27 พ.ย. 2018 เวลา 13:39 • กีฬา
รู้หรือไม่ โรนัลดินโญ่ เคยจะย้ายมาแมนฯยูไนเต็ด ทีมปีศาจแดงเตรียมเสื้อเบอร์ 7 ไว้ให้แล้วด้วย แต่สุดท้ายกลับลำ 360 องศา ไปอยู่บาร์ซ่าแทน มันเกิดอะไรขึ้น วิเคราะห์บอลจริงจังจะเล่าให้ฟัง
มีคำกล่าวว่า ในตลาดซื้อขายนักเตะ ตราบใดก็ตามที่ผู้เล่นยังไม่ชูเสื้อ เมื่อนั้นทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
เหตุการณ์ที่พิสูจน์ประโยคนี้ได้เป็นอย่างดี คือเรื่องราวของโรนัลดินโญ่ ในปี 2003
นักเตะเกือบจะย้ายมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่แล้ว งานเปิดตัวถูกเตรียมไว้แล้วที่โอลด์แทรฟฟอร์ด แต่ในช่วงเวลาแค่ 24 ชั่วโมง ทุกอย่างพลิกผันหน้ามือเป็นหลังมือ
โรนัลดินโญ่ไปบาร์เซโลน่าแทน
ความชุลมุนในการซื้อขายนักเตะครั้งนั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร
และอะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด พ่ายแพ้ในการแย่งชิงครั้งนี้ เราจะย้อนกลับไปดูด้วยกันอีกครั้ง
ในปี 2001 โรนัลดินโญ่ วัย 21 ปี เซ็นสัญญาย้ายจากเกรมิโอ ในบราซิล มาอยู่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงในฝรั่งเศส ด้วยสัญญา 5 ปี
แค่ปีแรกเขาทำผลงานได้สุดยอดทันที ลีลาการเลี้ยงบอลของเด็กหนุ่มคนนี้ ไม่มีใครเทียบเคียงได้ เขาทำให้แฟนบอลเข้ามาดูในสนามแน่นขนัดทุกเกม
ซีซั่นแรก โรนัลดินโญ่ ได้ใส่เสื้อเบอร์ 21 แต่พอผ่านปีแรก สโมสรยื่นเบอร์ 10 ให้เขาทันที ซึ่งเป็นเบอร์ของเพลย์เมกเกอร์อันดับ 1
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของรอนนี่ กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็ไม่ได้สวยงามยาวนานนัก
ในช่วงพักหน้าหนาวของฤดูกาล 2002-03 เปแอสเช ปล่อยให้ผู้เล่นได้พักผ่อนอิสระ แต่มีกำหนดกลับมารายงานตัว วันที่ 28 ธันวาคม 2002 ปรากฎว่า โรนัลดินโญ่ เดินทางกลับไปพักผ่อนที่บราซิล แล้วกลับมารายงานตัววันที่ 3 มกราคม 2003 เลตกว่าที่นัดหมายกันถึง 6 วัน
โรนัลดินโญ่อ้างว่า เขาไปเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกกราม เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับฟันเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม สโมสรไม่ฟัง ก่อนสั่งปรับเงินโรนัลดินโญ่ เพราะเชื่อว่า เขาอยู่บราซิลยาวเพื่อ รองานปาร์ตี้ช่วงปีใหม่มากกว่า
ความสัมพันธ์ของโรนัลดินโญ่ กับสโมสรแย่หนักขึ้นไปอีก ในวันที่ 26 มีนาคม 2003 ในเกมลีกเอิง ที่พบกับน็องต์ นาทีที่ 75 ขณะที่โรนัลดินโญ่ กำลังจะง้างเท้าเตรียมยิงฟรีคิก เทรนเนอร์ หลุยส์ แฟร์กน็องเดซ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวกลางคัน ไม่ให้เขายิงฟรีคิกระยะถนัดของตัวเอง
โรนัลดินโญ่ เดินออกจากสนามด้วยอารมณ์โมโห เขามีความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
2 ประเด็นนี้ ทำให้สื่อเริ่มประโคมข่าวว่า โรนัลดินโญ่ "ย้ายแน่" ในซีซั่นหน้า
เมื่อมีข่าวหลุดออกมาว่า โรนัลดินโญ่อยากจะย้าย
ทีมแรกที่เปิดการเจรจาก่อนใครคือ บาร์เซโลน่า
29 มีนาคม 2003 โรนัลดินโญ่ เดินทางไปเก็บตัวกับทีมชาติบราซิล ที่เม็กซิโก ซานโดร โรเซลล์ ไปหารอนนี่ ถึงโรงแรม
