" รากเหง้าฟุตบอลบาร์เซโลน่า "
แม้ว่าสถานการณ์ในสโมสรบาร์เซโลน่า กำลังตกต่ำจากมาตรฐานที่พวกเขาเคยทำเอาไว้ตลอด 15 ปีหลังสุด แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธว่าพวกเขายังมีแนวทางการเล่นเป็นเอกลักษณ์และมีประสิทธิภาพ ในวันที่พวกเขามีทีมที่สมบูรณ์
ระบบการเล่น สไตล์การเล่นของพวกเขาถูกนำมาใช้กับทีมชาติสเปน แน่นอนว่ามีกองกำลังนักเตะของพวกเขามาเป็นแกน เป็นกระดูกสันหลังและมันสมองจนทีมกระทิงดุครองโลกลูกหนังอยู่ถึง 5-6 ปี
โโยฮัน ครัฟฟ์ กลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสร ในแง่ที่ว่าเป็นคนนำโททั่ล ฟุตบอล แบบฉบับของฮอลแลนด์ จากอาแจ็กซ์ และมี ไรนุส มิเชลส์ เป็นโค้ชคนแรกที่โลกนึกถึงเมื่อพูดถึงการเล่นแบบนี้
 
ทว่าในความจริงแล้ว ทั้งเทวดาลูกหนัง และ มิเชลส์ ได้บางสิ่งบางอย่างมาจากคนอังกฤษ
 
อังกฤษ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศแม่ของลูกหนังสมัยใหม่ เพราะเป็นชาติแรกที่เล่นกีฬาชนิดนี้กันอย่างเป็นการเป็นงาน มีการออกกฏ กติกา ชาวบริติช และไอริช มีส่วนต่อฟุตบอลไปทั่วภาคพื้นยุโรป
 
ไม่ว่าจะเป็นประธานสโมสร, โค้ช, ผู้จัดการทีม หรือนักเตะ โดยเฉพาะในสเปน
 
อาร์เธอร์ จอห์นสัน ถูกบันทึกเป็นคนทำประตูแรกให้กับ เรอัล มาดริด ในเกมอย่างเป็นทางการ
เซบีย่า สโมสรฟุตบอลเก่าแก่ที่สุดในสเปน ก่อตั้งเมื่อ 1890 มันถูกตั้งขึ้นมาก็เพราะ เอ็ดเวิร์ด ฟาร์คูฮาร์สัน จอห์นสตัน ชาวบริติชที่อาศัยในเมืองเซบีย่า ต้องการจัดการแข่งขันกีฬากันขึ้นในหมู่บริติชด้วยกัน แนวคิดเกิดขึ้นเพราะเข้าไปนั่งคุยกันใน "กาเฟ่" โดยมี เบียร์จำนวนหนึ่งเป็นสารกระตุ้นไอเดีย
 
เฟรเดริค บีคอนสฟิลด์ เพนท์แลนด์ นำ แอธเลติก บิลเบา ขยี้ บาร์เซโลน่า 12-1 เมื่อปี 1931 เป็นสถิติแพ้เยอะสุดของทัพอาซูลกราน่ามาจนทุกวันนี้ และ "มิสเตอร์ เพนท์แลนด์" เป็นต้นกำเนิดคำที่ในสเปนจะเรียกกุนซือว่า "El Mister"
 
บาร์เซโลน่า ก็เคยมีกุนซือชาวอังกฤษมากมาย โดยเฉพาะในยุคแรกเริ่มของการก่อตั้งสโมสร แต่ทว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา มีกุนซือเพียง 3 คนเท่านั้นที่ไปคุมทีมยักษ์ใหญ่กาตาลุนย่า ซึ่งเป็นคนอังกฤษ
 
เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน, เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ และอีกคนหนึ่ง ผู้ที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน วิค บัคกิ้งแฮม
 
ทั้ง เซอร์ บ็อบบี้, ทีวี และ มิสเตอร์ บัคกิ้งแฮม มีความผูกพันกันมาก่อน มันเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันหนึ่งในปี 1957
 
ค่ำคืนวันนั้น มิดฟิลด์พรสวรรค์วัยแค่ 14 ปี กำลังวิ่งจาก วาเลนซ์ พาร์ค, ดาเกนแน่ม มุ่งหน้าสู่ถนน บอแน่ม โร้ด
 
เด็กคนนี้เพิ่งไปเตะบอลกับเพื่อนๆ ในส่วนสาธารณะ และกำลังกลับบ้าน เมื่อมาถึง เขาเห็นรถยนต์คันงามจอดอยู่ เขาแน่ใจว่ามีบางอย่างแตกต่างไปจากวันอื่นๆ
 
