10 ม.ค. 2019 เวลา 07:00 • ประวัติศาสตร์
ภาพที่ช่วยให้สยามประเทศรอดพ้นวิกฤติ
หลายท่านอาจจะคุ้นเคยกับภาพนี้ ภาพนี้คือภาพของล้นเกล้ารัชกาลที่5กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่2แห่งรัสเซีย แต่ทราบมั้ยครับ ภาพนี้แหละที่ทำให้สยามประเทศรอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นในยุคล่าอาณานิคมมาได้ เป็นยังไง ผมจะเล่าให้ฟังครับ
ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นยุคที่สยามต้องเผชิญวิกฤตการณ์การล่าอาณานิคมของชาติมหาอำนาจจากยุโรป จนยึดประเทศเพื่อนบ้านไปโดยรอบ อังกฤษยึดพม่า ฝรั่งเศสยึดญวน และเป้าหมายต่อไปก็คือสยามหรือประเทศไทยนั่นเองครับ
2
อังกฤษนั้นมุ่งไปที่ภาคเหนือติดกับพม่า ส่วนฝรั่งเศสจ้องมายังลุ่มแม่น้ำทั้งห้า คือแม่น้ำโขง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำอิรวดี แม่น้ำแดงในตังเกี๋ย
จากนั้นทั้งสองชาติก็ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมและกำลังอาวุธเข้ายึดครอง ซึ่งไทยก็จำเป็นต้องเสียดินแดนบางส่วนไป
ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้รัชกาลที่5 ทรงเสียพระราชหฤทัยมากก็คือเหตุการณ์ ร.ศ.112
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2436 ฝรั่งเศสได้ส่งเรือรบ2ลำฝ่าแนวป้องกันเข้ามาจอดที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสในกรุงเทพและขู่ว่าจะจมเรือพระที่นั่งมหาจักรีที่จอดอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา และจะระดมยิงพระบรมมหาราชวัง หากไทยไม่ยอมจ่ายค่าทำขวัญบุตรภรรยาทหารเรือฝรั่งเศสที่บาดเจ็บล้มตายจากการปะทะครั้งนี้ เป็นเงิน 3 ล้านฟรังก์ หรือไม่ก็ต้องให้ฝรั่งเศสเก็บภาษีเอาเองที่เมืองพระตะบองและเสียมราฐ
1
ยังไม่พอครับ ฝรั่งเศสยังเรียกเรือรบจากไซ่ง่อนมาอีก12ลำปิดอ่าวไทยและส่งทหารขึ้นยึดเกาะสีชัง ยื่นเงื่อนไขให้ไทยถอนทหารออกจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงภายใน1เดือน แม้ไทยจะยอมรับตามข้อเรียกร้องของฝรั่งเศสทุกข้อ ฝรั่งเศสก็ยังขอยึดจันทบุรีไว้เป็นประกัน จนกว่าการปักปันดินแดนที่ไทยจะมอบให้นี้เสร็จสิ้น
จากเหตุการณ์นี้ รัชกาลที่5 ทรงตระหนักว่า การยอมสละดินแดนบางส่วน ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะนักล่าอาณานิคมจะยังคงเรียกร้องเอาไม่สิ้นสุด ชาติที่ล่าเมืองขึ้นนั้นจะอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อยึดครองดินแดน
การจะปกป้องสยามให้รอดพ้นมีเพียงวิธีเดียว คือจะต้องพัฒนาประเทศให้มีความเจริญเทียบเท่ากับยุโรป เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
5
ดังนั้นในรัชสมัยของรัชกาลที่5 จึงมีการพัฒนาบ้านเมืองในแนวทางของยุโรปอย่างรวดเร็ว ทรงจ้างฝรั่งเข้ามารับราชการและส่งคนไทยไปศึกษาในยุโรปเป็นจำนวนมาก
3
นอกจากนี้ รัชกาลที่5 ยังเตรียมพระองค์ในการที่จะแสดงตนให้โลกเห็น แสดงให้เห็นว่าสยามไม่ใช่เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน
วันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2440 การเสด็จพระราชดำเนินไปยุโรปจึงเริ่มขึ้นโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี มีเป้าหมายที่จะเยือน 12 ประเทศในยุโรป คือ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย-ฮังการี รัสเซีย สวีเดน เดนมาร์ค อังกฤษ เบลเยี่ยม เยอรมัน ฮอลแลนด์ ฝรั่งเศส และสเปน มีกำหนดเวลาประมาณ 9 เดือน
1
ประเทศที่รัชกาลที่5 ทรงมุ่งหวังมากที่สุด ก็คือ รัสเซีย ซึ่งพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่2 นั้นมีความสัมพันธ์สนิทสนมกันมาแต่เก่าก่อน
