การที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ อาร์เซน่อล คาบ้านหนแรกในรอบ 14 ปี ทำให้นี่คือสถิติการออกสตาร์ทเกมลีกในบ้าน 4 นัดแรกของฤดูกาล ที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมปีศาจแดงเลยทีเดียว
หากนับจนถึงวินาทีนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ยังพาทีมชนะได้แบบ 100% ที่ออกไปเยือนคู่แข่งในฤดูกาล 2020-21 ไม่ว่าจะเป็นการเล่นรายการไหนก็ตาม แต่ในทางตรงกันข้าม การเล่นเกมพรีเมียร์ลีกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลับกลายเป็นเกมที่พวกเขายังชนะไม่เป็น
เกมลีกในบ้านซีซั่นนี้ ผีแดงแข่งมาแล้ว 4 นัด เก็บได้แค่แต้มเดียว แพ้ไปถึง 3 หน และจุดที่น่าสังเกตก็คือ ทั้ง 4 ทีมที่มีคะแนนกลับออกไปจากโรงละครแห่งความฝัน ล้วนเป็นสโมสรจากกรุงลอนดอน
คริสตัล พาเลซ บุกต้อนตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลไป 3-1 ในเกมที่ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ โดนแฟนบอลสาปแช่งว่าไม่ควรได้ลงสนามให้ทีมอีก
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ บุกยำเละเทะ 6-1 ก่อนเบรกทีมชาติ ชนิดที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เกือบจะหมดอนาคตในการคุมทีม, แนวรับถูกแฟนบอลรุมสวดกันทั้งแผง ส่วน อองโตนี่ มาร์กซิยาล ถูกตำหนิว่าเป็นไอ้โง่ ที่คุมอารมณ์ไม่อยู่จนทีมเหลือ 10 คนและไร้ทางสู้ตลอดทั้งเกม
เชลซี บุกเสมอ 0-0 อันนี้ดีหน่อย ที่ทุกคนยอมรับว่า สาเหตุที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะ เป็นเพราะฟอร์มเซฟระดับเทวดาของ เอดูอาร์ เมนดี้
ส่วนเกมล่าสุด พอทีมปีศาจแดงแพ้อีกครั้ง หลังจากโดน ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ซัดจุดโทษให้ปืนใหญ่ชนะไป 1-0 ดูเหมือนว่าบรรยากาศมาคุ จะเริ่มมาเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้ง
คำว่า “โซลชาร์ มือไม่ถึง” ถูกขุดมาพูดอีกครั้ง ทั้งที่เงียบไปพักใหญ่ตั้งแต่พ้นช่วงเบรกทีมชาติเป็นต้นมา
กุนซือชาวนอร์เวย์ อุตส่าห์พาทีมระเบิดฟอร์มเทพต่อเนื่อง ตั้งแต่บุกถล่ม นิวคาสเซิ่ล สบายเท้า 4-1, เกือบชนะ เชลซี ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้แบบเก็บคลีนชีต ขณะที่เกมยากใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็สามารถเอาชนะ เปแอสเช และ แอร์เบ ไลป์ซิก ได้แบบน่าประทับใจ
ปอล ป็อกบา จู่ๆ ก็กลายเป็นนักเตะที่แฟนผีบางคนอยากให้ทีมขายทิ้งอีกครั้ง หลังจากเจออีกเกมที่ฟอร์มแย่ แถมเป็นคนเสียบ เอคตอร์ เบเยริน จนเสียจุดโทษลูกตัดสิน ทั้งที่เพิ่งโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในการเจอ ไลป์ซิก ไปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์
โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จัดทีมในแบบที่แฟนบอลชื่นชอบแล้วด้วยซ้ำตั้งแต่ก่อนเกม เมื่อยังยึดหมาก 4-3-1-2 หรือ 4-4-2 แบบไดมอนด์ ต่อเนื่องจากเกม UCL นัดที่เปิดบ้านถล่มทีมแกร่งจากเยอรมนีไป 5-0
มาร์คัส แรชฟอร์ด, บรูโน่ แฟร์นันเดส และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง โดย อองโตนี่ มาร์กซิยาล กลับไปชดใช้โทษแบนเป็นนัดสุดท้าย ขณะที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค กับ เนมานย่า มาติช หลุดไปนั่งสำรอง
นี่คือไลน์อัพชุดที่แกร่งกว่า 11 ตัวจริงเมื่อคืนวันพุธเสียอีก เพราะ แรชฟอร์ด ที่เพิ่งซัดแฮตทริกให้สโมสรเป็นครั้งแรก กลับมาทวงตำแหน่งตัวจริง จับคู่กับ เมสัน กรีนวู้ด ที่เป็นคนยิงประตูเบิกร่องในเกมล่าสุด
บรูโน่ แฟร์นันเดส ก็เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของทีมชุดนี้ แน่นอนว่าเขามีคุณภาพเหนือกว่า ฟาน เดอ เบค ที่มักสร้างประโยชน์ในการลงมาเป็นตัวสำรองมากกว่า
ส่วนแดนกลางที่มีจอมขยันอย่าง เฟร็ด ออกสตาร์ท ก็ทำให้แฟนบอลอุ่นใจได้ว่าไม่ปล่อยให้ฝั่งตรงข้ามทะลุขึ้นมาง่ายๆ แน่
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแพ้ก็คือแพ้
ต่อให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะอ้างได้ว่าทีมไม่เป็นรอง เพราะทั้งเปอร์เซ็นต์ครองบอล (53.3% ต่อ 46.7%), โอกาสยิง (8 ต่อ 7), การได้เตะมุม (6 ต่อ 3) และจำนวนการผ่านบอล (570 ต่อ 500) ล้วนเหนือกว่าทีมเยือน แต่ความจริงก็คือ พวกเขาไม่ได้คะแนน และไม่ประสบความสำเร็จในการทำประตู
3
แต่ผมคงต้องบอกว่า จากบรรยากาศที่ได้เห็นรีแอคชั่นของ เร้ด อาร์มี่ โดยรวมหลังจบเกม มันเหมือนกับว่านี่คือความพ่ายแพ้ที่เป็นบาดแผลสาหัสเกินเยียวยา และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ก็หมดความชอบธรรมกับตำแหน่งผู้จัดการทีมอีกครั้ง สำหรับใครบางคน
ใช่ครับ...เกมนัดนี้ โซลชาร์ สมควรโดนตำหนิ จากการดึงดันเล่นแผนไดมอนด์เหมือนเดิมตลอดทั้งเกม โดยไม่ปรับเปลี่ยนแท็กติก ทั้งที่เห็นๆ กันอยู่ว่า โธมัส พาร์เตย์ คุมพื้นที่แดนกลางไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จตลอดทั้งเกม
ปอล ป็อกบา ที่เล่นได้น่าผิดหวัง ทำไมถึงได้อยู่ในสนามครบ 90 นาที?
ทำไมคุณต้องเปลี่ยนตัวความหวังอย่าง บรูโน่ แฟร์นันเดส ออกด้วย? ทั้งที่คุณน่าจะส่ง ฟาน เดอ เบค ลงมาแทน ป็อกบา ในแดนกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ บรูโน่ ที่โดนบีบจนเล่นไม่ออก ปั้นเกมได้ง่ายขึ้นไม่ดีกว่าหรือ?
