์..อยากกินลาซาญญ่าก็เป็นทุกข์
11 ต.ค. เวลา 03:46
1
11 ต.ค. เวลา 04:09
2