3
ในปี พ.ศ.2436 ขณะที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ยังดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จเยือนภาคตะวันออกและเสด็จแวะมาสยาม รัชกาลที่5ทรงต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ จัดพระราชวังสราญรมย์ให้เป็นที่ประทับ ซึ่งมกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียก็ประทับพระราชหฤทัยมาก
1
พระเจ้าซาร์ได้กราบทูลเสนอว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงส่งพระราชโอรสไปศึกษาที่อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมันหลายพระองค์แล้ว หากมีพระราชประสงค์จะส่งไปศึกษาที่รัสเซียบ้าง พระองค์ก็จะรับอุปถัมภ์เอง
1
ในการเสด็จยุโรปครั้งนี้ รัชกาลที่5จึงทรงนำสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถไปศึกษาวิชาทหารที่รัสเซียด้วย พร้อมกับเปิดสอบคัดเลือกนักเรียนสามัญชนอีกคนหนึ่ง เพื่อให้เป็นคู่แข่งทางการเรียนของพระราชโอรส ซึ่งได้แก่ นายพุ่ม นักเรียนสวนกุหลาบ บุตรนายซุ้ย ชาวตลาดพลู ซึ่งพระเจ้าซาร์นิโคลัสก็ได้จัดให้ศึกษาและอยู่ที่พระราชวังฤดูร้อนเช่นเดียวกัน
รัชกาลที่5เสด็จฯโดยรถไฟจากกรุงเบอร์ลินถึงกรุงเซ็นต์ปิเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พระเจ้าซาร์เสด็จมารับที่สถานีรถไฟ ทั้งสองพระองค์ประทับรถพระที่นั่งไปสู่พระราชวังปีเตอร์ฮอฟซึ่งจัดเป็นที่ประทับ
8
ในการเสวยพระกระยาการค่ำร่วมกันในวันที่ ๔ กรกฎาคม รัชกาลที่5จึงทรงถือโอกาสนี้ปรับทุกข์ถึงการรุกรานของมหาอำนาจจากยุโรป
เพียงแค่นั้นเองครับ วันรุ่งขึ้น พระเจ้าซาร์จึงจัดให้มีการฉายพระรูปร่วมกันที่พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ อีกทั้งยังทรงรับสั่งให้ราชสำนักรัสเซียนำภาพที่รัชกาลที่5ประทับคู่กับพระองค์ส่งไปยังหนังสือพิมพ์ที่ออกในเมืองหลวงของทุกประเทศในยุโรปทุกฉบับ ทั้งยังทรงเขียนคำอธิบายภาพด้วยพระองค์เองว่า
3
“สยามเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา หาใช่ประเทศล้าหลังซึ่งมหาประเทศจะอาศัยเป็นมูลเหตุเข้ายึดครองมิได้”
3
ประมาณว่าพระองค์จะสื่อว่าสยามคือมิตรของรัสเซีย ใครจะเข้ามายุ่ง พระองค์ไม่ทรงอยู่เฉยแน่ ต้องผ่านพระองค์ไปก่อน
2
ซึ่งแน่นอนครับ ภาพนี้(ภาพที่ผมใช้เปิดหัวเรื่อง) สั่นสะเทือนไปทั่วยุโรป ได้ผลดีพอสมควร ชาวยุโรปต่างอยากจะเห็นรัชกาลที่5จริงๆ หลังจากที่ภาพนี้ออกไป เวลาที่รัชกาลที่5เสด็จไปยังประเทศอื่น ก็มีผู้มาเฝ้าชมพระบารมีอย่างเนืองแน่น
4
อย่างไรก็ตาม การส่งสัญญาณของพระเจ้าซาร์นิโคลัสครั้งนี้ ก็ยังไม่อาจหยุดยั้งนักล่าอาณานิคมได้ซะทีเดียว ฝรั่งเศสยอมคืนจันทบุรีให้ไทยหลังจากบีบคั้นเอาดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงไป ซึ่งได้แก่เมืองหลวงพระบางฝั่งขวาและนครจำปาศักดิ์ แต่ก็ยังไม่หมดครับ ยังกลับไปยึดจังหวัดตราดพร้อมเกาะกงหรือจังหวัดประจันตคีรีเขตของไทยต่อ เนื่องจากอยากได้ปราสาทนครวัด และเรียกร้องเอาทั้งมณฑลบูรพาซึ่งมีพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ เพื่อแลกกับจังหวัดตราด แต่ไม่ยอมคืนจังหวัดประจันตคีรีเขต
2
เมื่อสยามเป็นที่รู้จักของชาวยุโรป แถมยังเป็นมหามิตรกับรัสเซีย เสียงประณามฝรั่งเศสจึงดังขึ้นเรื่อยๆ จนฝรั่งเศสต้องยอมหยุด แต่ก็ยังไม่สิ้นลาย แอบขีดเส้นในแผนที่ไว้ จนเกิดกรณีปราสาทพระวิหารมาจนทุกวันนี้
1
ภาพนี้จึงมีความสำคัญมากครับ สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ได้จริงๆ
1
พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่2แห่งรัสเซีย ผู้ซึ่งเป็นมหามิตรต่อรัชกาลที่5และสยามประเทศ
โฆษณา