ตอน : #King_Bimbisara
ตามประวัติ พระเจ้าพิมพิสารกับพระมหาบุรุษพระพุทธองค์ทรงเป็น "อทิฏฐสหาย" กัน แปลว่า ทรงเป็นพระสหายที่เคยแต่ได้ยินพระนามกันมาก่อน แต่ไม่เคยเห็นกันและกัน และบ้างก็ว่าเป็นพระสหายกันตั้งแต่เยาว์วัยสมัยรุ่นเสด็จพ่อ
พระองค์ทรงประสูติก่อนพุทธกาล ๗๗ ปี(ก่อนคริสตกาล ๕๕๘ ปี) ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรมแห่งแคว้นมคธ มีเมืองหลวงชื่อกรุงราชคฤห์ แผ่นดินของพระองค์สงบสุขร่มเย็นตลอดรัชสมัย
เมื่อครั้งเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช(บวช) และมาประทับที่เชิงเขาปัณฑว แคว้นมคธ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารได้ทรงทราบ พระองค์จึงเสด็จไปพบ ทรงพอพระทัยในบุคลิกลักษณะของพระสิทธัตถะเป็นอย่างมาก และได้ทูลเชิญให้ครองราชสมบัติครึ่งหนึ่งแห่งแคว้นมคธ ซึ่งพระสิทธัตถะ ได้ตอบปฏิเสธและชี้แจงถึงจุดมุ่งหมายในการออกบวช
พระเจ้าพิมพิสารจึงได้ทรงขอร้องว่า เมื่อทรงสำเร็จธรรมที่ปรารถนาแล้ว ขอให้เสด็จกลับมายังกรุงราชคฤห์เพื่อโปรดพระองค์บ้าง
เมื่อพระสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและได้ทรงเสด็จไปเผยแพร่ประกาศพระศาสนาแล้ว ได้เสด็จไปยังแคว้นมคธ ได้ประทับอยู่ที่ลัฏฐิวัน ชานเมืองราชคฤห์
พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบข่าว ได้เสด็จไปเฝ้าพร้อมกับข้าราชบริพารและชาวเมืองเป็นจำนวนมาก พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสารพร้อมทั้งข้าราชบริพารพร้อมชาวเมือง
หลังจบพระธรรมเทศนาพระเจ้าพิมพิสารได้สำเร็จมรรคผลชั้นโสดาบัน ทรงประกาศพระองค์เป็นอุบาสกนับถือพระพุทธเจ้า
พระเจ้าพิมพิสารได้กราบทูลถึงความปรารถนาของพระองค์ ๕ ประการแก่พระพุทธเจ้า และความปรารถนาทั้ง ๕ ประการนั้น ได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วในวันนี้ ความปรารถนาของพระเจ้าพิมพิสาร ๕ ประการมีว่า
๑. ขอให้ได้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ
๒. ขอให้พระอรหันต์ได้มาสู่แคว้นของพระองค์
๓. ขอให้พระองค์ได้เข้าไปนั่งใกล้พระอรหันต์
๔. ขอให้พระอรหันต์ได้แสดงธรรมแก่พระองค์
๕. ขอให้พระองค์ได้รู้ธรรมของพระอรหันต์
พระเจ้าพิมพิสารได้กราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าพร้อมพระภิกษุสงฆ์เสด็จไปรับภัตตาหารที่พระราชนิเวศน์ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ทรงรับอาราธนา ในวันรุ่งขึ้น พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์พุทธสาวก ได้เสด็จไปทรงรับภัตตาหารที่พระราชนิเวศน์ของพระเจ้าพิมพิสาร
หลังจากเสร็จจากภัตตกิจแล้วพระเจ้าพิมพิสารได้กราบทูลถวายอุทยานเวฬุวัน ซึ่งเป็นสวนหลวงแด่พระพุทธเจ้าสำหรับใช้เป็นสถานที่ประทับ พระพุทธเจ้าทรงรับไว้
ดังนั้น เวฬุวัน หรือสวนไม้ไผ่จึงเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
หลังจากถวายวัดเวฬุวันแล้ว คืนนั้นพระเจ้าพิมพิสารทรงฝันร้าย เห็นพวกเปรตมาร่ำร้องอยู่ต่อหน้าน่าเกลียดน่ากลัวมาก รุ่งเช้าขึ้นมาพระองค์เสด็จไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เมื่อทรงทราบว่าเปรตเหล่านั้นเคยเป็นพระญาติของพระองค์มาขอส่วนบุญ และได้รับคำแนะนำให้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้พวกเขา
วันต่อมาพระเจ้าพิมพิสารจึงได้นิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์ไปเสวยภัตตาหารในพระราชวัง แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่พวกเปรตเหล่านั้น ตกดึกคืนนั้นพวกเปรตมาปรากฏโฉมอีก แต่คราวนี้หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสขอบคุณที่แบ่งส่วนบุญให้แล้วก็อันตรธานหายวับไป
พระเจ้าพิมพิสารเป็นท่านแรกที่ทำพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายอีกด้วย
ในกาลต่อมา
พระเจ้าอชาติศัตรูพระโอรส ปรารถนาราชบังลังค์ตามคำยุยงของพระเทวทัต จึงจับพระองค์ขังคุกและทรมาน ด้วยความเป็นพระโสดาบันผู้เข้าสู่กระแสพระนิพพานนับไม่เกิน ๗ ชาติ พระองค์ทรงดำรงสตินั่งเจริญวิปัสสนาและเดินจงกรมภายในคุกหลวงกรุงราชคฤห์
พระเจ้าพิมพิสารได้เสด็จเดินจงกรมยังชีพอยู่ในคุกได้ด้วยพุทธานุสสติ คือ มองลอดช่องหน้าต่างทอดพระเนตรพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นลงเขาคิชฌกูฏพร้อมภิกษุสงฆ์ทุกวัน
เมื่อรู้ว่าเสด็จพ่อยังเดินอยู่ได้ พระเจ้าอชาติศัตรูผู้หลงผิดก็สั่งให้เอามีดโกนเฉือนพระบาทเอาเกลือทา ย่างด้วยถ่านไฟร้อน พระเจ้าพิมพิสารทนทุกขเวทนาไม่ไหวก็สิ้นพระชนม์ ณ ที่คุมขังนั้นแล...
พระเจ้าพิมพิสารทรงเป็นพุทธมามกะ ทรงเป็นกำลังสำคัญในการประกาศพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงนับถือพระพุทธศาสนาจนตลอดพระชนม์ชีพ
ผมลงบทความนี้ด้วยความระลึกในความยึดมั่นในพระรัตนตรัยเป็นสรณะของท่าน และต้นแบบของการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลที่สืบทอดมากว่า ๒,๖๐๐ ปี .. #พระเจ้าพิมพิสาร
อรุณสวัสดิ์เช้าวันอาทิตย์ครับ 😍
🌤🎊🎉🎈🎀🎁🎏🏆🎯
cr.pix. internet 😉
  • 10
โฆษณา