18 เม.ย. 2019 เวลา 15:00 • ความคิดเห็น
วัยรุ่น อวดฐานะได้จากการดูว่าใช้มือถือรุ่นไหน
วัยทำงาน อวดฐานะได้จากรถที่ขับ,ไปท่องเที่ยวบ่อยมั๊ย
วัยกลางคน อวดฐานะได้จากมูลค่าบ้านหรือคอนโดที่ครอบครองอยู่ และราคาที่จ่ายสำหรับค่าเทอมของลูก (ส่งลูกเรียนที่ไหน)
วัยใกล้ชรา อวดฐานะได้จากมี "เวลาว่าง" แค่ไหน ยิ่งมีมากแสดงว่าคนนั้นรวยมาก (ไม่ต้องทำงานหนักๆรอเกษียณอย่างเดียว)
วัยชรา ฐานะไม่ใช่ประเด็นแล้ว ขอแค่มีเงินให้มาพอในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน และ "ร่างกายยังสมบูรณ์" เดินให้ไหว ไม่มีโรครุมเร้า ไม่ต้องกินยาทีเป็น10ๆเม็ด และยังจำชื่อลูกหลานให้ได้ แค่นี้ก็ถือว่า "รวย ยิ่งกว่า รวย"
ทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดก็คือ "ตัวคุณเอง ร่างกายของคุณ สุขภาพของคุณเอง "
เมื่อครั้งนึงคุณเคยใช้ "ทรัพย์สินสุขภาพของคุณ" แบบเปลืองมากๆ พอมาถึงตอนปลายของชีวิตแล้ว คุณจะพบว่า.....
- มีเงินร้อยล้านพันล้านก็
ไม่ช่วยให้หายจากโรคเบาหวานที่สะสมมาเป็น10ปีหายไป
- มีเงินร้อยล้านพันล้านก็ ไม่ช่วยให้ความทรมานจาก โรคเข่าเสื่อมหมดไป
- มีเงินร้อยล้านพันล้านก็ ไม่ช่วยให้สารพัดโรคที่รุมเร้าเข้ามาหายไป
เรียงลำดับแบบง่ายๆ ลงมาจะพบว่า "เงิน เวลา สุขภาพ"
แบบนี้เรียกว่าเข้าใจผิด ยังใช้ชีวิตแบบประมาทอยู่
ระดับความสำคัญแบบที่ถูกต้อง มันจะต้องเป็น
"สุขภาพ เวลา แล้วค่อย เงิน"
มันไม่แปลกที่วันนี้ คุณจะโหมงานแบบบ้าคลั่งแต่ก็มีขอบเขตที่จะหยุด เพื่อรักษาสุขภาพให้สมดุลและดีที่สุด อนาคตไม่มีปัญหา
สิ่งที่แปลกคือ คนที่โหมงานแบบบ้าคลั่ง ไม่สนอะไร นอกจาก "เงิน เงิน แล้วก็ เงิน" ตอนจบคุณก็รู้ว่าเป็นไง รวยหรือไม่รวย ยังไม่รู้ ไม่แน่นอน แต่ ความแก่ ความตาย มาแน่นอนแน่ๆ
คนที่ประสบความสำเร็จแท้จริงแล้ว ไม่ใช่คนที่มีเงินเยอะที่สุด แต่เป็นคนที่ใช้ "สุขภาพ เวลา และ เงิน" ได้คุ้มค่าและดีที่สุด
โฆษณา