16 ธ.ค. 2018 เวลา 23:32 • ปรัชญา
วิวัฒนาการของมาตรการความยุติธรรม
ความยุติธรรมคือ การแก้แค้น  ในสมัยแรกๆของมนุษยชาติจะพบหลักฐานทั่ว ๆ ไปว่าความยุติธรรมคือการแก้แค้น เช่น  ถ้าญาติคนหนึ่งถูกรังแก  ทุกคนในวงศ์ตระกูลจะต้องช่วยกันแก้แค้นมิฉะนั้นจะไม่ยุติธรรมแก่ผู้ที่ถูกรังแก  วิธีแก้แค้นนั้นทำได้ตามใจ  ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหายให้มากที่สุดเป็นใช้ได้  หรือถ้าคนในเผ่าถูกฆ่าตาย ทุกคนในเผ่าถือเป็นหน้าที่จะต้องแก้แค้น เพื่อให้ความยุติธรรมแก่ผู้ตาย  ความรู้สึกที่ว่าต้องรักษาความยุติธรรมในทำนองนี้ยังมีอยู่แม้ในสมัยปัจจุบัน  ผู้รักษากฎหมายบ้านเมืองหย่อนสมรรถภาพ ณ ที่ใด ประชาชนจะจัดการกันเองตามความยุติธรรมแห่งการแก้แค้น  ภาพยนตร์จีนที่ถือการแก้แค้นเป็นคุณธรรม (แค้นนี้ต้องชำระ)  เป็นเรื่องของวรรณกรรมจีนที่เกิดขึ้นในระยะเวลาดังกล่าว  ผู้ชมพึงตระหนักถึงเรื่องนี้และไม่ควรถือเอาเป็นตัวอย่างของคุณธรรมสำหรับคนในสมัยปัจจุบัน  กฎหมายที่กำหนดให้ลงโทษเจ็ดชั่วโคตรก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกันนี้
ความยุติธรรมคือ การตอบโต้ ณ ที่ใดอารยธรรมก้าวหน้าพอสมควร  ผู้มีอำนาจจะออกกฎหมายควบคุมการแก้แค้น  เพราะเห็นว่าการปล่อยให้แก้แค้นกันเองตามใจชอบโดยไม่มีมาตรการควบคุมนั้นมักจะกระทำกันเลยเถิด  ฝ่ายที่ถูกแก้แค้นก็จะรู้สึกว่าฝ่ายตนได้รับความอยุติธรรม  เพราะฉะนั้นจะต้องคุมพรรคพวกมาแก้แค้นบ้าง  แก้แค้นกันไปแก้แค้นกันมา  ความเสียหายจะหนักเข้าทุกทีจนล่มจมกันทั้งสองฝ่าย  เพื่อยับยั้งการทำลายล้างกันเช่นนี้  ผู้มีอำนาจมักจะออกกฎหมายควบคุมโดยห้ามการแก้แค้นกันอย่างเสรีเสีย  แต่อนุญาตให้ตอบโต้กันได้อย่างยุติธรรมเป็นทางการ เช่น ใครเป็นฆาตกรก็ควรให้เขาผู้นั้นถูกฆ่าตายตามกันไป  ใครทำให้แขนเขาขาดก็ควรถูกตัดแขนให้ขาดตามกันไป  กฎหมายในทำนองดังกล่าวปรากฏในตัวบทกฎหมายว่า “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เป็นต้น  กฎหมายของโมเสสที่ประกาศใช้ในคัมภีร์พันธสัญญาเดิม  ก็เดินตามมาตรการความยุติธรรมดังกล่าวด้วย  ผู้เขียนเชื่อว่ามาตรการความยุติธรรมของชนชาติโบราณทั่ว ๆ ไป และของเผ่าที่ล้าหลังในปัจจุบันก็คงเป็นไปในทำนองนี้เป็นส่วนมาก  แต่ก็พึงสังเกตว่ามาตรการนี้มีความก้าวหน้าด้านมนุษยธรรมมากกว่ามาตรการแรกอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว  ทั้งกษัตริย์แฮมเมอแรบบิ (Hammurabi) และโมเสสจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นนักปกครองยอดเยี่ยม
