8 ธ.ค. 2018 เวลา 06:24 • ประวัติศาสตร์
ประชาธิปไตยจอมปลอมของคณะราษฏ์ เปิดพระราชบันทึก ร.7 ในวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 กับความรู้สึกโทมนัสอย่างยิ่งเมื่อพระองค์ถูกใส่ร้ายป้ายสี
“...พวกแกทําการปฎิวัติ ฉันก็ไม่คัดค้าน แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่พวกแกออกคําแถลงการณ์ด่าฉัน...” พระราชดํารัสในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตรัสกับคณะราษฎร เมื่อวันที่ ๒๖ มิ.ย. พ.ศ.๒๔๗๕ หรือในวันที่คณะราษฎรได้ถวายพระราชบัลลังก์คืน อันเป็นการกระทําที่ไร้ความคิด ขาดหลักการ รัชกาลที่ ๗ ถึงกับทรงตรัสกับคณะราษฎรในครานั้นว่า “...จะเป็นเกียรติยศงดงามแก่ชาติหรือ...”
แผนการส่วนหนึ่งของคณะราษฎร คือการออกประกาศทําลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลกษัตริย์ ว่าไร้ความสามารถ “...ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ โดยไม่ทรงฟังเสียงราษฎร... ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรง...” อันถือเป็นถ้อยคําหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สร้างความกระทบกระเทือนใจต่อพระบรมวงศานุวงศ์เป็นอย่างมาก
แต่ “...ข้อความที่ทําให้ข้าพเจ้า และสมาชิกของพระราชวงศ์จักรีรู้สึกโทมนัสอย่างยิ่ง คือในข้อที่ทําให้เข้าใจว่าพระราชวงศ์จักรีมิได้ทําประโยชน์ให้แก่ประเทศสยาม...” โดยการให้ร้ายบุรพกษัตริย์แห่งพระราชวงศ์จักรี ว่า “...กษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์...”
“...ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้... ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง... พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคน...” ต่อถ้อยครหาต่างๆที่เกิดขึ้นในวันที่ ๒๔ มิ.ย. นั้น แม้จะสร้างความเสียพระราชหฤทัยอย่างเป็นที่สุด โดยเฉพาะเมื่อกาลภายหลัง คณะราษฎรกลับเลือกที่จะกราบทูลเชิญเสด็จขึ้นครองราชสมบัติอีกครั้ง
รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงตรัสถึงความรู้สึกในเวลานั้นว่า “...การเขียนประกาศกับการกระทําของคณะราษฎร เปรียบเหมือนเอาผ้าจะมาทําธง แล้วเอามาเหยียบยํ่าเสียให้เปรอะเปื้อน แล้วเอามาชักขึ้นทําธง จะเป็นเกียรติยศงดงามแก่ชาติหรือ...”
แต่ด้วยทรงเห็นแก่ประโยชน์ และความสงบสุขโดยรวม ดังความในพระราชหัตถเลขา ว่า “...ถ้าข้าพเจ้าจะไม่ยอมรับเป็นตัวเชิด นานาประเทศคงจะไม่ยอมรับรัฐบาลใหม่นี้ ซึ่งจะเป็นความลําบากยิ่งขึ้น...” และ “...ข้าพเจ้าเห็นแก่ความเรียบร้อยของอาณาประชาราษฎร ไม่อยากให้เสียเลือดเนื้อ กับทั้งเพื่อจัดการโดยละม่อมละไม ไม่ให้ขึ้นชื่อได้ว่าจลาจลเสียหายแก่บ้านเมือง...” จึงทรงละทิ้งความรู้สึกขุ่นข้องส่วนพระองค์นั้น นับเป็นพระขันตีบารมี และพระมหาการุณาธิคุณ จึงทําให้เคราะห์กรรมของชาติผ่านพ้นไปด้วยดี
2
สําหรับถ้อยคําประกาศอันดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ภายหลังหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ได้นําคณะราษฎรเข้าเฝ้าขอพระราชทานขมาโทษ โดยได้กราบทูลยอมรับว่า “...การที่พวกข้าพระพุทธเจ้า ได้ประกาศกล่าวข้อความในวันเปลี่ยนแปลงด้วยถ้อยคํารุนแรงกระทบกระเทือนถึงใต้ฝ่าละลองธุลีพระบาท และพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ด้วยมุ่งถึงผลสําเร็จทันทีทันใดเป็นใหญ่ สมเด็จพระมหากษัตราธิราชในพระบรมราชวงศ์จักรี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ได้ทรงมีส่วนนําความเจริญมาสู่ประเทศสยามตามกาลสมัย...” ซึ่งรัชกาลที่ ๗ ก็ได้ทรงแสดงนํ้าพระทัยตอบต่อคณะราษฎร โดยการพระราชทานอภัยโทษดังความในพระราชดํารัสเมื่อวันที่ ๗ ธ.ค. ว่า “...ข้าพเจ้าเอง ก็ให้อภัยแก่ท่านทั้งหลายมานานแล้ว...”
แล้วยังได้มีพระราชดํารัสเพิ่มเติมว่า “...อันที่จริง เจ้านายในพระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ย่อมทรงถือว่าเป็นหน้าที่ของพระองค์ ที่จะทําอะไรให้เป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง... ตามแต่วิสัยธรรมดาของคนตระกูลอันใหญ่ ก็ย่อมมีสามชิกที่มีความสามารถยิ่งหย่อนกว่ากันเป็นธรรมดา...” บุรพกษัตริย์ได้เพียรพยายามพระราชทาน ความรู้สู่ราษฎรอย่างเต็มความสามารถ ดั่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชชนก ได้เคยมีพระราชดํารัสไว้ว่า “...ได้มีความมุ่งหมายตั้งใจที่จะจัดการเล่าเรียนทั่วไปทั้งบ้านทั้งเมืองให้เปนการรุ่งเรืองเจริญขึ้นโดยเร็ว...” และ “...ตั้งแต่ลูกฉันเปนต้นลงไป ตลอดจนถึงราษฎรที่ต่ำที่สุด จะให้ได้มีโอกาสเล่าเรียนได้เสมอกันไม่ว่าเจ้า ว่าขุนนาง ว่าไพร่...” ตลอดถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมเชษฐา ก็ได้ทรงส่งเสริมให้ราษฎรตลอดถึงเยาวชนได้อ่านออกเขียนได้กันตั้งแต่เด็กๆ และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นยุคที่เรารู้ทันชาติตะวันตกอย่างเต็มตัว
หาใช่ปิดตาประชาราษฎร์ ดั่งถ้อยป้ายสีที่คณะราษฎร ได้ประกาศว่า “...พวกเจ้า (พระบรมวงศานุวงศ์) ปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้เจ้าทำนาบนหลังคนอีกต่อไป...” ใช้สมองตรองด้วยดี ใครกันแน่ที่หลอกลวงประชาชน.
พระราชบันทึก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗
crzภาพลงสี.KAPP KALP COLORIZATIONS
1
โฆษณา