18 มี.ค. 2019 เวลา 14:41 • ความคิดเห็น
มาเปลี่ยนประโยคให้กำลังใจธรรมดาให้เป็นการให้กำลังใจที่ดีกว่ากันเถอะ
บอกว่าสู้ๆ : คุณจะให้เขาไปสู้กับใครงั้นเหรอ?
บอกเขาว่าแค่นี้อย่าท้อ : คุณคิดว่าเขามีภูมิต้านทานขนาดนั้นเลยหรือ
บอกเขาว่ามีคนลำบากกว่าเราอีกเยอะ : ออกแนวเหยียดๆเหมือนกันนะ คือเขาก็ไม่ได้อยากลำบากหรอกแล้วเขาอาจจะแฮปปี้ดีกว่าเราก็ได้
หลายคนคงเคยท้อแท้มาบ้างหรือบางคนก็อาจะแค่มีอาการซึมเศร้าหรือเป็นโรคซึมเศร้าเลยก็ได้ ยุคสมัยนี้มันยากนะที่จะปฏิเสธการรับรู้ข่าวสารที่มีคนป้อนให้เราทุกวัน พอเรารับรู้มากเราก็เครียด พอเครียดก็เป็นต้นตอของปัญหาเป็นไฟลามทุ่ง วันนี้เราจะไม่ได้มาแก้ปัญหาความเครียดของตัวเองแต่เราจะมาดูว่าเราช่วยคนรอบข้างเราจัดการกับปัญหาของเขาด้วยคำพูดได้อย่างไรบ้าง
อย่างแรกคือดูอาการ หากคนสนิทของเรามีอาการเครียดจากที่ทำงานแบบทุกวันที่ผ่านมาก ปล่อยให้เขารับมือเองแล้วเราอย่าขวางทางเขาจะดีกว่า ถ้าอยากช่วยจริงๆแค่ถามเขาไปด้วยประโยคปลายเปิดก็ได้เช่น วันนี้เป็นยังไงบ้าง? ถ้าเป็นเด็กก็ลองถามว่า “วันนี้สนุกเป็นยังไงบ้าง สนุกไหม เล่าให้ฟังหน่อยสิ” แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เขาจะเปิดใจเล่ามันออกมา
ส่วนข้างล่างนี้คือแบบเปรียบเทียบให้ดูกันไปเลย
สู้ๆนะ ลองเปลี่ยนเป็น “เธอทำมันได้ ฉันเชื่อเธอ”
มีตั้งหลายคนลำบากกว่าเธอแค่นี้จะท้อไม่ได้ ลองเปลี่ยนเป็น “เธอจะผ่านมันได้ เธอเก่ง เธอคู่ควรกับสิ่งนี้นะ”
อย่าร้องไห้! อดทนไว้! ลองเปลี่ยนเป็น ปล่อยเขาร้องไห้ไปเลย กลไกร่างกายถูกออกแบบมาแบบนั้นแล้วพูดว่า “เราจะอยู่ข้างๆนะ”
เสริมให้อีกนิด เราอยากให้เวลาจะให้กำลังใจกัน เน้นไปที่การเสริมกับเขาว่าเขาไม่ได้ตัวคนเดียว เขายังมีเราอยู่ด้วย เราอาจไม่เข้าใจปัญหาเขาแต่เราจะอยู่เป็นเพื่อนนะ เพราะถ้าเขาโดดเดี่ยวเมื่อไหร่มันจะดิ่งลงไปกว่าเดิมจนบางทีเราก็ดึงกลับมาไม่ทันเสียแล้วหลังจากที่เขาออกมาจากภาวะอารมณ์นั้นค่อยให้เขาจัดการกับปัญหานั้นๆเอง ช่วยแค่เรียกสติเขากลับมา
ที่ต้องมาแชร์เนี่ยก็คือเราเห็นข่าวน่าสลดใจหลายข่าวแต่เห็นคอมเมนท์แล้วเรารู้สึกว่าเราช่วยเขาทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยเราก็อยากเห็นคอมเมนท์ที่อ่านแล้วเกิดประโยชน์กับคนอ่านบ้าง
โฆษณา