ในเวลานั้น บาร์เซโลน่า กำลังจะเลือกตั้งประธานสโมสรคนใหม่ ซานโดร โรเซลล์ เป็นมือขวาของโจน ลาปอร์ต้า หนึ่งในผู้สมัครตัวเต็ง โดยนโยบายหาเสียงของลาปอร์ต้า คือบาร์เซโลน่า จะได้ตัวซูเปอร์สตาร์ของโลก ไม่เดวิด เบ็คแฮม ก็โรนัลดินโญ่มาครอง ถ้าหากเขาได้รับเลือกเป็นประธานคนใหม่
ลาปอร์ต้า จึงให้โรเซลล์ ไปเจรจาเบื้องต้นกับโรนัลดินโญ่ไว้ก่อน
สำหรับ ซานโดร โรเซลล์ ก่อนจะมาร่วมลงสมัครในทีมงานเลือกตั้งของลาปอร์ต้า เขาทำงานเป็นผู้บริหารของไนกี้ ภาคพื้นอเมริกาใต้ และเป็นคนจับโรนัลดินโญ่ เซ็นสัญญากับไนกี้เอง ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับโรนัลดินโญ่มากเป็นพิเศษ
ในครั้งนั้น โรนัลดินโญ่ตอบว่า "ผมจะไปอยู่กับพวกคุณ"
แต่ในใจของโรเซลล์ก็รู้ดีว่า มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น การเจรจากับนักเตะบราซิล มันไม่เคยง่ายอยู่แล้ว
หลังจบฤดูกาล 2002-03 ปารีสคว้ามือเปล่าในซีซั่นนั้น พวกเขาจบอันดับ 11 ในลีก และได้รองแชมป์ฟุตบอลถ้วย ซึ่งโรนัลดินโญ่ก็มองแล้วว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะอยู่ที่ปารีสต่อ
โรนัลดินโญ่ มีดีกรีนักเตะแชมป์โลก และเป็นว่าที่นักเตะบัลลงดอร์ในอนาคต ดังนั้นก็สมควรย้ายไปทีมที่ใหญ่กว่านี้
โรแบรโต้ เด อัสซิส พี่ชายของโรนัลดินโญ่ ที่เป็นเอเยนต์ด้วย ประกาศชัดเจนว่า ในซีซั่นหน้า น้องชายของเขาจะย้ายทีมแน่นอน และ ตอนนี้สโมสรที่สนใจ ก็สามารถยื่นข้อเสนอมาให้ต้นสังกัด เปแอสเช พิจารณาได้แล้ว
เปแอสเช ตั้งค่าตัวไว้ที่ 25 ล้านยูโร สโมสรไหนที่พร้อมจ่ายน้อยกว่านี้ ไม่ต้องมาคุยกัน ทำให้ อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส และ เชลซี ตัดสินใจถอนตัวออกไป
ตอนนี้เหลือแค่ ม้าสองตัวเท่านั้น ที่แย่งชิงเข้าเส้นชัย ได้แก่ บาร์เซโลน่า กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ในขณะเดียวกัน 15 มิถุนายน 2003 การเลือกตั้งประธานสโมสรบาร์เซโลน่าคนใหม่ เริ่มขึ้น ด้วยนโยบายดึงสตาร์ของลาปอร์ต้า ทำให้เขาได้รับคะแนนเสียงอย่างถล่มทลาย
ลาปอร์ต้าได้คะแนนเสียง 52.57% จากสมาชิกสโมสร เขากลายเป็นประธานคนใหม่ของทีมอาซูลกราน่า
ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่ลาปอร์ต้า ต้องทำ คือรักษาสัญญาที่เขาให้ไว้ตอนหาเสียง คือเอาตัว เบ็คแฮม หรือโรนัลดินโญ่ มาครองให้ได้
แต่อุปสรรคของลาปอร์ต้าก็เกิดขึ้น เพราะมีอยู่สโมสรหนึ่ง ที่มีความสุขในการฉีกหน้าบาร์เซโลน่า เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ
ทีมนั้นคือเรอัล มาดริด
2 กรกฎาคม 2003 เรอัล มาดริด ประกาศเปิดตัว เดวิด เบ็คแฮม จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในราคา 25 ล้านปอนด์
เบ็คแฮม เข้ามาร่วมในกาลาคติกอส ทำให้มาดริด กลายเป็นทีมออลสตาร์ที่มี ซีดาน, ฟิโก้, โรนัลโด้, ราอูล และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส ลงเล่นด้วยกัน
ตอนนี้แฟนบอลบาร์เซโลน่าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น พวกเขาด่าโจน ลาปอร์ต้าอย่างหนัก ที่โดนคู่แข่งตลอดกาล เรอัล มาดริด ตัดหน้าเป้าหมายอันดับ 1 ไปได้หน้าตาเฉย
แฟนบอลบาร์ซ่า รู้สึกว่าเหมือนตัวเองโดนหลอก ที่ให้ลงคะแนนเสียงให้ลาปอร์ต้า ทั้งๆที่เขาไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้ตอนหาเสียงได้
