15 ก.พ. 2019 เวลา 07:26 • ประวัติศาสตร์
มังมหานรธา...เนเมียวสีหบดี!
ไฟคลอกลอกพระพุทธ...ทองไหลดุจธาราทอง...จากชั้นสวรรค์มอง...ชเวดากองทองตระการ ***ปิดตำนาน
อโยธยา***
https://www.mushroomtravel.com/page/attraction-place-yangon/
100 ชื่อลือนาม สงครามไทยพม่า
ชูชาติ - วุฒิชาติ ชุ่มสนิท
มังมหานรธาแม้ว่าจะมิได้อยู่รอดูจนเป็นผู้พิชิต
ปิดตำนานอโยธยา!
แต่ทว่าเขาผู้นี้ก็หาใช่คนไร้ฝีมือ
มิเช่นนั้นพระเจ้ากรุงอังวะนาม "มังระ" ผู้ลือชื่อ
คงไม่เชื่อมือ
ปล่อยให้ถือ "ดาบอาญาสิทธิ์"
พร้อมยุทธศาสตร์ "คีมคู่" พิชิต
ร่วมปลิดชีพอโยธยากับ "เนเมียวสีหบดี"
มังมหานรธาผู้นี้มีชื่อว่า "มังคละศิริ"
เมื่อวัยหนุ่มเคยดำรงตำแหน่งปลัดทัพ ยกมากำราบเมืองเชียงใหม่
จนเมื่อ พ.ศ. 2304 จึงได้รับปูนบำเหน็จเป็น
"มังมหานรธา"
ในยุทธศาสตร์ "คีมคู่" บีบทำลายอโยธา
พระเจ้ามังระได้วางมังมหานรธาไว้เป็นคีมขาล่าง
ง้างงัดเศวตฉัตรสยามประเทศจากเขตแดนใต้
ยกพล 20,000 นาย ช้าง 100 เชือก ม้าอีก 1,000 ตัว
จากกรุงอังวะเดินทัพปราบหัวเมืองทวาย มะริด และตะนาวศรี
http://mrsudkhet.blogspot.com/2012/10/11-11-3-8-5-11.html?m=1
กวาดต้อนกำลังพลตลอดจนเสบียงอาหาร
รวมจำนวนกองทัพเข้าเป็น 50,000 คนจากนั้นจึงเคลื่อนพลเข้าประชิดกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2309
มังมหานรธามาตั้งทัพอยู่ที่ทุ่งมะขามหย่องทางทิศตะวันตกของกรุงศรีอยุธยา
แม้ว่าพระเจ้ามังระจะกำชับมาเป็นหนักเป็นหนา
แต่ทว่าความร่วมมือระหว่างมังมหานรธาแและเนเมียวฯ กับมิได้เป็นไปด้วยดี
ก็โดยที่ก่อนหน้านี้ในแผ่นด้นพระเจ้ามังลอก
พี่ชายพระเจ้ามังระ
มังมหานรธาเคยอยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยการเป็น
ผู้ช่วยแม่ทัพ
ของเนเมียวสีหบดีมาก่อน!
เนเมียวฯ จึงคิดค้อนปะหลับปะเหลือกที่พระเจ้ามังระ
เลือกอดีตผู้ช่วยให้ขึ้นมาเสมอด้วยตน!
ทั้งสองคนทำงานเหมือนต่างคนต่างทำ!
แต่แล้วกรุงศรีก็ยังแตกอยู่วันยังค่ำ!!!
เป็นที่น่าชอกช้ำว่าคนในกรุงฯ
คงมุ่งแต่เล่นการเมืองแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย
เสียยิ่งกว่าที่พม่าชังน้ำหน้ากันเองเสียอีก!
เมื่อพม่าทั้งสองทัพ "แยกปีก" ขนาบซ้ายขวาอโยธยา
เมื่อน้ำมาแต่แรกพลทหารพม่าทั้งปวงพากันมีความคิดแตกทัพ
เห็นควรยกกลับพุกามประเทศ!
เสร็จฤดูน้ำหลากค่อยว่ากันใหม่!
https://m.facebook.com/AsianStudiesTH/photos/ชุดนายทหารพม่าสมัยคองบอง
แต่มังมหานรธามีใจมุ่งหวังสร้างผลงานอย่างสูงสุด!
มิยอมหยุดปักหลักมั่นคงมิยอมวางลงซึ่งสัตย์ปฏิญาน
สานทอต่อเรือไว้ใช้ในฤดูน้ำหลาก!
