นิยายเรื่อง ใคร? EP 2
บทที่ 2 เหตุผลที่ต้องมา
“ขอเพียงพี่ตั้งมั่น สัจจะวาจา
หนึ่งภพ พบพาไม่จางหาย
ขอเพียงหนึ่ง เพียงในร้อย จะนำไป
ชาติไหนๆ เราคงได้พานพบกัน “
ปู๊น ปู๊น ปู๊น ปู๊น รถเอ๋ยรถไฟ วิ่งไปทุกที่ รวมกันทุกที สนุกจริงเชียว
วิ่งเล่นรถไฟ ต่อท้ายทางเดียว เกาะกัน กลมเกลียว
ปู๊น ปู๊น ปู๊น ปู๊น จับไหล่ ต่อไหล่ นำ้ใจเกื้อกูล ร้องเพลง ปู๊น ปู๊น เป็นเสียงรถไฟ
พี่ชาย พี่ชาย ตื่นเร็ว ตื่นเร็ว ถึงแล้ว ถึงแล้ว
เสียงสองสาวที่ร่วมเดินทางมากับชายหนุ่ม ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว อย่างสนุกสนาน
ชายหนุ่มลืมตา พร้อมกับอาการมึนงง เขาไม่แน่ใจนั่นเกิดจากอาการมึนงง จากอาการเมารถไฟ หรือ เป็นเพราะอาการภูมิแพ้ของเขาเริ่มกำเริบ
นี้ก็ปลายเดือน พฤศจิกายนแล้ว ไม่น่าแปลกที่อากาศที่เชียงใหม่จะหนาวเย็นได้แบบนี้
ทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยนแปลง ชายหนุ่มก็มักจะมีอาการเช่นนี้เสมอ
พี่ชาย พี่ชาย พวกหนูมีเรื่องอะไรจะบอก เด็กน้อยทั้งสองรีบดึงแขนของชายหนุ่ม พร้อมทำมือป้อมปาก
ไม่รู้ทำไม คุณแม่ของพวกหนู ถึงพยายามให้พวกหนูเรียกพี่ชายว่า คุณตา ?
ก็เห็นๆกันอยู่ว่าพี่ชายเป็นพี่ชาย ไม่ใช่พวกคุณตา แก่ๆที่อยู่หมู่บ้านข้างๆเลย
ปู๊น ปู๊น ปู๊น เสียงหัวรถไฟกำลังเตือน ให้ผู้โดยสารที่จะลง ให้รีบลงจากรถไฟ
ต้องรีบไปแล้ว ไม่รู้ร้านเฮียสอนแกจะปิดไปหรือยัง !
หลังจากที่ชายหนุ่มตั้งสติได้ ก็นึกถึงเรื่องที่ตัวเองต้องมาทำ
พอชายหนุ่มจะกล่าวลาเด็กน้อยทั้งสอง เด็กน้อยทั้งสองก็หายไปแล้ว ถ้าจะสังเกตให้ดีๆ ตั้งแต่รถไฟจอดเขาก็ไม่เห็นแม่ของเด็กทั้งสองอีกเลย
ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ต้องรีบไปจัดการเรื่องหนี้สิน ที่ร้านของเฮียสอนก่อน
หลังจากชายหนุ่มรีบเดินทางมา ตอนนี้ชายหนุ่มก็ได้มาถึงร้านค้าขนาด 3คูหา ที่ถูกสร้างแบบอาคารพานิชแบบดั่งเดิม สูงเพียง 2ชั้น แต่หน้ากว้างคูหาแต่ละห้องกว้าง 22 เมตร
ร้านของเฮียสอน เป็นร้านที่ตั้ง อยู่ใกล้กับวงเวียนใหญ่กลางใจเมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าจะมาจากทางทิศใดก็สามารถมองเห็นได้จากทุกทาง
ถึงลูกข่างพลาสติกที่เป็นสินค้าของชายหนุ่มจะเป็นสินค้าที่ขายดีลำดับต้นๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าร้านนี้จะขายเพียงลูกข่างพลาสติก อย่างเดียว ยังมีสินค้าอีกหลายประเภท
ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนของนักเรียน หรือจะเป็นพวกสินค้าอุปโภคอีกหลายอย่าง แทบเรียกได้ว่ามีขายเกือบทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ
เฮียสอน ใช่ไหมครับ ชายหนุ่มรีบทักชายวัยกลางคน ที่แลดูภูมิฐาน แต่แฝงไปด้วยความเศร้าโศก
ชายวัยกลางคนหันมาทักชายหนุ่ม พร้อมทั้งถามไถ่ว่ารู้จักแกได้ไง
ผมนนท์ อานนท์ลูกชายเฮียตัน เจ้าของโรงงานของเล่นพลาสติกจากชลบุรีครับ
สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นคือ อาการหนักใจของเฮียสอนเจ้าของร้าน สอนวงศ์พานิช
ตลอดเดือนที่ผ่านมา เฮียสอนเจอเจ้าหนี้ที่เป็นเจ้าของสินค้าต่างๆ มาทวงหนี้จนไม่มีอะไรจะให้แล้ว แล้วตัวเขาจะเอาอะไรไปจ่ายให้เจ้าหนุ่มคนนี้
เฮียสอนได้แต่ถอนหายใจ แล้วบอกว่าตัวเขาไม่มีปัญญาจะจ่ายหนี้ให้ใครได้แล้ว ที่ยังเหลืออยู่ก็อาคารพานิชที่อยู่ตรงหน้านี่
ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มแล้ว จึงเล่าเหตุผลที่ตัวเองต้องมาที่เชียงใหม่ในวันนี้
หลังจากที่ชายหนุ่มได้ข่าวลูกค้าเจ้าใหญ่อย่างเฮียสอน มีปัญหาเรื่องการชำระเงินค่าสินค้า
เนื่องจากแกนำเงินทั้งหมดไปรักษาเมียของแก จนทำให้เจ้าหนี้ทุกคนต่างมาเก็บเงินกับแก ใครมาก่อนก็ได้เงินไป ใครมาทีหลังก็ได้สินค้าไป ใครมาช้าสุด ต่างก็ต้องทำใจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันไป
ทั้งที่ชายหนุ่มสามารถเดินทางมาทวงหนี้ได้ก่อนเป็นเจ้าแรกๆ แต่เป็นเพราะพ่อของเขาที่ดึงตัวเขาไว้ก่อน จนถึงวันนี้ ถึงได้ให้เดินทางมา
ก่อนออกเดินทางพ่อของชายหนุ่มได้บอกกับเขาว่า ไอ้นนท์ที่พ่อให้เอ็งขึ้นไปเนี่ย ไม่ได้ให้เอ็งไปทวงหนี้นะ
ลูกหนี้แบบนี่ เขาเรียกว่า พวกกระดูกทองคำ
นนท์เห็นตอนหมามันแย่งกันกินเนื้อกันไหม ถ้าเราเผลอไปแย่งกับพวกมันเราจะได้เนื้อมาสักเท่าไร
เผลอๆ จะได้แผลกลับมาอีกด้วย
ตอนนี้หมามันแย่งกินเนื้อจนเหลือแต่กระดูก เราไม่ต้องไปแย่งกับใคร
เอาไอ้กระดูกที่เหลือนั้นแหละมาชุบชีวิตใหม่
นนท์ดูดีๆนะ ลูกหนี้คนนี้โดยพื้นฐานเป็นคนดี คนขยัน ไม่เล่นการพนัน ไม่เล่นการเมือง
ที่เงินหมด หมดเพราะนำเงินไปรักษาเมีย ตอนนี้เมียเฮียสอนก็ตายไปแล้ว มันไม่เหลือใคร ทรัพย์สินมันก็ไม่เหลือ
แต่ที่เฮียสอนแกมีคือความขยัน กำลัง ชื่อเสียงที่สร้างมา
ไอ้นนท์เอ็งรีบขึ้นไปบอกเฮียสอนว่า ยอดบัญชีเก่าของเราให้แขวนไว้ก่อน
เอาเงินไปให้เฮียสอนลงของขายแสนหนึ่ง ดูสิว่าสินค้าโรงงานเราอะไรขายได้ ให้รีบส่งไปให้เขาขาย