กลยุทธ์ของเรอัล มาดริด เพิ่มความเจ็บแสบยิ่งกว่านั้น โดยมีเรื่องเล่าลือกันว่า พอมาดริด ได้ตัวเบ็คแฮมแล้ว ได้มีการช่วยแนะนำ ทริกให้แมนฯยูไนเต็ด ในการซื้อตัวโรนัลดินโญ่ด้วย
มาดริด ระบุว่า แมนฯยูไนเต็ด ควรเพิ่มเงินจากราคาเดิมที่ปารีสตั้งเอาไว้ที่ 25 ล้านยูโร อัพไปถึง 30 ล้านยูโรถ้าเป็นไปได้ เพื่อให้การเจรจากับต้นสังกัดสมูธขึ้น จากนั้นก็อย่าลืมให้เงินกินเปล่า กับโรแบร์โต้ เด อัสซิส พี่ชายของนักเตะด้วย
มาดริดช่วยแนะนำทุกทาง เพราะถ้าหาก บาร์ซ่า พลาดได้ตัว 2 นักเตะที่ประธานคนใหม่หาเสียงเอาไว้ สำหรับทีมราชันชุดขาว มันคงเป็นการฉีกหน้าที่สะใจมาก
15 กรกฎาคม 2003 โรนัลดินโญ่ และ โรแบร์โต้ เด อัสซิส พี่ชาย นัด 2 สโมสรมาเจรจาขั้นสุดท้ายที่เมืองลียง
โรนัลดินโญ่ พักอยู่ที่โรงแรม ฟลอเรนติเน่ ซึ่งเป็นโรงแรมโบราณที่ปรับปรุงมาจากพระราชวังในยุคเรเนอซองซ์ มันเป็นสถานที่ ที่เหมาะสมในการพูดคุย และตัดสินใจว่า เขาจะย้ายไปเล่นให้กับสโมสรไหนในซีซั่นหน้า
ปีเตอร์ เคนย่อน ซีอีโอ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นราคาให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ 30 ล้านยูโร พร้อมกับค่าเหนื่อยมหาศาลในระดับแพงสุดในพรีเมียร์ลีก ให้โรนัลดินโญ่
นี่เป็นราคาที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงพอใจ เพราะตั้งราคาตอนแรกไว้ที่ 25 ล้านยูโรเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เปแอสเช ยังให้โอกาสกับบาร์เซโลน่าก่อน ต้องลองมาดูว่า พวกเขาจะสู้ค่าตัวกับแมนฯยูไนเต็ดได้หรือไม่
ในเวลานั้น บาร์เซโลน่า มีฐานะทางการเงินที่ย่ำแย่มาก พวกเขาจบฤดูกาลอันดับ 6 ในซีซั่นที่ผ่านมา และไม่ได้สิทธิลงแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้มีงบประมาณจำกัด
บาร์เซโลน่าระดมเงินทั้งหมดที่มีของสโมสร พวกเขาหาได้เต็มที่แค่ 27 ล้านยูโรเท่านั้น
30 ล้านยูโร กับ 27 ล้านยูโร ช่องว่างห่างกัน 3 ล้านยูโร (120 ล้านบาท) มันทำให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ตัดสินใจได้ไม่ยาก พวกเขาประกาศขายนักเตะให้แมนฯยูไนเต็ด
ในตอนนี้ ทีมปีศาจแดง จัดการเตรียมงานเปิดตัวที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ไว้เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว และเสื้อเบอร์ 7 ของเดวิด เบ็คแฮม ก็จะถูกสานต่อให้โรนัลดินโญ่ ซึ่งมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง
สื่ออังกฤษรายงานข่าวพร้อมเพรียงกันว่า การซื้อขายจบแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะได้ผู้เล่นคนใหม่ในฤดูกาลหน้า เช่นเดียวกับฝั่งบาร์เซโลน่า ก็ยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะพวกเขาหาเงินได้เต็มที่แค่นั้นจริงๆ
เกมการซื้อขายที่ควรจบไปแล้ว กลับมาพลิกผันได้อีกรอบ
เพราะก่อนการเปิดตัวโรนัลดินโญ่ 1 วัน สโมสรจำเป็นต้องแฟ็กซ์ ข้อเสนอสัญญาครั้งสุดท้าย อย่างเป็นทางการให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
ปรากฏว่า ปีเตอร์ เคนย่อน ซีอีโอของแมนฯยูไนเต็ด ไปสืบรู้ตัวเลขมาว่า บาร์เซโลน่า มีขีดจำกัดอยู่ที่ 27 ล้านยูโรเท่านั้น
