1 ก.ย. 2018 เวลา 11:58
เจียงไท่กงนั่งตกปลา อดทนรอโอกาสสร้างชื่อเมื่ออายุ 72
เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่คนจีนใช้เพื่อให้กำลังใจคนที่ล้มลุกคลุกคลานแล้วยังตั้งตัวไม่ได้สักทีครับ
“หลู่ซาง” (Lu Shang) หรือที่คนไทยรู้จักกันจากในตำนานห้องสินว่า “เจียงไท่กง” ซึ่งไดรับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์จีนให้เป็น 1 ใน 2 สุดยอดกุนซือในประวัติศาสตร์จีน ผู้แต่งคัมภีร์ “หลิ่วเทา” (6 กลยุทธ์) ตำราพิชัยสงครามเล่มแรกของจีน ก่อนหน้าซุนวู
เขายังเป็นผู้วางรากฐานการปกครองให้ราชวงศ์โจว (Zhou Dynasty) ซึ่งถือเป็นราชวงศ์ที่มีอายุยาวนานที่สุดของจีน และเป็นต้นแบบของวัฒนธรรมจีนหลายๆด้าน
1
ผ่านเวลามาเกือบ 4,000 ปี แต่ชื่อของเจียงไท่กงยังได้รับการยกย่อง คัมภีร์ของเขาก็ยังเป็นหนึ่งในพิชัยสงครามที่นักธุรกิจและนักปกครองจีนนำมาศึกษาแล้วประยุกต์ใช้ในยุคปัจจุบัน
แต่กว่าที่เขาจะประสบความสำเร็จขนาดนี้ ชีวิตของเขา “กลับล้มเหลวมาตลอด”
เขาเพิ่งจะมีโอกาสได้ทำงานสร้างชื่อเมื่ออายุ 72 ปีเข้าไปแล้ว
เดิมที เขาเป็นบัณฑิตที่มีความมุ่งมั่นต้องการศึกษาหาความรู้จากตำราต่างๆแล้วหวังจะนำไปใช้ช่วยเหลือเจ้าเมืองสักแห่งในการสร้างชื่อเสียง
แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีใครคิดรับเขาไปทำงาน ไม่ว่าจะเพราะเขาไม่สามารถทำให้เจ้าเมืองต่างๆเชือถือ หรือเพราะถูกคนอื่นกลั่นแกล้ง
เขาต้องซมซานกลับมาบ้าน กระทั่งภรรยาก็ยังดูถูกบ่อยครั้ง
เจียงไท่กงท้อแท้หมดอาลัยหลายครั้ง เกือบจะเลิกหวังที่จะทำงานใหญ่ แต่เขาก็ยังหมั่นศึกษาตำราอย่างไม่หยุด หวังว่าจะได้มีโอกาสใช้ความรู้เพื่อสร้างชื่อ และทำเพื่อบ้านเมือง
รอแล้วรอเล่า โอกาสยังคงไม่มา
กระทั่งเขาอายุได้ 72 ปี วันหนึ่ง เขาออกไปนั่งตกปลาที่ริมคลอง มีชายสูงวัยคนหนึ่งเดินเข้ามา เห็นเขาตกปลายังไม่ได้สักที จึงเข้าไปชี้แนะวิธีการให้
เจียงไท่กงทราบทันทีว่า เขาอาจจะตกปลาไม่ได้ก็จริง แต่เขาคว้าสิ่งที่ต้องการได้แล้ว
เจียงไท่กงเล่าถึงแนวคิดต่างๆที่เขาจะทำ กระทั่งชายคนนั้นชอบใจ จึงได้จ้างเขามาทำงานด้วย
ซึ่งชายคนที่ว่าคือ จีซาง เจ้าเมืองโจว ซึ่งเวลานั้นเพิ่งถูกปล่อยตัวจากการคุมขังที่เมืองหลวงของราชวงศ์ซาง หรือราชวงศ์อิน เพราะเขาถูกต้องสงสัยว่าจะก่อกบฏต่อโจ้วอ๋อง ผู้นำของแผ่นดินในเวลานั้น
1
โจ้วหวางเดิมเป็นผู้นำที่ดี แต่เขากลับกลายเป็นทรราชย์ที่กดขี่ผู้คนด้วยความรุนแรง จีซางคิดจะหาทางแก้ไขเกลี้ยกล่อมโจ้วอ๋อง แต่ไม่สำเร็จ แถมลูกชายของเขาคือป๋ออี้เข่า ยังถูกสังหารด้วย
