18 ก.พ. 2019 เวลา 11:40 • ธุรกิจ
ไทยกำลังเจอปัญหา ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว / โดย ลงทุนแมน
ตอนนี้ สังคมไทยมีผู้สูงอายุราว 1 ใน 10 ของประชากร
แต่ในอนาคตอันใกล้นี้
เรามีโอกาสเจอผู้สูงอายุได้ถึง 1 ใน 3
เรื่องดังกล่าว กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายต่อสังคมและเศรษฐกิจ
เพราะปัจจัยพื้นฐานของประเทศไทย อาจจะยังไม่พร้อมที่จะรองรับโครงสร้างประชากรในรูปแบบใหม่ได้ดีนัก
คำว่า สังคมผู้สูงอายุ อ้างอิงตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนด
สังคมผู้สูงอายุ แบ่งได้เป็น 3 ระดับ
ระดับที่ 1
สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)
ประเทศมีสัดส่วนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 7% ของจำนวนประชากร
ระดับที่ 2
สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society)
ประเทศมีสัดส่วนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 14% ของจำนวนประชากร
ระดับที่ 3
สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-Aged Society)
ประเทศมีสัดส่วนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของจำนวนประชากร
1
ในขณะนี้ โครงสร้างประชากรทั่วโลก อยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ นั่นคือ จำนวนผู้สูงอายุ กำลังมีสัดส่วนที่สูงขึ้น
ปัจจุบัน โลกมีประชากรราว 7.5 พันล้านคน ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านคน หรือราว 8%
แสดงว่า โดยเฉลี่ย โลกเราอยู่ในสังคมผู้สูงอายุระดับที่ 1 แล้ว
และมีการคาดการณ์ว่า โลกจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ภายในไม่เกิน 35 ปีข้างหน้า
4
แนวโน้มนี้ เป็นผลมาจากยุค Baby Boomer หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อัตราการเกิดของประชากรสูงมาก ซึ่งคนกลุ่มนั้นกลายมาเป็นผู้สูงอายุในตอนนี้
ในขณะเดียวกัน ประชากรมีการศึกษาที่ดีขึ้น มุ่งเน้นในการทำงานมากกว่า ทำให้อัตราการเกิดลดลง
รวมทั้งความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้คนมีอายุยืนขึ้น
สำหรับประเทศไทยนั้น สถานการณ์ผู้สูงอายุ มีความน่าสนใจและท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว จะเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าประเทศอื่น ดังข้อมูลต่อไปนี้
ปี 2002 ผู้สูงอายุมีสัดส่วนมากกว่า 7% (เข้าสู่ระดับที่ 1)
ปี 2020 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนราว 13% (สถานการณ์ปัจจุบัน)
ปี 2022 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนมากกว่า 14% (เข้าสู่ระดับที่ 2)
ปี 2035 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนมากกว่า 20% (เข้าสู่ระดับที่ 3)
ปี 2050 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนมากกว่า 30%
 
จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยใช้เวลาเปลี่ยนผ่านจาก สังคมผู้สูงอายุระดับที่ 1 ไปสู่ระดับ 2 ด้วยเวลาเพียง 20 ปี ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก
1
เมื่อเทียบกับประเทศที่พื้นฐานเศรษฐกิจดีกว่าเรา เช่น
สหรัฐอเมริกา 72 ปี
อังกฤษ 46 ปี
ญี่ปุ่น 24 ปี
ที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรก ที่คาดว่าจะไต่ขึ้นไปถึงระดับที่ 3 อีกด้วย
1
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเร็ว แต่ความพร้อมทางคุณภาพชีวิตหลังเกษียณของคนไทย อาจจะยังไม่ดีเท่าประเทศอื่น ซึ่งปัญหานี้สะท้อนได้จากข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ เมื่อลองเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน
1
สิงคโปร์ รายได้ต่อหัว 1.7 ล้านบาทต่อปี
เงินเดือนเฉลี่ย 115,000 บาท
ญี่ปุ่น รายได้ต่อหัว 1.5 ล้านบาทต่อปี
เงินเดือนเฉลี่ย 197,000 บาท
เกาหลีใต้ รายได้ต่อหัว 8.2 แสนบาทต่อปี
เงินเดือนเฉลี่ย 104,000 บาท
2
ไทย รายได้ต่อหัว 1.9 แสนบาทต่อปี
เงินเดือนเฉลี่ย 14,000 บาท
2
การที่รายได้ของคนไทย โดยเฉลี่ยยังอยู่ในระดับที่ไม่สูง ทำให้ความสามารถในการเลี้ยงดูตนเองเมื่อยามแก่นั้น มีไม่เพียงพอ และอาจจะต้องพึ่งการเกื้อหนุนจากบุตรหลาน
2
นอกจากนี้ คนไทย ยังออกจากตลาดแรงงาน เร็วกว่าปกติ โดยในแต่ละปี จะมีแรงงาน 300,000 ราย เลิกทำงานตั้งแต่อายุ 45 ปี เนื่องจากต้องออกไปดูแลครอบครัว ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้
3
และในแง่ของเศรษฐกิจประเทศ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร ย่อมส่งผลกระทบต่อการเติบโต
เมื่อจำนวนคนทำงานลดลง ผลผลิตที่ได้ ย่อมมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย
ซึ่งภาครัฐอาจต้องแก้ไขปัญหา ด้วยการออกกฎหมายรับแรงงานต่างชาติมากขึ้น เพื่อมาทดแทน
ดังเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ต้องเฝ้าระวังปัญหาทางสังคมอื่นๆ ที่อาจมาพร้อมกับแรงงานต่างด้าว
ดังนั้น การจะทำอย่างไรให้ประเทศปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ สิ่งที่มีส่วนสำคัญคือ นโยบายภาครัฐ
1
ไม่ว่าจะเป็นการขยายการเกษียณอายุ ซึ่งจะทำให้คนมีเวลาสร้างฐานะได้นานขึ้น โดยไทยกำลังมีแผนเปลี่ยนอายุเกษียณ จาก 60 เป็น 63 ปี ดังในประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น ขยายเป็น 65 ปี สิงคโปร์ ขยายเป็น 67 ปี
1
ในอีก 30 ปี ข้างหน้า
เมื่อเรามองไปรอบตัว 3 คน จะมี 1 คนที่มีอายุเกิน 65 ปี
สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
คำถามที่สำคัญคือ
เราเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตได้ดีพอแล้วหรือยัง?
อ่านเรื่อง สัดส่วนผู้สูงอายุ VS อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร ในแต่ละประเทศ ได้ที่ https://www.blockdit.com/articles/5c331fdcf54de42b3cb8e02e
โหลดแอป blockdit ได้ที่ blockdit.com
สั่งหนังสือลงทุนแมน เล่ม 8 ได้ที่
โฆษณา