15 พ.ค. 2019 เวลา 03:22 • ไลฟ์สไตล์
พุทธศาสนากับไอสไตน์
วาทะ​ อัลเบิร์ต ไอสไตน์....
ถ้าจะมีศาสนาใด
ที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน
ศาสนานั้นก็ควรเป็นพระพุทธศาสนา"
If there is any religion that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism. (Albert Einstein)
~~~~~~~
หลวงปู่ดูลย์
เคยพูดถึงไอสไตน์
ไว้ว่า...
“...หลวงปู่ดูลย์เคยบอกเรื่องประหลาดนะ...
หลวงปู่ดูลย์เนี่ย อยู่บ้านนอกอยู่ป่า
อยู่เขามาตลอดชีวิต.
..ไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์อะไร..
. ท่านวิจารณ์ไอสไตน์ได้
นะ...ท่านคงพิจารณาของท่านเอง...
ท่านบอกไอสไตน์น่ะมันเก่งนะ...มันเก่ง... มันสามารถพิจารณาไปถึงนิพพานได้
แต่เค้าไม่เห็นประโยชน์...เค้าไม่รู้ว่าจะ ใช้ประโยชน์อะไร เค้าเลยไม่เอา...
ท่านวิจารณ์อย่างนี้....
อย่างสิ่งที่ปิดบังนิพพานไว้ก็มี
รูปนาม ขันธ์ 5 กับสมมติ
บัญญัติ
...ไอสไตน์เก่งนะ ถึงขนาดมองว่าสิ่งที่ตัวเราที่แท้จริงนี่เป็นแค่เศษธุลี
ในจักรวาล...เล็กนิดเดียวไม่มีนัยยะอะไร...แต่ความสำคัญตัว สำคัญมั่นหมาย
ขึ้นมา ว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ...มนุษย์ก็เลยแยกตัวเองออกจากสิ่งที่แวดล้อมอยู่...
เกิดเรา เกิดเขา เกิดสิ่งแวดล้อมขึ้นมา...ไอสไตน์มองไปเห็นได้อย่างนี้ว่า จริงๆตัวตนที่แท้จริงเราไม่มีหรอก เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในจักรวาลนี้ชั่วขณะ
เท่านั้น... สัมพัทธ์..ชั่วขณะ แล้วก็ดับสลาย.
..นี่หลวงปู่ดูลย์ท่านวิจารณ์นะ
ประหลาด เรายังไม่เคยอ่านเลย
..อีกองค์นะ วิจารณ์เรื่องเบอร์มิวด้า.
.ประหลาด
นะ พระอยู่ในป่า ไม่เคยรู้หนังสือ..
.ทีนี้หลวงปู่ดูลย์บอกว่า
ไอสไตน์ไม่รู้มรรค.
..และก็ไม่รู้จะใช้ประโยชน์อะไร
รู้จัก
แต่ประโยชน์ที่จะเอาออกมาทำงานทางโลก..
.เพราะฉะนั้น
มรรคที่ไอสไตน์
เสนอขึ้นมามันกลายเป็น
มรรคของคริสต์...บอกว่ามนุษย์เป็นเศษธุลีของจักรวาล..
.ไม่มีความสำคัญอะไร
มีแต่ความสำคัญตัวว่าใหญ่เหลือเกิน
มีอัตตามาก สร้างปัญหาขึ้นมาเยอะแยะ...เพราะฉะนั้นให้มนุษย์นี้รักเพื่อนบ้านรักคนอื่นซะ...ใช้มรรคของคริสต์...คือใช้ความรัก...แต่มรรคของพุทธใช้ความ “รู้”...คนละวิถีกัน วิถีแห่งทางพ้นทุกข์ก็ไม่เหมือนกัน ตามสติปัญญาตามสภาพแวดล้อมแต่ละสังคม...”
~~~~~~~~~~
~~~~~~~~~~
ปริศนาคำพูดของอัลเบิร์ต ไอสไตล์
ปริศนาคำพูดของอัลเบิร์ต ไอสไตล์
กล่าวถึงพระพุทธศาสนาก่อนเสียชีวิต
ถึงแม้อัลเบิร์ต ไอสไตล์ ได้จากโลกนี้ไปโดยที่เขายังไม่สามารถค้นพบตำตอบตามที่เขากำลังต้องการก็ตาม แต่ไอสไตล์ได้ทิ้งคำพูดที่เป็นปริศนาที่สำคัญมากให้กับมนุษยชาติ ในช่วงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของเขา
1
อัลเบิร์ตได้เริ่มสงสัยแล้วว่า พระพุทธศาสนา อาจจะเป็นศาสนาที่ให้คำตอบต่อคำถามที่เขากำลังพยายามค้นหา
ในช่วง 1 ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตนั้น มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน ได้ตีพิมพ์งานเขียนชิ้นหนึ่งของเขาชื่อเรื่อง
" The Human Side " ซึ่งนักฟิสิกส์ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลผู้นี้ ได้กล่าวทิ้งท้ายให้เป็นปริศนาแห่งโลกอนาคตว่า
The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend personal God and avoid dogma and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all things natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description. If there is any religion that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism. (Albert Einstein)
"ศาสนาในอนาคต จะต้องเป็นศาสนาสากล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือพระเจ้าที่มีตัวตน และควรจะเว้นคำสอนแบบสิทธันต์
(คือเป็นแบบสำเร็จรูปที่ให้เชื่อตามเพียงอย่างเดียว) และแบบเทววิทยา(คือพึ่งเทวดาเป็นหลักใหญ่) ศาสนานั้น เมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตใจ จึงควรมีรากฐานอยู่บนสามัญสำนึกทางศาสนา ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง คือ ทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่างเป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย พระพุทธศาสนาตอบข้อกำหนดนี้ได้....ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน ศาสนานั้นก็ควรเป็นพระพุทธศาสนา"
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
นักฟิสิกส์ ชาวเยอรมัน ผู้เสนอทฤษฏีสัมพันธภาพ
คำพูดของไอสไตล์นั้นมีความนัยที่สำคัญซ่อนอยู่และรอคอยการค้นพบ และทฤษฎีเอกภาพหรือทฤษฎีสรรพสิ่งที่ต้องการค้นหานั้น ที่จริงพระพุทธเจ้าได้ตอบให้เบ็ดเสร็จก่อนหน้านั้น 2500 ปี
โฆษณา