5 มี.ค. 2019 เวลา 16:48 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
สิ่งที่ควรรู้ก่อนการ Implement ระบบ SAP/ERP
SAP เป็นชื่อบริษัทและยี่ห้อของโปรแกรมประเภท ERP
ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning
หมายถึงระบบงานที่ควบคุมการบริหารทรัพยากรภายในบริษัท มักจะมีลักษณะที่ integrate คือมีข้อมูลเชื่อมโยงกันหลายระบบ ตั้งแต่ระบบจัดซื้อ การวางแผนการผลิต ระบบต้นทุน ระบบบัญชี การจัดการสินค้าคงคลัง การขายและการกระจายสินค้า ไปจนถึงการจัดการสินทรัพย์และการบริหารงานบุคคล เรียกได้ว่ากระบวนการทางธุรกรรมเกือบทั้งหมดของบริษัท สามารถทำได้โดยใช้โปรแกรมประเภท ERP
ประวัติของ SAP
SAP ก่อตั้งที่ประเทศเยอรมันนี เมื่อปี 1972 (พ.ศ. 2515) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Walldorf, Germany โดยการรวมตัวกันของอดีตพนักงานบริษัท IBM
Sap.com
ปัจจุบันเจริญเติบโตจนกลายเป็นบริษัท software ที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก
บริษัทที่มีการใช้ SAP มากกว่า 6,000 บริษัททั่วโลก ใช้มากกว่า 50 ประเทศ หรือมากกว่า 9,000 site
ส่วนแบ่งในตลาด client/server software กว่า 31% มีผู้ใช้เพิ่ม 50% ต่อปี มียอดขาย SAP R/3 เพิ่มขึ้น 70% ต่อปี
เป้าหมายธุรกิจในเริ่มแรก เน้นลูกค้าที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (Enterprise-scale) แต่ในปัจจุบันได้ขยายธุรกิจไปที่ลูกค้าขนาดเล็กและขนาดกลาง
ผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่ม คือ
SAP All in One (A1) – เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก โดยส่วนใหญ่ใช้งานผ่าน SAP GUI
SAP By Design – เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ (เป็น on Cloud/Web base) ใช้ Server ของ SAP เอง
SAP Business One (B1) – เหมาะกับธุรกิจ SME – กลาง เป็น Web base
ฐานลูกค้าสำคัญของ SAP ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกคือ Singtel, Tata Group of Companies, Siam Cement, Telom Asia, PT Astra, San Miguel, Uniliver, FAW-Volkswagen, Sony Computer Entertainment, 7-Eleven Stores, General Motors, Novartis
พัฒนาการของระบบ SAP
https://www.suncintech.com/blog/evolution-of-sap-and-history
SAP ได้เริ่มสร้างระบบงานทางด้าน Financial Accounting ที่เป็นลักษณะ Real-time และ Integrate Software
ในปีต่อๆมา ได้พัฒนาระบบงานเพิ่มทางด้าน Material Management, Purchasing, Inventory Management และ Inventory Management และ Invoice Verification
ในปี 1978 SAP ได้เสนอระบบงานที่เป็น Enterprisewide Solution ที่ชื่อว่า SAP/R2 ซึ่งทำงานอยู่บนระบบ Mainframe พร้อมกับเพิ่มระบบงานทางด้าน Cost Accounting
ในปี 1989 SAP ได้ตั้งสํานักงานใหญ่ประจําภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวทางธุรกิจในเอเซียใต้และประเทศย่านแปซิฟก ต่อมาได้ขยายสาขาในภูมิภาคนี้ใน ออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนิเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย
จากนั้น SAP ก็ได้พัฒนาระบบงานเพิ่มขึ้น เช่น Assets Accounting เป็นต้น
ในปี 1992 SAP ได้เสนอระบบงานที่ทำงานภายใต้ Environment ที่เป็น 3 Tier Clien/Server บนระบบ UNIX ที่ชื่อว่า SAP R/3