หรือทำไมคุณไม่ลองเปลี่ยนแผนเพื่อเพิ่มตัวริมเส้นไปกดดันวิงแบ็กของ อาร์เซน่อล ดูบ้างล่ะ? ในเมื่อ ฆวน มาต้า ก็มีชื่ออยู่ข้างสนาม
แต่อันที่จริง จุดตัดสินผลการแข่งขัน มันอยู่แค่การเสียจุดโทษในนาที 69 ที่ ป็อกบา พลาดเท่านั้นแหละครับ เพราะตลอดทั้งเกม อาร์เซน่อล ได้ยิงเข้ากรอบเพียง 2 ครั้ง และหนึ่งในนั้นคือจุดโทษของ โอบาเมย็อง ที่ตุงตาข่าย
สกอร์ที่ควรจะเกิดขึ้นมากที่สุดคือ 0-0 แต่เมื่อทีมที่พ่ายแพ้คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันก็เลยกลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับแฟนผีแดงให้ออกลูกโมโหกันอีกครั้ง
ลองคิดกลับกันดูนะครับ ถ้าทีมที่เป็นฝ่ายได้จุดโทษตัดสินเกมไปแทนคือ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วที่เหลือรูปเกมยังเป็นแบบเดิมเป๊ะๆ ความคิดเห็นของแฟนบอลจะเป็นคนละเรื่องทันที
ผมไม่ได้จะบอกว่าเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นได้น่าประทับใจอะไรนะครั้บ แต่มันก็ไม่ได้แย่ถึงขั้นที่แฟนบอลต้องไปรุมถล่มพวกเขาราวกับว่า นี่คือนัดที่พลาดแล้ว ความหวังทุกอย่างของฤดูกาลจะพังทลาย
ผมเห็นเป็นส่วนน้อยมากๆ ที่แฟนผีแดงจะให้เครดิตกับแท็กติกของ มิเกล อาร์เตต้า ที่เลือกกลับมาใช้แผน 3-4-3 ในเกมลีกอีกครั้ง และปิดพื้นที่ในการหยุดการโจมตีของผีแดงได้เสียสนิท
4
โธมัส พาร์เตย์ คือคนที่เด่นที่สุดในสนามอย่างแท้จริง นี่คือนัดที่กองกลางทีมชาติกานาฟอร์มเทพที่สุดแล้ว ตั้งแต่ย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด แต่แฟนบอลเจ้าบ้าน ส่วนใหญ่กลับเอาแต่โทษ ปอล ป็อกบา ว่าคือจุดอ่อน
ปัญหาของ แมนฯ ยู ตั้งแต่พ้นยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คือการไม่สามารถชนะติดต่อกันได้ในระดับเกือบ 10 นัดซ้อนแบบที่เคยทำได้ประจำ
ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก สำหรับทีมที่ไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดจุดเดิม
แต่ผมเป็นห่วงว่า ความคาดหวัง และความกดดันจากแฟนบอลกันเองเนี่ยสิ ที่ทำให้ยูไนเต็ดเดินหน้าต่อได้ยากมากมาตลอด เมื่อพบกับอะไรที่ไม่เป็นใจ
ยิ่งไปกว่านั้น แมนฯ ยู ก็เป็นทีมที่มักทำอะไรผิดที่ผิดเวลา จนคาดเดาไม่ได้อยู่เสมอ
บทที่คิดว่าจะแย่สุดๆ แล้ว “คราวนี้แหละ โซลชาร์ต้องไม่รอดแน่ๆ” เขามักจะเค้นฟอร์มสุดยอดออกมาในนัดที่คาดไม่ถึง แถมไม่ใช่แค่ชนะแบบฟลุกๆ ด้วยนะ แต่คือการชนะแบบต้องชมว่าเล่นดีได้เลย
แต่สิ่งที่แฟนบอลเจอจนชิน ก็คือเมื่อใดก็ตามที่โมเมนตัมกำลังจะมา มักต้องมาสะดุดด้วยการพลาดในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้เห็นเรื่อยๆ
อย่างเกมเมื่อคืนนี้ก็มาแพ้ อาร์เซน่อล เพราะจุดโทษลูกเดียว (ซึ่งผมมั่นใจมากว่าถ้าไม่เสียจุดโทษ คงเสมอ 0-0)
ผมขอถือวิสาสะคิดเองเออเองเลยนะครับ ว่าสิ่งที่จะทำให้บรรยากาศของทีมมันยิ่งแย่ ความกดดัน ความมั่นใจของนักเตะยิ่งลดลงฮวบฮาบเกินกว่าปกติ อย่างที่เราเห็นกันมาตลอด 7 ปีหลัง เพราะแฟนบอลชอบไปถล่มนักเตะ ถล่มทีมตัวเองราวกับว่า ที่ผ่านมามันไม่มีพัฒนาการอะไรเลย เมื่อเจอกับความพ่ายแพ้เพิ่มอีกสักครั้งหนึ่ง
การแพ้ อาร์เซน่อล ที่คุมโดย มิเกล อาร์เตต้า คาบ้าน 0-1 มันคือเรื่องที่อัปยศ และทุเรศขนาดนั้นเลยหรือ?
