14 ม.ค. 2019 เวลา 04:09 • ครอบครัว & เด็ก
อาชีพในฝันของเด็กป.3
บรรยากาศงานวันเด็กที่ผ่านมา พ่อแม่หลายๆท่านน่าจะมีโอกาสได้พาลูกหลานไปเดินงานวันเด็กตามสถานที่จัดงานต่างๆ แต่สิ่งที่เปิดหูเปิดตาเด็กๆได้มากกว่าเครื่องเล่นสไลด์เดอร์อันใหญ่และขนมหวานแจกฟรีนั่นคืออาชีพต่างๆที่มีส่วนร่วมช่วยจัดงานไม่ว่าจะเป็น พยาบาล นักร้อง แม่ค้าตลาดสด นักธุรกิจเจ้าใหญ่ หรือนักการเมืองท้องถิ่น ทำให้เด็กๆได้รู้จักอาชีพเหล่านี้ว่าเขาทำอะไรได้บ้างและคิดถึงอนาคตของตัวเอง
ผมเคยมีโอกาสถามเด็กป.3ที่รร.ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เด็กที่นี่ก็แบบเด็กยุคนี้ว่าอยากเป็น Youtuber นักฟุตบอล นักดนตรี/นักร้อง นักบิน สถาปนิก นักเดินเรือ นาย/นางแบบ เรียกได้ว่าครีเอทีฟกันสุดๆ ผมจึงให้เขาเรียงลำดับอันที่อยากเป็นมากที่สุดเอาไว้อันแรก เรียงมาสามอัน พอเด็กเรียงได้แล้วก็แอบๆถามบ้าง ผมเลยบอกว่าสิ่งที่พวกหนูเขียนแล้วเรียงลำดับนั่นน่ะ หนูเป็นทั้งหมดนั่นพร้อมๆกันได้นะเราไม่จำเป็นต้องเลือกเป็นแค่อย่างเดียว เราสามารถเป็นนักสกีที่เขียนหนังสือและมีแชนแนลยูทูปของตัวเองได้ หรือเป็นนักบอลที่แสดงหนังและเล่นดนตรีได้ เด็กๆก็ฮือฮาตอบรับเพราะเขาเคยเห็นอะไรแบบนั้นมาแต่ไม่เคยสังเกตว่านี่คืออาชีพ เขาเลยวาดฝันตัวเองและแย่งกันพูดยกใหญ่ ถามว่าหนูจะเป็นแบบนั้นได้ไหม แบบนี้ได้ไหม ผมก็ตอบไปแค่ "Everything can work" บางคนก็ออกแนวกวนๆถามถึงโทนี่ สตาร์กเพราะอยากเป็น Iron man ผมก็บอกว่าได้แต่ต้องเก่งให้เท่าสตาร์กนะแล้วกลับบ้านไปลองเปิด Google ทำความรู้จักกับ Elon Musk ดูนั่นแหละโทนี่ สตาร์กในโลกของเรา
ทีนี้เราลองย้อนมาดูที่วิธีการเลี้ยงดูของเราว่าเราเลี้ยงดูเขาเพื่อให้เขาโตไปทำอาชีพอะไร ตามใจเด็กหรือตามใจเรา น่าเศร้าที่ครอบครัวของคนไทยส่วนมากพ่อแม่ปูทางไว้ให้ลูกเดินตามกรอบของท่าน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องไม่ดีแต่หากว่าเขาโตไปเขาจะเป็นเหมือนร่างอวตารของพ่อแม่ ไม่ใช่ตัวตนของเขาจริงๆ
ผมเองก็สอนดนตรีอยู่พ่อแม่หลายคนส่งลูกมาเรียนเพื่ออยากให้ลูกเก่งในการเล่นดนตรีเน้นตรงคำว่า "เล่น” เพราะเขาเพียงต้องการให้ลูกค้นหาตัวเองให้เจอ ผมเองก็สนับสนุนความคิดนี้เช่นกัน เราสามารถให้เขาลงเรียนอะไรต่างๆได้ตามที่เขาต้องการแล้วหมั่นเช็คว่าลูกเราทำสิ่งนี้ได้ดีไหม ถ้าทำได้ดีก็สนับสนุนเขาเลยเอาให้ลูกได้เป็น Expert ด้านนั้นไปเลยแต่อย่าลืมหากเจอคนเก่งกว่าก็อย่าไปเปรียบเทียบเขากับคนอื่น แต่ให้เปรียบเทียบเขากับตัวเขาเองเมื่อวานว่าทุกๆวันลูกเราตั้งใจและฝึกฝนทุกวันได้ไหม
ถ้าลูกคุณไม่เก่งคณิตศาสตร์ไม่ได้แปลว่าเขาโง่ เขาอาจจะเก่งในวิชาประวัติศาสตร์หรือดาราศาสตร์ก็ได้ ถ้าลูกเรียนเปียโนแล้วเล่นไม่ได้พัฒนาการช้ามากไม่ได้หมายความว่าลูกคุณจะเต้นไม่ได้ การส่งเสริมไม่ใช่ยัดเยียดนะครับเมื่อลูกถูกใจอะไรสักอย่างให้เขาได้ลุยเต็มที่เลยครับ ผลลัพธ์จะผิดจะถูกเราไม่มีทางรู้ตัวเขาจะรับรู้ด้วยตัวเองขอเพียงแค่เราคอยหนุนหลังเขาในวันที่เขาพลาดก็เพียงพอแล้วครับ
ปล่อยบ้างก็ได้ เด็กก็คือเด็ก ผิดถูกยังไม่รู้ แต่เขาก็มีชีวิตของเขาเองครับ
แปลโดย FB เพจ : ญี่ปุ่นเบาเบา
โฆษณา