ความยุติธรรมคือ การชดใช้  ต่อมามนุษย์เราเริ่มเล็งเห็นว่า  การตอบโต้โดยทำความเสียหายให้แก่ฝ่ายทำผิดนั้นมิได้ทำให้ฝ่ายตอบโต้ได้ดีอะไรขึ้นมาเลย  เพราะของที่เสียไปแล้วก็แล้วไปเอากลับคืนไม่ได้  ควรจะให้สิ่งอื่นที่เป็นประโยชน์ชดใช้สิ่งที่เสียไปจะดีกว่า  เช่นนี้จะเป็นความยุติธรรมแก่ฝ่ายที่ถูกทำร้ายมากกว่า  ผู้มีอำนาจจึงวางมาตรการปรับเป็นสิ่งของหรือเป็นจำนวนเงินขึ้น  และเพื่อให้เข็ดหลาบก็มีการทรมานให้เจ็บปวดด้วย  กฎหมายไทยตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 เดินตามมาตรการนี้  ซึ่งก็ต้องนับว่าก้าวหน้ามากกว่ามาตรการเดิมอย่างมาก
ความยุติธรรมคือ การให้โอกาสป้องกันตัว  แต่เดิมฝ่ายที่ฟ้องเป็นฝ่ายได้เปรียบฝ่ายที่ถูกฟ้องซึ่งแม้ไม่ได้ทำผิดก็มักจะแก้ตัวไม่ได้  ต่อมาเมื่อมีการปรักปรำใส่ร้ายกันมากขึ้นจึงเห็นได้ว่าการลงโทษโดยไม่ให้โอกาสจำเลยแก้ตัวนั้นไม่ยุติธรรม  จึงได้มีการออกกฎหมายเปิดโอกาสให้จำเลยได้ป้องกันตัวเองและถ้าโจทก์ไม่มีหลักฐานหนักแน่นพอ  ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้แก่จำเลย  ดังนั้น  มาตรการของศาลสถิตยุติธรรมในปัจจุบันย่อมถือว่า  จำเลยไม่ผิดเว้นแต่จะมีหลักฐานผูกมัดเพียงพอ  การปรับปรุงการศาลของพระปิยมหาราชเดินตามมาตรการนี้  และกฎหมายไทยยังยึดถือเป็นหลักจนตราบเท่าทุกวันนี้  ผลก็คือผู้ร้ายได้ใจไปตาม ๆ กัน  อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ต้องนับว่าดีที่สุดเท่าที่จะกำหนดได้ในระบบการศาล  ช่องโหว่ที่มีอยู่ก็ต้องคิดหาวิธีอุดกันต่อไปอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ความยุติธรรมคือ การเสวนา  ในสภาพปัจจุบัน  นักแก้ปัญหาต้องไม่มองปัญหาอะไรเพียงด้านเดียว  แต่จะต้องพยายามมองให้รอบด้านเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างดีเกี่ยวกับสถานการณ์ตลอดจนตัวปัญหา  และความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  ทั้งนี้จะได้หาทางสายกลางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละสถานการณ์  ในเรื่องของความยุติธรรมก็เช่นกัน จะระบุลงไปเป็นสูตรสำเร็จรูปไม่ได้ว่าอย่างไรจึงจะยุติธรรม  ควรใช้วิธีการวิเคราะห์ปัญหาและพิจารณาส่วนได้ส่วนเสียจากทุกทาง  เพื่อประมวลหาความเหมาะสมแต่ละครั้ง  นี่คือความยุติธรรมแบบเสวนา แม้จะเสียเวลายุ่งยากมาก  แต่ก็ควรใช้เป็นหลักการอย่างยิ่งสำหรับสังคมปัจจุบัน การเสวนา (dialogue) เป็นการเจรจาเพื่อเข้าใจปัญหา  ความคิดเห็น  ความต้องการและสถานการณ์เกี่ยวข้อทุกอย่าง  โดยมีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจต่อกันเต็มที่  วิธีหลังนี้เกิดความยุติธรรมได้ยาก  จึงควรฝึกการเจรจาแบบเสวนากันในทุกรูปแบบ ความยุติธรรมและความสงบสุขร่มเย็นจึงมีความหวังจะเกิดขึ้นได้ในสังคมปัจจุบันของเรา  ด้วยนิยามยุติธรรมจากการเสวนาเพื่อให้แก่แต่ละคนตามสิทธิ  จึงเรียกได้ว่ามีความเป็นธรรม (righteousness, fairness)
วิวัฒนาการของมาตรการความยุติธรรม, ศ.กีรติ บุญเจือ
โฆษณา