ทำบัญชีแยกออกมา สิ้นเดือนทีนนท์ก็ขึ้นไปเคลียร์ที หักค่าของสินค้าใหม่เรากลับมา
ส่วนกำไลที่ได้ก็หักมา 3 เปอร์เซนต์เอามาหักหนี้เก่าเรา ไม่กี่ปีหนี้ของเราก็หมด เขาก็ตั้งตัวได้
บอกเขาไปเราขอ 10 เปอร์เซ็นต์จากส่วนต่างของกำไรทุกเดือน
ชายหนุ่มได้บอกเล่า ถึงเหตุผลที่ตัวเขาเองต้องเดินทางมาให้เฮียสอนฟัง และทำข้อตกลงตามที่พ่อของเขาเสนอให้
หลังจากที่ได้ทำหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ชายหนุ่มกำลังขอตัวเดินทางกลับ
เฮียสอนก็หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งมอบให้ แก่ชายหนุ่ม พร้อมเล่าถึงที่มาของที่อยู่ในกล่องว่า มันเป็นสมบัติตกทอดของเมียเขา
ไหนๆเมียของเขาก็ตายไปแล้ว ก็ไม่รู้จะเก็บไว้ดูต่างหน้าให้คิดถึงทำไม แล้วอีกอย่างก็ถือว่าเป็นสินน้ำใจที่ชายหนุ่มเดินทางมา เพื่อช่วยกอบกู้กิจการของเขา
ชายหนุ่มรับมาพร้อมคำขอบคุณ แล้วรีบเดินทางไปสถานีรถไฟ เพื่อจะเดินทางกลับชลบุรี
ขณะที่รถไฟกำลังวิ่งออกจากชานชาลา ชายหนุ่มก็ได้หยิบกล่องไม้ขึ้นมาดู บนกล่องมีตัวหนังสือถูกแกะสลักไว้สี่บรรทัด
ขอเพียงพี่ตั้งมั่น สัจจะวาจา
หนึ่งภพ พบพาไม่จางหาย
ขอเพียงหนึ่ง เพียงในร้อย จะนำไป
ชาติไหนๆ เราคงได้พานพบกัน
ปล บทที่2 ก็เป็นตอนที่ชายหนุ่มเดินทางมาทำสัญญาทางธุรกิจ กับเฮียสอนเชียงใหม่ เฮียสอนเลยได้มอบกล่องไม้ที่เป็นมรดกตกทอดของเมียแกที่เสียชีวิตไปแล้ว ให้แกชายหนุ่ม
อะไรกันแน่ที่อยู่ในกล่องไม้ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำที่ถูกแกะสลักบนกล่องไม้ และเด็กน้อยทั้งสองที่เรียกชายหนุ่มว่าคุณตา นั้นมีความหมายว่าอะไร
ตอนหน้าจะมีปริศนาข้อไหนจะถูกแก้ออกบ้าง โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
ไดอารี่ชีวิต
น่าติดตามยิ่งหนัก รออ่านep.3ค่ะ
21 พ.ย. 2020 เวลา 15:27
ไดอารี่ชีวิต
ว้าว รวดเร็วมากกก
22 พ.ย. 2020 เวลา 01:17
สาวเมืองลิง 🐒
เพลินมาก มีแทรกเทคนิค การค้าให้ด้วย สุดยอดเลยจ้ะ👍
21 พ.ย. 2020 เวลา 14:10
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
ขอบคุณมากมายเลยครับพี่เจี๊ย😍💕
21 พ.ย. 2020 เวลา 14:22
EveryGreen
ชอบตรงที่มีการสอนเรื่องการรับมือกับลูกหนี้ด้วยนี่แหละค่ะพี่ใจดี แถมยังลึกลับด้วย > < เริ่มมีตัวละครออกมาเรื่อยๆแล้วรอติดตามนะคะ ^ ^ ✨
20 พ.ย. 2020 เวลา 13:30
EveryGreen
รีบเลยค่ะพี่ชาย 😁✨
20 พ.ย. 2020 เวลา 13:33