จีซางจึงมีความแค้นอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้กับโจ้วหวาง แต่เขาก็ไม่มีกำลังมากพอที่จะต่อต้าน
เมื่อเขาถูกปล่อยตัวออกมา แล้วกำลังเดินทางกลับเมือง จึงได้มาเจอเจียงไท่กงนั่งตกปลาอยู่
ทั้งสองต่างรู้ว่า นี่คือโอกาส และคนที่ตัวเองต้องการ
เจียงไท่กงต้องการนายทุนใหญ่ที่จะให้โอกาสตนเองแสดงความสามารถ
ส่วนจีซางก็ต้องการยอดกุนซือที่จะคิดแผนการทำลายราชวงศ์ซาง
แล้วเมื่อโอกาสมาประจวบ สองชายชราต่างไม่พลาดที่จะคว้าไว้
เจียงไท่กงแนะนำให้จีซางตั้งตนเป็นโจวเหวินหวาง สถาปนาราชวงศ์โจว เพื่อแสดงจุดยืนให้ผู้ที่คิดต่อต้านโจ้วหวาง ได้รู้ว่าราชวงศ์ใหม่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้เขาสามารถได้ตัวผู้มีความสามารถเข้าร่วมด้วยจำนวนมาก
ส่วนเจียงไท่กงในวัย 72 ปี ไม่เพียงแต่เป็นกุนซือเท่านั้น เขายังกลายเป็นแม่ทัพใหญ่ ช่วยวางแผนทำศึกกับราชวงศ์ซาง
แต่แล้วจีซางก็ล้มป่วยจนเสียชีวิต เจียงไท่กงจึงแนะนำให้จีพาซึ่งเป็นบุตรชายสืบทอดอำนาจต่อจากบิดา แล้วเขาก็สนับสนุนจีพาให้ขึ้นเป็น “โจวอู่หวัง” ทำศึกปราบราชวงศ์ซางได้สำเร็จ
หลังเสร็จศึก เจียงไท่กงได้ตำแหน่งเป็นหลู่อ๋อง ครองดินแดนหลู่ แต่จีพาได้รับบาดเจ็บในช่วงทำสงคราม จึงเสียชีวิตลงหลังจากชนะศึกแล้วเพียงปีกว่า
สถานการณ์ของราชวงศ์โจวที่เพิ่งก่อตั้งยังไม่นิ่ง อาจจะมีการก่อกบฏ เจียงไท่กงจึงแนะนำให้น้องชายของจีพาคือ โจวกงต้าน รับตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ บริหารบ้านเมืองต่อจนกว่าลูกชายของจีพาจะเติบใหญ่ จึงค่อยส่งต่อบัลลังก์ให้
เจียงไท่กงยังรวบรวมกลยุทธ์ทั้งหมดในชีวิต มาแต่งตำราพิชัยสงครามเล่มแรกของจีนและของโลก คือ “หลิ่วเทา” ซึ่งนักธุรกิจและนักปกครองจีนยังศึกษากันถึงทุกวันนี้ กระทั่งจีนขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก
จากภาพคือ ตำราพิชัยสงครามหลิ่วเทา ฉบับแปลภาษาอังกฤษ เวอร์ชั่นของ Ralph D.Sawyer ซึ่งทำให้ตำรานี้แพร่หลายไปทั่วโลก
เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่า อายุไม่ใช่อุปสรรค แต่อยู่ที่ว่า จะอดทนรอโอกาสที่ใช่ได้แค่ไหน
ที่สำคัญคือ หากว่าโอกาสมาถึงแล้ว เราจะคว้าไว้หรือไม่ อีกทั้งโอกาสก็อาจจะมาได้ในทุกรูปแบบเลยก็ได้
ส่วนภาพนี้คือการพบกันระหว่างเจียงไท่กงและจีซาง ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ใน Metropolitan Museum of Art พิพิธภัณฑ์ชื่อดังที่มหานครนิวยอร์ค
หากชอบเรื่องราวเหล่านี้ สามารถติดตามอ่านได้จากเพจ
สามก๊ก & เซ็นโกคุ
โฆษณา