ไทยเบฟ จะเอาธุรกิจเบียร์ เข้าตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์
1
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าบริษัท ไทยเบฟ
ของเสี่ยเจริญกำลังจะแยก “ธุรกิจเบียร์” เพื่อนำไปจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์
3
การแยกธุรกิจแบบนี้เรียกว่าการ Spinoff ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายกับกรณี ปตท.
ที่กำลังจะนำ OR เข้าตลาดหุ้นไทย เพื่อระดมทุนเพิ่มเติม
โดยมูลค่าคาดการณ์หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทแห่งนี้จากแหล่งข่าว
จะมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 แสนล้านบาท
1
นอกจากนั้น ดีลดังกล่าว มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นการระดมทุน IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสิงคโปร์
2
นับตั้งแต่ Hutchison Port Holdings เจ้าของธุรกิจท่าเรือที่เคยระดมทุนไป 1.7 แสนล้านบาท ในปี 2011 หรือเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา
1
ทีนี้ เรามาดูผลประกอบการของบริษัท ไทยเบฟ ปี 2020 กัน
รายได้ 2.5 แสนล้านบาท
กำไร 2.6 หมื่นล้านบาท
1
โดยรายได้ทั้งหมดของบริษัท เป็นสัดส่วนรายได้มาจาก
ธุรกิจสุรา 46.3%
ธุรกิจเบียร์ 42.2%
ธุรกิจเครื่องดื่ม 6.4%
ธุรกิจอาหาร 5.1%
สังเกตได้ว่าธุรกิจเบียร์สามารถทำรายได้มากเกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทไทยเบฟ
แต่ที่น่าสนใจก็คือ ธุรกิจเบียร์สามารถสร้างกำไรได้ 3.5 พันล้านบาท
หรือคิดเป็นเพียง 13.4% ของกำไรทั้งหมดที่บริษัททำได้
ซึ่งกำไรส่วนใหญ่ที่บริษัททำได้มาจากธุรกิจสุรา
5
ทั้งนี้ ธุรกิจเบียร์ของไทยเบฟนอกจากจะผลิตเบียร์ภายใต้แบรนด์เบียร์ช้างไทยเบฟก็ยังผลิตเบียร์ภายใต้เฟเดอร์บรอย, อาชา, ฮันทส์แมน, แบล็ค ดราก้อน, แทปเปอร์ และยังรวมไปถึงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท Saigon Beer บริษัทเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม อีกด้วย..
8
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
หากธุรกิจเบียร์ของไทยเบฟ เข้ามาจดทะเบียน
อยู่ในตลาดหุ้นบ้านเรา และมีมูลค่า 3 แสนล้านบาท
ก็จะมีขนาดใกล้เคียงกับ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
1
ความคิดเห็น
Sahub Ace
เก่งแต่ผูกขาด
28 ม.ค. เวลา 17:41
535036
จริงค่ะ
28 ม.ค. เวลา 23:21
Rainbow Aloha
ถ้าไปแล้วช้างจะขึ้นราคาอีกไหมคะ
28 ม.ค. เวลา 17:05
อิท
แน่จริงยกเลิกกฎหมายผูกขาดสิ รายได้หดแน่นอน
28 ม.ค. เวลา 14:52
อิท
เขาจ่ายเงินแน่นอนแหละครับ ถวายเงินทุกปี มีแก้ไขนิดหน่อยตอนปี 60 แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ซ้ำเติมหนักขึ้นไปอีก กฎหมายบ้าบออะไรจะทำเบียร์ต้องมีกำลังผลิต 1 หมื่นลิตรต่อวัน บ้าไปแล้ว
28 ม.ค. เวลา 17:48