ผมเข้าใจว่าระดับความคาดหวังของแฟนผีมันสูงมากๆ ตลอดเวลา ยิ่งเล่นดี ใครๆ ก็ยิ่งอยากเห็นทีมติดเครื่องชนะติดๆ กันระดับ 10 นัดซ้อนไปเลย
ถ้าตบ เปแอสเช ถึงบ้าน, ถ้าถล่ม ไลป์ซิก ด้วยสกอร์ประวัติศาสตร์… การเปิดบ้านเจอ อาร์เซน่อล ต้องไม่พลาดสิถึงจะถูก คงคิดกันแบบนี้ใช่หรือไม่
แต่พอมันพลาดขึ้นมา บางคนกลับไม่มีภูมิคุ้มกันอะไรเลยที่จะรับมือกับการเจอผลการแข่งขันแบบนี้ แล้วทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่เว่อร์วัง เหมือนกับว่านี่คือฟอร์มที่ห่วยแตกที่สุดของฤดูกาล
ผมย้ำอีกครั้ง การแพ้ อาร์เซน่อล มันไม่ใช่นัดที่น่าพอใจขนาดต้องอวยว่า “ทำได้ดีแล้ว เล่นแบบนี้ถึงแพ้ก็ภูมิใจ” แต่มันก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรขนาดที่จะเอามันมาทำลายบรรยากาศ และสร้างความกดดัน สร้างความแตกแยกในหมู่แฟนบอลกันเองอีกครั้ง
ทีมระดับ เดอะ กันเนอร์ส ที่มีโค้ชที่คุมโดย มิเกล อาร์เตต้า ถ้าวันไหนวางแผนมาดีมากๆ, ตั้งรับอย่างมีวินัย และมีผู้เล่นที่ท็อปฟอร์มให้เห็นสัก 2-3 คน พวกเขาพร้อมเอาชนะได้ทุกทีม ไม่ว่าจะเป็นทีมใหญ่มาจากไหนอยู่แล้ว
ซึ่งนอกจาก โธมัส พาร์เตย์ แล้ว ผมคิดว่า กาเบรียล มากัลญาเอส คืออีกคนที่ฟอร์มเด่นมากๆ เมื่อตั้งรับการเจาะเข้าทำทุกรูปแบบไม่ให้ผีแดงเข้าไปสร้างปัญหาให้ แบร์นด์ เลโน่ ได้เลย
ผมอาจจะคิดมากไปก็ได้ แต่คิดจริงๆ นะครับว่า ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด จะทำผลงานได้ในระดับที่แฟนบอลพอใจ คงต้องเข้าเบรกชนะติดกันรัวๆ ต้องไม่แพ้เลย หรือถ้าจะแพ้ให้เห็น ก็ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ทำแต้มโกยคู่แข่งขาดกระจุยแล้วเท่านั้น
ซึ่งทีมที่จะทำแบบนั้นได้ ณ เวลานี้ เห็นจะมีเพียง บาเยิร์น มิวนิค ของ ฮันซี่ ฟลิค หรือทีมไหนสักทีมที่ราศีแชมป์จับเห็นๆ เท่านั้น
แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่ใช่ทีมที่ดีขนาดนั้น แล้วแฟนบอลก็ยังรับกันไม่ค่อยได้ ที่พวกเขาไม่ได้ดีแบบที่ตัวเองคุ้นเคย
แน่นอนว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ไม่ใช่โค้ชที่ดีที่สุดในโลก กุนซือที่เก่งกว่าเขามีเยอะแยะมากมายนับไม่ถ้วน
แต่คุณจะเถียงไหม ถ้าผมจะบอกว่ายิ่งกุนซือโปรไฟล์ดีกว่าเขา ความคาดหวังต่อผลการแข่งขันจากแฟนบอล จะยิ่งมากกว่านี้หลายเท่า
เมื่อความคาดหวังมันสูงขึ้น ภารกิจคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีก ถ้าจะตอบสนองในสิ่งที่แฟนบอลต้องการ ตราบใดที่เวลาเจออะไรไม่ได้ดั่งใจ พวกคนเหล่านี้พร้อมจะรุมถล่มทีมตัวเองไม่ไว้หน้า อย่างกับโลกจะแตกมากมายแบบนี้ไปเรื่อยๆ