พวกเขาจึงตัดสินใจขอ "ลดราคา" โรนัลดินโญ่จากเดิม ตอนแรกที่เจรจากันไว้คือ 30 ล้านยูโร แต่แมนฯยูไนเต็ดขอจ่ายแค่ 28 ล้านยูโร
ปีเตอร์ เคนย่อน อ่านเกมแล้ว เขามั่นใจว่ายังไงปารีส ก็ต้องปล่อยอยู่ดี เพราะต่อให้ยูไนเต็ดจ่ายให้ 28 ล้านยูโร ก็ยังเยอะกว่าที่บาร์ซ่าจะจ่ายได้
ตัวเงิน 1 ล้านยูโร (40 ล้านบาท) ไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ และสำหรับปารีส ในเมื่อจะเสียนักเตะแล้ว ก็คงจะเลือกทีมที่พร้อมจ่ายมากที่สุดอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งปารีส พอเห็นข้อเสนอลดลงจากเดิม 2 ล้านยูโร ก็เกิดอาการไม่พอใจอย่างรุนแรง เพราะเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติกัน
ในเวลานั้นปารีส ก็ไม่ได้รวยมาจากไหน แต่พวกเขายอมให้สโมสรใหญ่ มาปั่นหัวแบบนี้ไม่ได้จริงๆ ของซื้อของขาย เมื่อตกลงกันแล้วคุณจะมาเพิ่มมาลดตามใจชอบไม่ได้ มันไม่มีความเป็นมืออาชีพ
ฟรองซิส กรัย ประธานสโมสรเปแอสเช หยิบโทรศัพท์หาซานโดร โรเซลล์ ทันทีแล้วตอบว่า เรายินดีรับข้อเสนอของบาร์เซโลน่าที่ 27 ล้านยูโร
มาคราวนี้ ปีเตอร์ เคนย่อน ตกใจอย่างหนัก และรู้ว่าเขาเดินเกมผิดพลาดแล้ว พยายามกลับมาในวงโคจรอีกครั้ง และเพิ่มอัพราคาไปถึง 32 ล้านยูโร
แต่ทุกอย่างสายไปแล้ว
ปารีสไม่รับเงินของแมนฯยูไนเต็ดอีกแล้ว และยอมขายให้กับบาร์เซโลน่าแทน แม้จะได้เงินน้อยกว่าหลายล้านบาท
ใจจริงโรนัลดินโญ่ อยากไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาอยากเล่นให้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และอยากเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นอกจากนั้น ยังได้รับค่าเหนื่อยเยอะกว่าที่บาร์เซโลน่าอีก (ยูไนเต็ด 130,000 ยูโรต่อสัปดาห์ - บาร์เซโลน่า 75,000 ยูโร ต่อสัปดาห์)
แต่ ในเมื่อต้นสังกัดไม่ขาย เขาจะทำอย่างไรได้ โรนัลดินโญ่ จึงเลือกไปบาร์ซ่าแทน พร้อมเซ็นสัญญา 5 ปี
และอาณาจักรความยิ่งใหญ่ของบาร์ซ่าก็เริ่มขึ้นจากตรงนั้น
หลังการเปิดตัวโรนัลดินโญ่ โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรให้ความสัมภาษณ์ด้วยความพึงพอใจว่า "เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า บาร์เซโลน่า มีความสามารถในการดึงตัวนักเตะสตาร์มาสู่ทีม ในอดีตเรามีผู้เล่นตำนานทั้ง ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ, โรมาริโอ, โรนัลโด้ และ ริวัลโด้ ดังนั้น เราหวังว่า โรนัลดินโญ่ จะประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน"
ความพ่ายแพ้ในการซื้อขายแบบสุดช็อกครั้งนี้ ทำให้ อีก 1 เดือนต่อมา ปีเตอร์ เคนย่อน ประกาศลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเป็นเดวิด กิลล์ เข้ามาทำหน้าที่แทน
และเรื่องนี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญในการซื้อขายของทีมปีศาจแดง กับประโยคคลาสสิคที่ยังใช้ได้เสมอ
เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย
ในเกมการเจรจา เรื่องของผลประโยชน์ และตัวเลขมันสำคัญมากก็จริง
แต่โลกนี้มีคนอีกมาก ที่คิดว่าเกียรติยศ และศักดิ์ศรี มันมีมูลค่าสูงกว่า จนประเมินเป็นตัวเลขไม่ได้
คือไม่ให้เกียรติเขา แต่หวังว่าเขาจะให้ใจกลับมางั้นหรอ
ฝันไปหรือเปล่า?
#Ronaldinho
โฆษณา