ตั้งขวากทำค่ายมิให้ต้องจมลงในน้ำอย่างทุลักทุเล
มีคำถามว่าเหตุใดในเมื่อหากน้ำมามากเช่นนั้น
ทหารในกรุงฯ จึงไม่พากันกรีฑาทัพเรือออกมาบั่นหัวพม่าที่ลอยน้ำเท้งเตงอยู่???
เหตุผลนี้อาจดูได้จากพงศาวดารกรุงเก่าเล่าบันทึกไว้ว่า
สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์
"...โปรดให้ท้าวพระยาอาสาหกเหล่าและกองทหารทั้งปวงยกทัพไปตีค่ายพม่า ณ วัดการ้อง..."
"...พม่ายิงปืนมาถูกนายเริกคนหนึ่งซึ่งยืนรำดาบสองมืออยู่หน้าเรือตกน้ำลง ทัพเรือทั้งนั้นก็ถอยกลับเข้ากรุงทั้งสิ้น..."
คำว่า "ท้าวพระยาอาสาหกเหล่า"
ตีความตามบันทึกพงศาวดารได้ว่า
http://www.thaiheritage.net/king/taksin/taksin2.htm
ประกอบด้วยอาสาญี่ปุ่น ฝรั่งแม่นปืน แขกจาม ดั้งทองขวา (มอญ) ดั้งทองซ้าย (มอญ) และกรมทำลุ
มีข้าราชการผู้ใหญ่ชั้น "พระยาสีหราชเดโชชัย"
เป็นผู้ควบคุมดูแล
เพียงแต่ว่าแค่ "กระสุนนัดเดียว"!
ก็พาเอากองทัพเรือทั้งหมด "เลี้ยว" ลับกลับเข้าเมืองสนิทปิดประตูมิดไม่โผล่หน้าออกมารบอีก
นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่าระเบียบวินัยทัพ
และความเข้มงวดกวดขันของระบบข้าราชการในกรุงฯ ณ เวลานั้นเข้มแข็งเพียงใด!
ตามกฎมณเฑียรบาลระบุว่า
"...อนึ่งทัพกระบวนเรือยกเข้าไปจะต่อยุทธด้วยราชศัตรู ถ้าถอยมาชั่วลำหนึ่ง ให้ใส่ตรุไว้..."
"...ถ้าถอยชั่วมาสองลำให้ถอดลงหญ้าช้าง ถ้าถอยสามชั่วลำเรือให้ตระเวนตัดเท้าตัดศีรษะแล้วเสียบประจานไว้หน้าทัพ..."
https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/smdec-phra-nreswr-mharach-34/home/phrasaeng-pun-tn-kham-maena-sa-tong-1
ถ้าหากเป็นสมัยสมเด็จพระนเรศวร!
รอบๆกำแพงคูเมืองในวันนั้นคงเต็มไปด้วยหัวแม่เท้าและหัวแม่ทัพหลายต่อหลายคน!!!
แต่ผลที่เกิดขึ้นในปี 2309 หาได้เป็นเช่นนั้นไม่
ข้าราชการในกรุงยังคงปลงใจเชื่อว่าไม่มีใครสามารถ
รุกล้ำแนวกำแพงแข็งแกร่งเข้ามาได้!
จนกระทั่งฤดูน้ำหมด
ความทรหดของมังมหานรธาก็ถูกย่ำยีบีทาด้วย
"โรคปอด"!
จนกระทั่งไปไม่รอดต้องสังเวยชีวิตอยู่ที่หน้ากำแพง
เมืองอโยธยาเมื่อครานั้น!
แต่นั่นมิได้ทำให้ทัพพม่าท้อใจ
แม่ทัพใหญ่คนใหม่ "เนเมียวสีหบดี" รวบบัญชีกำลังพลคนทั้งสองทัพจับเอาไว้ในอุ้งหัตถ์
ยังคงสานต่อเจตนารมย์กำจัดอโยธาให้สิ้นซากของพระเจ้ากรุงอังวะต่อไป!
https://medium.com/@pasubox/4-ผลงานทัศนศิลป์สมัยอยุธยา-7b030a5ed85c
เค้าโครงเดิมจาก
100 ชื่อลือนาม สงครามไทยพม่า
ชูชาติ - วุฒิชาติ ชุ่มสนิท
เรียบเรียงใหม่โดย
//The Charioit
โฆษณา