จะว่าไป โซลชาร์ เองก็ทำตัวน่าหงุดหงิด บทจะดีก็ดีเหลือเชื่อให้เกิดความหวัง แต่สุดท้ายก็ไม่คงเส้นคงวา
บทจะแย่ สโมสรก็แทงกั๊ก ไม่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนอะไรซะที แล้วก็กลับมาทำผลงานดีๆ ให้เพ้อฝันกันใหม่
แต่สมมตินะครับ ว่าถ้าแฟนบอลยังคงไร้ภูมิต้านทานในการรับมือกับความพ่ายแพ้แบบนี้ ยังคงรับไม่ได้ที่จะเจอกับการไม่ได้อะไรดังใจ
ต่อให้เอาโค้ชคนใหม่เข้ามา คุณต้องรออีกกี่ชาติ ไล่กันอีกกี่คนกันล่ะ ถึงจะเจอโค้ชที่ทำให้ทีมชนะติดกัน ทำแต้มทิ้งคู่แข่งกระจุยกระจาย ในยุคที่พรีเมียร์ลีกมันสูสีกันแบบเหลือเชื่อขนาดนี้
ถ้าจะพูดถึงเรื่อง “ทรงบอล” หรือ “แท็กติกเดิมๆ” ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คำพูดที่เหมาะสมเท่าไร ที่จะมาดิสเครดิต โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ในช่วงนี้
หากย้อนไปตอนช่วงที่แพ้ สเปอร์ส คาบ้าน 1-6 ใหม่ๆ ใครจะคิดบ้างว่าทีมจะเอาชนะทั้ง เปแอสเช และ ไลป์ซิก ได้ด้วยสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์
นับตั้งแต่จบเกมแพ้ไก่เดือยทองเป็นต้นมา ไม่มีนัดไหนเลยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด หาโอกาสลุ้นยิงเข้ากรอบจากจังหวะโอเพ่นเพลย์น้อยกว่าคู่แข่ง แถม โซลชาร์ ยังเปลี่ยนแปลงทีม และระบบการเล่นให้เห็นมาหลายนัด
จาก 4-2-3-1 เป็น 3-4-1-2 แล้วกลายเป็น 4-4-2 แบบไดมอนด์ ซึ่งแผนหลังสุดเนี่ย เขาแทบไม่ใช้เลยในช่วง 18 เดือนก่อนหน้านี้
และผมก็นึกไม่ออกเลยว่า เขากล้าเปลี่ยน “เดอะแบก” อย่าง บรูโน่ แฟร์นันเดส ออกจากสนาม หรือกล้าดร็อปสตาร์ทีมชาติโปรตุเกสในเกมสำคัญครั้งสุดท้ายตอนไหน
โอเคว่าผลงานในพรีเมียร์ลีกอาจยังตะกุกตะกัก แต่เหลือบดูสถานการณ์บนตารางคะแนน มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะทีมอื่นๆ ผลัดกันสะดุดให้เห็นกันต่อเนื่องด้วย
แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีเกมลีกนัดตกค้างในมือ 1 นัดที่จะบุกไปเยือน เบิร์นลี่ย์ ซึ่งถ้าหากคว้า 3 คะแนนได้ตามเป้า ก็จะมีเพิ่มเป็น 10 คะแนน และจะทำให้อยู่ห่างจากจ่าฝูงไม่เยอะมากอย่างที่หลายคนคิด
ยิ่งถ้าเกิดพวกเขาไม่พลาดชัยชนะเหนือ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ แบบไปกลับใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โซลชาร์ จะได้กลับมาโฟกัสกับพรีเมียร์ลีกแบบเต็มตัวซะทีในเดือนหน้า ที่โปรแกรมดูจะเบากว่าเดือนนี้พอสมควร
