1 ม.ค. 2019 เวลา 16:48 • ปรัชญา
สวัสดีปีใหม่ 2562 ณ แปดริ้ว
วัดโสธรวรารามวรวิหาร
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ผมเองก็ได้ไปทำหน้าที่ชาวพุทธคนหนึ่ง ด้วยการไปไหว้พระทำบุญกับเขาบ้าง หลังตากทำบาปมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วอยากรีเซ็ตตัวเอง ก็เลยตัดสินใจขับจักรยานยนต์คู่ใจไปไหว้ที่วัดโสธรวราราทวรวิหาร หรือที่เรารู้จักในชื่อวัดหลวงพ่อโสธร อันที่จริงถึงตัวผมจะอยู่ที่นี่ได้ปีกว่าแต่ก็แทบจะไม่ได้มาเที่ยววัดนี้บ่อยๆ เพราะรถจะเยอะมากในวันหยุด ทำให้ต้องเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางนั้นเป็นประมจำ
แต่วันสิ้นปีตั้งใจแล้วว่าจะไปก็ต้องไปให้ถึงให้ได้ จึงเดินทางไปกับเพื่อนๆอีกสองคน พอไปถึงก็พยายามทำใจให้สบายที่สุดให้เจตนาดีที่สุดตั้งแต่จุดธูปเทียน แต่ด้วยความที่วันหยุดนั้นคนเยอะมาก จึงต้องทำตามพิธีการทั้งหลายให้เสร็จโดยเร็วแล้วออกมาสูดอากาศข้างนอกเพราะควันธูปกับกลิ่นต่างๆภายในโบสถ์(เก่า)ที่คนพลุกพล่านกลิ่นเลยตลบอบอวลไปหมด (บางทีก็แอบคิดในใจว่าถ้ามีคนตดจะเกิดอะไรขึ้นนะ?) ด้านหน้าโบสถ์ก็เต็มไปด้วยไข่ต้มแก้บน ป้ายบอกราคานางรำแก้บน ออกมาข้างวัดก็ได้เจอกับคนขายปลาขายนกเพื่อปล่อยทำบุญ และเศษขยะที่แอบซุกซ่อนอยู่ตามที่นั่งรอบๆวัด
ทำให้อดคิดไม่ได้จริงๆนะว่าทุกวันนี้ คนที่มาวัดนับถืออะไรกันแน่ นับถือพระจึงมาขอพรแล้วถ้าสำเร็จจะมาถวายของที่ตัวเองกล่าวไว้(ไข่ต้ม-รำ) ปล่อยนกปล่อยปลาที่เขาจับนกมาจากบ้าน แล้วปลาที่ปล่อยก็ไปทำลายระบบนิเวศน์อีก ตอนเราเรียนพุทธศาสนามาไม่เห็นจะมีกล่าวไว้แบบนี้ อ่านบทสวดมนต์แปลมาก็ไม่ได้แปลไว้แบบนี้นี่นา พุทธพาณิชย์นี่ช่างแผ่ขยายไปไกลมากนัก แต่ยังดีที่วิถีเดิมยังทำได้คือมาตัวเปล่าไหว้พระ นั่งสมาธิยังไม่ต้องเสียเงิน
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการทำบุญแบบไม่รู้ที่มาที่ไป ที่ผมจำได้คือเราให้เพราะเราต้องการลดอัตตาของเราลงว่าสิ่งนั้นไม่ใช่ของเรา เราจะไม่ยึดติดกับมัน แต่ให้แบบมีเงื่อนไขว่าพรต้องสำเร็จนะจึงให้ที่เรียกว่าการแก้บนนี่มันขัดใจยังไงๆอยู่ ผมเชื่อว่าบางคนเขาต้องการความสบายใจจึงมาบนบานศาลกล่าวแบบนั้นแล้วที่เห็นด้วยอย่างยิ่งคือ บนแล้วตัวเองจะทำมันให้สำเร็จด้วยอันนี้น่ายินดี เพราะหากสำเร็จจริงๆตัวเขาเองจะมาทำสิ่งที่เรียกว่าแก้บนก็เป็นการลดอัตตาตัวเองว่าที่สำเร็จเป็นเพราะไปบนมา ลดความผยองของตัวเองแต่ไม่ลดความมั่นใจตัวเองอันนี้ผมว่าโอเครับได้ แต่ถ้าคิดแบบผมคือ คุณสำเร็จเพราะคุณคู่ควรกับมัน คุณตั้งใจทำให้มันสำเร็จมันจึงสำเร็จแค่นั้นเลย (เราจะไม่พูดถึงเรื่องโชคละกันนะ)
สิ่งที่สงสัยมากๆคือทำไมคนถึงเชื่อว่าการทำแบบนี้แล้วได้บุญ การทำแบบนี้จะเป็นบาป เมื่อก่อนพระอาจารย์ท่านสอนผมว่า จริยธรรมมีคุณสมบัติเป็นสัจนิรันดร์ (เป็นความจริงตลอดไป) แต่ทุกวันนี้ผมเชื่อที่ท่านพระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ไม่มีอะไรอยู่ชั่วนิจนิรันดร์ เพราะจริยธรรมเองก็เริ่มเลือนหายไปจากสังคมเราแล้วเช่นกัน คนทำผิดกันสิบคนบอกตัวเองทำถูกก็กลายเป็นคนต่อๆมาก็ต้องบอกว่านี่ถือถูก ส่งต่อมันมารุ่นสู่รุ่นไปเรื่อยๆ
หากท่านอ่านถึงตรงนี้ก็ขอให้ท่านตั้งคำถามกับตัวเองบ้างเยอะๆครับ การเรียนรู้เริ่มจากเรียนรู้ตัวเองได้เลย ถึงบทความของอาจมีแต่ข้อคิดเห็น แต่ขอให้ท่านได้รับข้อคิดเห็นนี้ไปพิจารณาว่าถูกต้องไหมแล้วเราจะได้ช่วยกันทำให้สังคมชาวพุทธศาสนาของเราดีขึ้นครับ
อีกด้านหนึ่งของวัด
สวัสดีปีใหม่ขอให้ทุกท่านพบเจอสิ่งที่ดีแล้วเรียนรู้จากสิ่งนั้นครับ
โฆษณา