สถิติชี้ชัด Trade War ของทรัมป์
ไม่สามารถยับยั้งจีนได้
แอดมินได้อ่านรายงานจาก Asia Nikkei สื่อชื่อดังของญี่ปุ่น เกี่ยวกับประเด็นการสงครามการค้า ระหว่าง จีน – สหรัฐฯ
ที่ดูเหมือนว่า ความพยายามของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามลดบทบาททางการค้าในเวทีโลกของจีนจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่
หนำซ้ำ ตัวเลขส่งออกล่าสุดของจีน กลับพบว่าสัดส่วนการส่งออกสินค้าของจีนไปทั่วโลก กลับสูงกว่าตอนที่ทรัมป์ ประกาศสงครามการค้าในช่วง 2 ปีที่แล้วซะอีก
บทความนี้เราไปดู 6 ประเด็น ที่น่าสนใจ
หากพร้อมแล้ว ไปติดตามกันเลย
=========================
นำเข้า "ความรู้" ส่งออก "ความคิด" ติดตาม
"นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า"
=========================
1) ทาง Nikkei ทำการวิเคราะห์สินค้าหลัก กว่า 3,800 รายการ จากองค์กรการค้าโลก และพบว่ามีสินค้ากว่า 320 รายการ ในปี ค.ศ. 2019 ที่จีน ครองส่วนแบ่งทางการตลาด มากกว่า 50%
ซึ่งหากเทียบตัวเลขเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ช่วงที่จีนเพิ่งเข้าร่วม WTO ก็จะพบว่าจำนวนสินค้าที่จีนมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% มีเพียง 61 รายการเท่านั้น
โดยช่วงที่ทรัมป์อยู่ในตำแหน่ง ดูเหมือนตัวเลขนี้จะชะลอตัวลง แต่ก็กลับมาเพิ่มช่วงปี ค.ศ. 2020 นี้
2
2) ตัวอย่างสินค้าที่จีนส่งออก และมีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% ในตลาดโลกได้แก่
- คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ส่วนแบ่งตลาดโลก 66%
- โคมไฟอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนแบ่งตลาดโลก 62%
- หน้าจอ LCD ส่วนแบ่งตลาดโลก 52%
- เครื่องปรับอากาศ ส่วนแบ่งตลาดโลก 57%
- อ่างล้างมือเซรามิก และโถส้วม ส่วนแบ่งตลาดโลก สูงถึง 80%!
3) สาเหตุหนึ่ง ที่สินค้าในข้อ 2 เพิ่มอย่างต่อเนื่อง มาจากสถานการณ์โควิด ทำให้คนไปไหนไม่ได้ ต้อง “อยู่บ้าน” ทำให้ตัวเลขส่งออกสินค้าเหล่านี้จากจีน ไปประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้ว หรือ OECD สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 14% ของมูลค่าส่งออก ขยับไปสูงถึง 24% ช่วงเดือน เมษายน ที่ผ่านมา
คือ ช่วงที่ทุกประเทศหยุด แต่จีนที่คุมโควิดได้ดี กลับมาทำงานก่อนเพื่อน
โดยมีรายงานจาก Trader รายหนึ่งในจีน บอกว่ามียอดออเดอร์ “รถจักรยาน และเฟอร์นิเจอร์” ยาวไปต่อเนื่อง มากกว่า 2 ปีข้างหน้า
4) สาเหตุที่ของที่ผลิตในจีน ราคาถูกจนเหลือเชื่อ ส่วนหนึ่ง มาจากการผลิตตามใจฉัน ไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมสักเท่าไหร่ (แต่ช่วงหลังทางจีนเองก็เข้มงวดขึ้นมาก กับโรงงานที่ปล่อยมลพิษ)
5) ข้อตกลงทางการ RCEP จะส่งผลบวกต่อจีนมากที่สุด โดยจากผลการศึกษาของ Peterson Institute for International Economics พบว่า การส่งออกของโลก จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น กว่า 15 ล้านล้านบาท ภายในปี ค.ศ. 2030 และจีนจะได้ประโยชน์ ส่งออกได้เพิ่ม กว่า 7.5 ล้านล้านบาท (หรือ 50% ของมูลค่าส่งออกที่คาดว่าจะเพิ่ม)
ทั้งนี้ การที่อินเดีย และไต้หวัน ยังไม่ได้อยู่ใน RCEP ก็เป็นโอกาสที่จีน จะทะลวงตลาดอาเซียนได้สบายใจมากขึ้น ไร้คู่แข่ง (แต่จริงๆ จีนอยากเจาะตลาดอินเดียมากกว่า แต่อินเดียไม่ยอมง่ายๆ)
6) ทางอดีตนายกฯมหาธีร์ แห่งมาเลเซีย ให้มุมมองว่า ทาง โจ ไบเดน ว่าที่ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ คงใช้แนวทางแบบมีเหตุมีผลมากขึ้น เขามองว่า สถานการณ์ความสัมพันธ์ จีน-สหรัฐฯ คงไม่แย่ไปกว่าสมัย โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจทำให้ประเทศเล็กๆ รอบๆ จีน ได้พอหายใจหายคอได้บ้าง...
แต่คิดๆ ไปแล้วก็คิดถึงทรัมป์ เหมือนกัน ช่วงหลังๆ โลกดูขาดสีสรร เมื่อทรัมป์ เงียบไป...
หากบทความมีประโยชน์ กดไลค์ และแชร์ให้เพื่อนๆ ได้เลย
หรือเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเรื่องไหน อยากให้แอดมินเล่าให้ฟัง ก็ส่ง inbox มาคุยกันเลยได้ที่ https://bit.ly/3j7BwBW
=========================
นำเข้า "ความรู้" ส่งออก "ความคิด" ติดตาม
"นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า"
=========================
ด่วน!! ผู้นำเข้าส่งออก ที่กำลังประสบปัญหา ค่าขนส่งระหว่างประเทศแพง จองเที่ยวเรือขนส่งไม่ได้ แอดมินแนะนำบริการเปรียบเทียบค่าขนส่งทั้งทางทะเล ทางอากาศ และทางบก นั่นก็คือสตาร์ทอัพไทยอย่าง “ZUPPORTS”
.
ทีมงานยินดีช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกท่าน สนใจลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้เลยที่ https://zupports.co/register/
❤️ อ่านบทความย้อนหลังได้ที่
นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า marketplace: อยากหาสินค้า หรืออยากหาตัวแทนจำหน่าย ร่วมกลุ่มได้เลยที่
#นำเข้าส่งออกสุดขอบฟ้า #นำเข้า #ส่งออก
#ZUPPORTS
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้