ในปี 1997 ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อบริษัทเป็น System, Anwendungen, Produkte in der Datenverarbeitung (System Applications, Products in data Processing) และได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่เมือง Walldorf
ในปี 2003 องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้เลือกใช้ mySAP Supplier Relationship Management (SRM) เพื่อมาช่วยในการจัดซื้อจัดจ้าง และก่อให้เกิด Supplier network ขึ้นมาโดยหวังว่าในที่สุดจะทําให้มีการจัดซื้อจัดจ้างที่รวดเร็วขึ้นและลดต้นทุนในการดําเนินธุรกิจได้ซึ่งมีผลต่อ 10 บริษัทที่เป็นคู่ค้าขององค์การโทรศัพท์
ในปัจจุบัน SAP ได้พัฒนาเป็นระบบ S/4 HANA
https://www.zdnet.com/article/how-to-plan-for-saps-s4-hana/
ผลิตภัณฑ์ SAP มี 2 กลุ่ม คือ
1. SAP R/2 ใช้สำหรับเมนเฟรม
2. SAP R/3 ใช้กับระบบ Client/server
ระบบ SAP R/3 ประกอบด้วย หลาย module ของแต่ละส่วนของการจัดการที่เอามารวมกันและทำงานร่วมกัน เนื่องด้วยตลาดและความต้องการของลูกค้าเป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของระบบ โดย SAP พยายามสร้าง software ที่เหมาะสม กับทุกธุรกิจ SAP โดยให้โอกาสเลือกใช้แค่ระบบเดียวแต่สามารถทำงานได้กับทุกส่วนของธุรกิจ ทั้งยังสามารถติดตั้ง R/3 application มากกว่า 1 ตัวเป็นการเพิ่มความเร็วในการทำงาน
SAP R/3 มีหลาย Module มีหน้าที่ที่ต่างกัน แต่ทำงานร่วมกัน เป็นหนึ่งเดียว (แต่ละ Module คือแต่ละส่วนของธุรกิจ)
1. Sales And Distribution (SD)
เป็นเรื่องของ Sale ทั้งหมด ตั้งแต่การับ Order ลูกค้าจนถึงส่งของให้ลูกค้า
2. Material Management (MM)
เป็นเรื่องของการจัดการเกี่ยวกับ Raw Material ทั้งหมด
3. Production Planning (PP)
เป็นเรื่องของ Schedule การผลิตหรือ วางแผนการผลิตว่าจะผลิตเท่าไหร่ เป็นส่วนของ MRP
4. Quality Management (QM)
เป็นเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบ และ Product ต่างๆ
5. Plant Maintenance (PM)
เป็นเรื่องการ Manage เครื่องจักรหรือ Resource ต่างๆ
6. Human Resource (HR)
เป็นเรื่องการจัดการกับคน รวมถึงเงินเดือน และสวัสดิการต่างๆ
7. Financial Account (FI)
เป็นการทำบัญชีสำหรับคนภายนอก เช่น รายงานส่งสรรพากร
8. Controlling (CO)
เป็นการทำบัญชีสำหรับภายใน เช่น รายงานสำหรับผู้บริหารที่ใช้ในการตัดสินใจ
9. Asset Management (AM)
เป็นการบริหาร Fixed Asset ต่างๆ ได้แก่ เครื่องจักร รวมถึงการคิดค่าเสื่อมราคา
10. Project System (PS)
เป็นการบริหาร Project จะเก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับ Project และนำไปเชื่อมต่อกับ Module ต่างๆ เช่นเงินลงทุนจะไปเชื่อมกับ FI เป็นต้น
11. Workflow (WF)
เป็นเรื่องของ Workflow ช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่าง Auto เช่น ส่งคำสั่งผ่าน E-Mail
12. Industry Solution (IS)
เป็น Module เพิ่มเติมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละ Industry
Application & Languages
