22 ม.ค. 2019 เวลา 01:00 • ความคิดเห็น
Content isn't king, but something is king ตอนที่ 1
บิลเกตส์เคยได้ให้นิยามของการทำ content ว่า content is king ซึ่งคำว่า content is king มีมาตั้งนานแล้วแต่ว่าในปัจจุบันคำว่า content is king แปลว่าจะยังใช้ได้ผลอยู่กับการทำคอนเท้นบางอย่าง แต่สำหรับผม ผมมองว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เป็น the king แทนที่ content อีกทีนึง
และนี่คือบทความ Content isn’t King, but something is King ตอนที่ 1 ครับ ที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเวลาโดยเฉพาะ
เวลามันเกี่ยวอะไรกับ content
ผมมองว่าเวลาคือสิ่งที่สำคัญมากๆ มันไม่ใช่เวลาในการทำ content อะไรนะครับแต่เวลาในที่นี้คือการเผยแพร่ content ของเราให้ตรงตามเวลาที่เรากำหนดเอาไว้ให้ผู้รับชมทราบก่อนหน้านั้นแล้ว
ในปัจจุบันคุณภาพของ content หรือมาตรฐานในการทำ content ค่อนข้างลดลงจากเมื่อก่อนเยอะ จากเมื่อก่อนเวลาเราผลิต content อะไรเราจะต้องผลิต content ที่ดีมีคุณภาพ มีเรื่องของการอ้างอิงและยืนยันจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ แต่ความจริงคือมาตรฐานในการทำ content แบบนั้นมันเป็นมาตรฐานที่เอาไว้ใช้กับสื่อใหญ่ ๆ ที่มีทีมงานคอยทำ content อยู่แล้ว
แต่ถ้าเป็น blogger เล็กๆอย่างเราเราจะทำยังไงดี
สำหรับผมแนะนำว่า ให้ลดมาตรฐานการทำ content ของเราให้ลดลงเหลือแค่ว่าทำ content เพื่อให้คนเห็นรู้สึกพึงพอใจกับ content ของเราก็พอ แล้วหันมาผลิตคอนเทนต์ลงทุกๆวันในเวลาเดิมๆแบบนี้จะดีกว่า
ทำไมเวลาทำ content เราต้องลงอย่างสม่ำเสมอ
สื่อที่เราทำ content ลงเป็นประจำอย่าง facebook YouTube twitter ถูกออกแบบมาให้ทำ content แล้วเผยแพร่ได้ง่ายกว่าเดิมเยอะ แล้ว content ที่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็น content ที่ดีเลิศประเสริฐศรีอะไรขนาดนั้น เว้นแต่ว่าเราทำ content นั้นทำขายเป็นหนังสือหรือเป็นวีดีโอสอนตามแพลตฟอร์มคอร์สเรียนต่างๆ
แล้วอย่าลืมว่า content ที่เราลง คนที่เข้ามาดูจะเข้ามาหาเราแบบฟรีๆ และในเมื่อเขาเข้ามาดูเราก็ฟรีๆเราก็ไม่จำเป็นต้องทำ content ที่มัน premium อะไรขนาดนั้น ถ้ายกอะไรนิดๆหน่อยๆเป็นประโยชน์แล้วก็ไปโพสต์ แค่นี้ก็โอเคแล้ว
สำหรับบางแพลตฟอร์มที่ต้องใช้เวลาในการทำ content นานๆอย่าง YouTube ตรงนี้จะต้องตกลงกับคนดูก่อนว่าจะโพสต์คลิปในวันไหนบ้าง และเวลากี่โมง สำหรับ content แนวๆคลิปวีดีโอที่มีสเกล production เยอะอยู่ก็ลองทำเป็นเหมือนรายการทีวีก็ได้ที่จะมาทุกวันเสาร์หรือทุกวันอาทิตย์เวลากี่โมงแล้วความยาวของคลิปก็กี่นาทีอะไรก็ว่ากันไป แต่สำหรับผมแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ควรลงคลิปทุกวันจะดีมาก ๆ
ซึ่งการลงคลิปทุกวันเราก็ต้องลองตัดทอนว่าเราจะไม่ทำอะไรตรงไหนให้มันเสียเวลา เพราะกระบวนการทำคลิป YouTube ค่อนข้างเยอะอยู่พอสมควร จริงๆมันไม่ยากแต่มันเยอะครับ ขั้นตอนมันเยอะตั้งแต่เขียน script แล้วก็อัดเสียงของเราพูดลงไปแล้วก็หาคลิปมาประกอบ ขั้นตอนเหล่านี้ก็กินเวลานานพอสมควรครับ บางคลิปนี่ถ้าจะเสร็จก็ประมาณ 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียวแล้วคลิปพี่เสร็จ 3-4 ชั่วโมงนี้ความยาวของคลิปมีประมาณ 10 นาทีเท่านั้น