เมื่อเปิดประตูเข้าบ้าน เขาพบกับผู้จัดการทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่นำทีมแบ็กกี้ส์ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ปี1954 และเป็นรองแชมป์ดิวิชั่น 1 ในปีเดียวกัน อดีตตำนานแข้งท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ คนนี้กำลังเจรจาเพื่อให้เขาเข้าไปเป็นเด็กฝึกของสโมสร
 
ผู้จัดการทีมคนนี้คือ วิค บัคกิ้งแฮม กำลังเจรจาเพื่อให้ เทอร์รี่ เวนาเบิ้ล หนุ่มน้อยไปอยู่กับ เวสต์บรอมวิช สโมสรที่มี บ็อบบี้ ร็อบสัน เป็นดาวซัลโวประจำทีมในเวลานั้น
หากตัดภาพกลับมาในปัจจุบัน อังกฤษถูกมองเป็นฟุตบอลล้าสมัยที่ไม่มีทางจะประสบความสำเร็จ เพราะคงตามทีมอย่าง สเปน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส หรืออิตาลี ไม่ทัน นี่ยังไม่นับเหล่าชาติจากละตินอเมริกา
 
ทว่าในค่ำคืนของยุค 50s ที่สเปน ยังอยู่ภายใต้เงื้อมมือจอมเผด็จการนายพล ฟรานซิสโก้ ฟรังโก้ ผู้มองคนต่างชาติเป็นภัยคุกคาม ค่ำคืนนั้นเองที่ อนาคตกุนซือบาร์เซโลน่าทั้ง 3 คนได้มาเกี่ยวข้องกัน
 
ทุกคนจำชื่อของ ปู่บ็อบ และ เทอร์รี่ เวนาเบิ่ลส์ ได้เป็นอย่างดี แต่น้อยคนที่จะนึกชื่อของ วิค บัคกิ้งแฮม ออก
เขานี่แหละ เป็นผู้มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อสไตล์การเล่นที่เราคุ้นเคยกันว่าเป็นแบบฉบับของสเปน
 
ขณะที่เขาไปคุม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม หนแรกระหว่างปี 1959-1961 แม่บ้านผู้มาทำความสะอาดบ้านของ บัคกิ้งแฮม มีชื่อว่า เปโตรเนลล่า ครัฟฟ์
โยฮัน ลูกชายของเธอในวัย 11 ปีตอนนั้น เข้าเป็นเด็กฝึกของ อาแจ็กซ์แล้ว และมักมาคลุกคลีสนิทสนมกับบุตรชายทั้ง 2 คนของ วิค บัคกิ้งแฮม ได้มาฝึกภาษาอังกฤษ และโยฮัน ก็พรสวรรค์โดดเด่นเสียจนกุนซือต่างชาติจากเกาะอังกฤษคนนี้มองเห็นชัดเจน
 
บัคกิ้งแฮม กลับอังกฤษไปคุม เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ อยู่ 3 ปี กระทั่งโดนกล่าวหาว่าพัวพันกับคดีล็อกผลการแข่งขันในปี 1964 เขาจึงต้องออกมาหางานทำนอกประเทศอีกครั้ง
 
ปี 1964-65 เขากลับไปคุม อาแจ็กซ์ อีกรอบ แม้แต่จะแค่ฤดูกาลเดียว แต่เขาได้ทำในสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงสโมสรไปตลอดกาล นั่นคือให้โอกาสดาวรุ่งพรสวรรค์ที่เขามองเห็นมานาน บัดนี้ วัย 17 ปี ได้ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก
 
โยฮัน ครัฟฟ์ กลายเป็นเหมือนศาสดาของ อาแจ็กซ์ และ บาร์เซโลน่า ในทุุกวันนี้ แต่ วิค บัคกิ้งแฮม มีอิทธิพลต่อเส้นทางลูกหนังของเขาอย่างแน่นแฟ้น
 
หลังจากนั้น 5 ปี บัคกิ้งแฮม ก็ได้ไปคุม บาร์เซโลน่า เขานำทีมจบมีคะแนนเท่ากับ บาเลนเซีย (น่าเสียดาย แม้ผลต่างประตูเยอะกว่า แต่ เฮด ทู เฮด เป็นรอง เลยได้แค่รองแชมป์)
 
อย่างไรก็ดี เขานำบาร์ซ่าเอาชนะ บาเลนเซีย ที่มี อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ คุมทีมในนัดชิง โกปา เดล เรย์ ณ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ได้สำเร็จในฤดูกาลเดียวกัน ซึ่งเป็นเพียงโทรฟี่ใบที่ 4 เท่านั้นของสโมสร ในระยะเวลา 11 ปี
 
