10 พ.ค. 2019 เวลา 07:02
ชีวิตที่ดิ้นรนของ ‘เติ้งเหว่ย’ จากยาจกสู่เจ้าของฟาร์มเห็ด
เชื่อว่าทุกคนเกิดมาต้องเจออุปสรรคของชีวิตกันอยู่แล้ว เจอความยากลำบาก ความผิดหวัง หลายคนก็หมดกำลังหรือท้อ จนต้องจบชีวิตของตัวเองไป แต่สำหรับชายคนนี้ เขาเลือกที่เดินหน้าและสู้ต่อไปเพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองค่ะ
เติ้งเหว่ย วัย 41 ปี และโอวหมิงเยี่ยน วัย 38 ปี สองสามีภรรยาผู้บุกเบิกสร้างฟาร์มเพาะเห็ด ที่มีรายได้กว่าสามล้านหยวนขึ้นมาในหมู่บ้านซินจี๋ มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของประเทศจีน
ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ ในเบื้องหลังนั้นพวกเขาต้องต่อสู้และฝ่าฟันอุปสรรคและความยากลำบากนานัปการ
ในปี 2012 เติ้งเหว่ยเคยทำงานเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าแต่กลับประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเขาได้สูญเสียแขนขวาไป จากเหตุการ์ณในครั้งนั้นทำให้ครอบครัวของเติ่งเหว่ยที่เคยมีเขาเป็นเสาหลัก สูญเสียรายได้ที่จะนำมาจุนเจือครอบครัวอย่างมหาศาล ซึ่งวิกฤติในครั้งนั้นทำให้ในปี 2014 ตระกูลของเติ้งเหว่ยถูกระบุว่าเป็นครอบครัวที่"ยากจน" ในที่สุด
ด้วยความพยายามที่จะทำให้ครอบครัวหลุดพ้นจากความยากจน เติ้งเหว่ยจึงมุ่งมั่นศึกษาเทคโนโลยีการเพาะปลูกเห็ดซวงเปากูด้วยความขยันขันแข็ง เขาทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจทั้งหมดที่มีเพื่อกอบกู้สถานะภาพของครอบครัว
จนกระทั่งในปี 2017 เติ้งเหว่ยก็เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่หมู่บ้านซินจี๋ โดยโรงเพาะเห็ดนี้ก่อกำเนิดขึ้นมาได้จากความช่วยเหลือของรัฐบาลท้องถิ่นซินจี๋ ครอบครัวและเพื่อนๆ ที่ระดมทุนกันเพื่อสร้างสหกรณ์ปลูกเห็ดกินได้เหว่ยเฉิงขึ้นมา
หลังจากเปิดโรงเพาะเห็ดนี้มากว่า 2 ปี ทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่ เข้าทาง โดยฟาร์มของเขาสามารถทำรายได้มากกว่า 3 ล้านหยวนต่อปี (ประมาณ 14 ล้านบาท)
และด้วยความใจกว้างของเติ้งเหวย เขายังสร้างงานให้ชาวบ้านในซินจี๋ที่ยากจนกว่า 40 ครัวเรือนให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย
และในที่สุดความพยายามที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ แรงกายของเติ้งเหวยก็ประสบผลสำเร็จ โดยปี 2018 เขาได้พาครอบครัวหลุดพ้นจากสถานะ"ยากจน"ได้สำเร็จ
และเป้าหมายต่อไปของเติ้งเหวยคือการสร้างฐานะให้ร่ำรวยโดยเร็วที่สุด และเขาไม่ลืมที่จะผลักดันชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันให้หลุดพ้นจากความยากจน ไปสู่ความร่ำรวยด้วยกันอีกด้วย
โฆษณา