ในส่วน Application ทั้งหมดของระบบ SAP นั้น ถูกพัฒนาขึ้นด้วยภาษา ABAP หรือ Advance Business Application Programming (ABAP/4 ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมในยุคที่ 4 หรือ 4GL เป็นคำที่เรียกใน SAP Release 3.0 ส่วนใน SAP Release 4.0 เป็นต้นไป จะเรียกว่า ABAP เนื่องจากมีการพัฒนาภาษาโปรแกรม ABAP เป็นแบบObject-Oriented มากขึ้น) ในส่วนของ Run Time หรือ Kernel ของระบบ SAP นั้นถูกพัฒนามาจากภาษา C/C++ ในส่วนของการ Implement ระบบ SAP นั้น จะมีการทำ Customization หรือ Configuration (จริงๆแล้วก็คือการกำหนดค่า Parameter ต่างๆ) ผ่านทาง Implementation Guide (IMG) เพื่อให้ระบบงาน SAP ทำงานได้กับองค์กรนั้นๆซึ่งก็คือ SAP เป็น ERP Software Package ที่มีการทำงานในส่วนของ Customization ในระบบ SAP ให้เข้ากับหน่วยงานนั้นๆได้
https://m.indiamart.com/proddetail.php?i=14330219497
บุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำ SAP
1. SAP Application Analysts คือ ผู้ใช้งาน (End user) SAP ที่มีความรู้ทางด้านการซัพพอร์ต SAP Modules เช่น MM, PM, PP, FI/CO, SD, PS, HR, IS
2. SAP System Analysts คือ บุคคลที่พัฒนา module ต่างๆมาใช้งาน ได้แก่
ABAP ผู้เขียนและพัฒนาโปรแกรมเพื่อนำมาใช้งาน
BATCH ผู้ควบคุมดูแล Job ในกระบวนการต่างๆ บน SAP
BASIS ผู้ดูแลระบบ SAP ให้ทำงานอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
3. SAP Authorization & Profile Analyst คือ ผู้ที่ทำหน้าที่เหมือนกับตำรวจ ที่คอยดูแลหรือจัดลำดับความสำคัญของ user ที่จะเข้าใช้งาน SAP และคอยควบคุมกลไกการทำงานใน SAP
4. Data Admin Analyst คือผู้ที่มีความรู้ใน MM, SD module และเรื่องธุรกิจการขายทั้งหมด ตั้งแต่การจัดการกับ Materials จนถึงการรับ Order และส่งสินค้าถึงมือลูกค้า
ความสามารถ (Ability) ของระบบ SAP
Sap.com
SAP ได้ออกแบบมาให้รองรับการดำเนินงานของธุรกิจ หรือหน่วยงาน ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย ง่ายต่อการใช้งาน อาทิเช่น
1. รองรับการจัดทำระบบ Business Intelligence โดยสามารถทำงานกับข้อมูลในระบบ SAP และไม่ใช่ระบบ SAP
2. การจัดทำเหมืองข้อมูล (Data mining)
3. การจัดทำคลังข้อมูล (Data Warehouse)
4. ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management: CRM)
5. Integration Business Planning แล้วส่งต่อข้อมูลไปในระบบ ERP ซึ่งสามารถดูผล ผ่านทางโปรแกรม Web browser หรือ Excel ได้
1
6. การทำ Strategic Management, Balance Score Card การติดตามและประเมินผล การดำเนินงานตามตัวชี้วัด (KPI) การวิเคราะห์แนวโน้ม การวิเคราะห์สถานภาพปัจจุบัน อดีตและ อนาคตขององค์กร
7. การออกรายงาน (Report) ในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในทุกระดับ ขององค์กร รายงานดังกล่าวสามารถส่งต่อไปยังผู้ใช้งานโดยผ่านทาง E-mail หรือ SMS ได้
8. สามารถออกแบบซอฟต์แวร์ประยุกต์ซึ่งทำงานผ่านเว็บไซต์ (Web Application Design) ได้
9. มีแม่แบบ (Template) ของ Module ต่างๆ ที่เป็น Best Practice จำนวนมากเพื่อ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์
10. การนำซอฟต์แวร์นี้มาใช้งานในองค์กร จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร ได้แก่
- การมีลูกค้าใหม่ (New Customer)
- การรักษาลูกค้าเดิมไว้ได้ (Loyalty)
- การบริหารทรัพยากรต่างๆ ภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
- การสร้างระบบการทำงานของซอฟต์แวร์ในองค์กรแบบ Portal
เรียบเรียงข้อมูลโดย : Logistics Contents 5/3/2562
โฆษณา