ตรงนี้ก็ต้องลองชั่งใจนะครับว่า เราจะลงถี่แค่ไหน
ยิ่งลงตรงเวลาและต่อเนื่องยิ่งมีแต่ได้
ณ ตอนนี้ผมติดตามช่องพ็อดคาสท์อย่าง mission to the moon สิ่งที่ผมติดตามเพราะว่าช่วงนี้ลงพ็อดคาสท์ทุกวัน ผมก็จะฟังพวกพ็อดคาสท์ของ mission to the moon ทุกๆเช้าเลย แล้วที่ผมจัดมาช่อง mission to the moon ไม่เคยหยุดลงพ็อดคาสท์ครับ ถือว่าขยันมากๆผมชอบตรงนี้ครับ
ในขณะที่ช่องอื่นๆอันนี้ผมขอไม่ยกตัวอย่างนะครับ ก็มีหลายช่องเลยที่เป็นพ็อดคาสท์ของประเทศไทย หลายๆช่องมักจะไม่ลงทุกวันหรือไม่ลงแบบวันเว้นวัน ทำให้เวลาผมเข้าไปดูพ็อดคาสท์ของช่องนั้นปรากฏว่ายังไม่ออกตอนใหม่สักที แล้วพอรู้ว่ายังไม่ออกตอนไหนผมก็ไปดูช่องอื่นแล้วก็เริ่มเมินกับช่องนั้นแม้ว่าเท่านั้นจะมี content ที่ดีก็ตาม
ซึ่งนี่แหละครับคือนิสัยของผู้ติดตาม content พอช่องไหนยังไม่มีการออกตอนใหม่ๆหรือออก content ใหม่ๆ ก็จะเลิกติดตามแล้วไปหาช่องอื่นที่ลงต่อเนื่องเป็นประจำ ดูไปดูมามันเหมือนเป็นนิสัยที่เห็นแก่ตัวของคนติดตาม content ที่จะบอกว่าเป็นนิสัยไม่ดีก็ไม่ได้ มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไปของมนุษย์ครับ ซึ่งคนทำ content ก็ต้องทำใจแล้วคนทำ content ก็ต้องมีวินัยในการลง content ในเวลาที่กำหนดกับคนติดตามก่อนหน้านั้นแล้ว
แต่ถ้าไม่สนใจเรื่องคุณภาพในการทำ content ก็ไม่ได้
แม้ว่าผมให้เวลาเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคุณภาพของ content แต่ถ้าเลิกสนใจคุณภาพของ content แล้วหันมาทำ content อะไรก็ได้ให้มันลงตรงเวลาโดยไม่สนใจคุณภาพของคอนเทนเลย มันเป็นเรื่องที่คนทำ content ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งครับ
คุณภาพในการทำ content อย่างที่ผมบอกไปข้างต้นคือขอแค่ทำคอนเทนต์ให้คนที่เข้ามาติดตามรู้สึกพึงพอใจในสิ่งที่เราเสนอ แค่นี้ก็พอแล้ว อย่างเช่น มีข่าวดราม่าเรื่องดารา แล้วเราทำสรุปเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับดราม่าเรื่องดารานั้นมันมีต้นตอมาจากไหนแล้วก็ผลลัพธ์ที่ตามมาคืออะไร production อาจจะไม่ได้อลังการแค่อัดหน้าตัวเองแล้วก็พูดพร้อมภาพประกอบของดาราคนนั้น แล้วสิ่งที่พูดมันมีเรื่องเชื่อมโยงหรือว่ามีข้อเท็จจริงที่เรารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ แค่นี้ก็ถือว่าเป็น content ที่มีคุณภาพนะครับ
ดังนั้น content ที่มีคุณภาพ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้พอ ๆ กับการลง content ตรงต่อเวลา เพียงแต่ นิยามของ Content ที่มีคุณภาพในปัจจุบันถูกเปลี่ยนใหม่ให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันมากขี้น มีเพียงแค่ “ทำเนื้อหาให้คนดูเกิดความพึงพอใจ”
แต่เรื่องราวเกี่ยวกับ Content isn't King ยังไม่จบนะครับ นอกจากความสำคัญเรื่องเวลาแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งก็คือการสนทนา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนได้กล่าวเอาไว้ว่า Conversation, not content, is king เดี๋ยวมาพูดกันต่อในบทความหน้านะครับ
โฆษณา