น่าเสียดายที่อาการเจ็บหลังเรื้อรัง ทำให้ วิค บัคกิ้งแฮม ตัดสินใจลาออกจากการเป็นนายใหญ่แห่งคัมป์ นู ในค่ำคืนของปี 1971 ซึ่งเขาได้ทำภารกิจสุดท้ายคือนำทีมคว้าแชมป์ โกปา เดล เรย์ ถึงถิ่นของ เรอัล มาดริด นี่เอง
 
หลังจากที่ บัคกิ้งแฮม ลาจาก บาร์เซโลน่าไปแล้ว 24 เดือน โยฮัน ครัฟฟ์ ก็ตามรอยอาจารย์คนแรกของเขามายัง คัมป์ นู นับ 1 สู่การเป็นตำนาน
1
ส่วน ไรนุส มิเชลส์ ก็ตามมาสานต่อและขัดเหลี่ยมมุมของ "มิสเตอร์ บัคกิ้งแฮม" ทันทีทั้ง 2 ครั้งคือในปี 1965 ที่อาแจ็กซ์ และปี 1971 ที่บาร์เซโลน่า
 
ระยะเวลาระหว่าง ครัฟฟ์ ในฐานะนักเตะ กับ ครัฟฟ์ ในฐานะกุนซือของ บาร์เซโลน่า เราได้เห็น เทอร์รี่ เวนาเบิ่ลส์ เข้ามาคุมทีม นำโทรฟี่ ลา ลีกา และ โกปา เดล เรย์ มาสู่สโมสร สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กเก็บบอลที่ชื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
 
หลังจาก ครัฟฟ์ อำลางานคุมทีมในถิ่น คัมป์ นู ไปแล้ว เรายังเห็น บ็อบบี้ ร็อบสัน เดินทางมาทำหน้าที่แทน และปู่บ็อบ ตอนนั้นมีกัปตันทีมที่ชื่อ กวาร์ดิโอล่า
 
ทั้ง โยฮัน ครัฟฟ์, บ็อบบี้ ร็อบสัน และ เทอร์รี่ เวนาเบิลส์ ต่างเคยเป็นศิษย์ของ วิค บัคกิ้งแฮม ทั้งสิ้น
 
อ้อ แล้วก็ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ลงสนามให้ทีม บาร์เซโลน่า เบ เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1990 ก็โดยโค้ชที่มองเห็นพรสวรรค์ของเขา และให้โอกาสนี้แก่เขานามว่า กีเก้ กอสต้า
โค้ช กีเก้ กอสต้า คนนี้ก็คือปราการหลังดาวเด่นชุดแชมป์ โกปา เดล เรย์ ปี 1971 ของสโมสร ผู้ที่ วิค บัคกิ้งแฮม ดึงเข้ามาร่วมทีมในปี 1970 นั่นเอง
 
ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม นี่ช่างเป็นความเกี่ยวพันที่เหลือเชื่อ เมื่อมองย้อนกลับไปจากปัจจุบัน
*********************************
อ่านบทความย้อนหลัง
" เอ็นโซ่ฮีโร่ของซิซู ": เอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่ จอมทัพทีมชาติอุรุกวัย คือไอดอลตลอดกาลของ ซีเนดีน ซีดาน ทั้งคู่มีความเชื่อมโยงกันหลายอย่าง แม้กระทั่งโมเมนต์ที่ไม่น่าจดจำในเกมที่สำคัญที่สุด
" นัดสุดท้ายของเดเดแอร์ " : ประวัติศาสตร์ฉบับย่อในช่วงสุดท้ายของทีมชาติเยอรมันตะวันออกในช่วงที่กำแพงเบอร์ลินถูกทำลายและเยอรมันรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งแน่นอน ทีมฟุตบอลก็ถูกยุบรวมเช่นกัน
" เมื่อผู้รักษาประตูตัดสินชัยชนะ " : แสงไฟสาดส่องมาที่ผู้รักษาประตูทันทีที่การดวลจุดโทษมาถึง ในบางครั้ง พวกเขาก็ทำมากกว่าแค่การเซฟลูกยิงของคู่แข่งจากระยะ 12 หลา เพราะพวกเขาลุกขึ้นมาขอเป็นคนยิงเอง และนำชัยชนะมาให้กับทีม
" อุบัติเหตุ! " : อุบัติเหตุ เหตุที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะเกี่ยวกับรถยนต์ หลายครั้งที่มันพรากคนที่เรารู้จักไปอย่างไม่ทันตั้งตัว และหลายครั้งมันเป็นนักฟุตบอลที่เรารู้จักกันดี
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
.
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
ขอบคุณครับ
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้