ถ้าเขาพาทีมผ่านช่วงเบรกทีมชาติรอบนี้ได้อย่างน่าพอใจ ด้วยการพิสูจน์ตัวเองได้ด้วยการเก็บ 3 แต้มจาก เอฟเวอร์ตัน ชุดพิการ บอกเลยว่าในเดือนหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะได้ อเล็กซ์ เตลลิส และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล มาเป็นตัวเลือกในทีมเพิ่ม จะได้ลุ้นมากกว่านี้อีก
การเปิดบ้านพบ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ซึ่งเป็นเกมแรกหลังพ้นฟีฟ่าเดย์ ดูยังไงก็น่าจะเป็นเกมที่ปีศาจแดงคว้าชัยชนะนัดเหย้าหนแรกของฤดูกาลได้แน่ๆ
หรือแม้แต่การบุกเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง ก็ไม่ใช่งานที่ยากเกินความสามารถที่จะหวัง 3 แต้ม เช่นเดียวกับการเยือน เวสต์แฮม ซึ่งเป็นเกมลีกนัดที่ 10
การแพ้ อาร์เซน่อล คาถิ่น อาจเป็นเรื่องน่าผิดหวัง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กระจอกเกินกว่าจะหมดโอกาสพิสูจน์ตัวเอง
ถ้าสุดท้าย เขาจะถูกตัดสินว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็คงไม่ใช่เป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างแน่นอน....
จะว่าไปแล้วตำแหน่งของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กับบทบาทผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทนทานเอาเรื่องจริงๆ นะครับ เพราะแม้จะมีช่วงเวลาที่เลวร้ายหลายครั้ง ตลอดเกือบ 2 ปีที่คุมทีมมา แต่ก็มีช่วงกลับมาทำผลงานได้ดี แล้วได้ไปต่อเสมอ
เปรียบไปก็เหมือนกับความแข็งแรงของกระสอบทราย Monster Punch ทนทานไร้การแตกหัก แกนเหล็กทนทาน มอก. (เจ้าเดียวในไทย) ใครสนใจสั่งไปเตะต่อยออกกำลังที่บ้าน บอกได้เลยว่าหายห่วง
╔═══════════╗
🥊กระสอบทรายตั้งพื้น Monster Punch
💥มีทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้นตอนนี้ 5,800 บาท
👌ซื้อทีเดียวจบ หมดปัญหาวอแว
📬จัดส่งทั่วไทย ค่าจัดส่งขึ้นกับระยะทาง/เก็บเงินปลายทางได้
╚═══════════╝
#เสียบสามเหลี่ยม #Solskjaer #ManchesterUnited #ManUnited #MUFC #Arsenal #Arteta #PremierLeague #MonsterPunch
ชอบกดไลค์ ถูกใจกดแชร์ และเพื่อไม่พลาดบทความคุณภาพจากเรา อย่าลืมกดไลค์เพจ และติดตามเพจแบบ See First ไว้เลยนะครับ
..สนใจติดต่อลงโฆษณา, สนับสนุนเพจ ติดต่อจ้างงานเขียนบทความฟุตบอล งานแปลข่าว เขียนสคริปต์สำหรับ Content ฟุตบอล หรือแปลหนังสือฟุตบอล ทักอินบ็อกซ์ สอบถามได้ตลอดเวลาครับ
ความคิดเห็น
boons
บทความวิเคราะห์ดีครับ
2 พ.ย. 2020 เวลา 01:48