4 มิ.ย. 2019 เวลา 12:44
ยฺเหวียน ชื่อไข่
-ต้นชีวิต
ยฺเหวียน ชื่อไข่ เกิดในหมู่บ้านจางอิ๋ง แห่งนครเซี่ยงเฉิง , จังหวัดเฉิน , มณฑลเหอหนาน ภายหลังสกุลยฺเหวียนย้ายไปตั้งบ้านเรือนห่างจากเซี่ยงเฉิงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 16 กิโลเมตร โดยตั้งหมู่บ้านยฺเหวียนไจ้ ขึ้นที่นั่น
สกุลยฺเหวียนมีกำลังส่งเสียให้เขาเล่าเรียนตามระบบประเพณี เมื่อยังเด็ก เขาชอบขี่ม้า ชกมวย และสังสรรค์กับเพื่อนฝูง พอเติบใหญ่ ตั้งใจจะรับราชการพลเรือน แต่สอบขุนนางตกสองครั้ง จึงเปลี่ยนใจไปเอาดีด้านการเมืองโดยหวังจะไต่เต้าจากทางทหารแทน จึงไปเข้าทัพหฺวาย ที่มีญาติพี่น้องของตนรับราชการอยู่มากมาย เขาเริ่มเป็นทหารด้วยการซื้อตำแหน่งเล็ก ๆ ใน ค.ศ. 1880 ซึ่งเป็นความประพฤติอันดาษดื่นในยุคสมัยนั้น[4] เขายังเดินทางไปจังหวัดเถิง เพื่อหาตำแหน่งใหม่ในกองทัพผ่านเส้นสายของบิดา ต่อมาใน ค.ศ. 1876 เขาสมรสกับหญิงจากสกุลยฺหวี นาม ยฺหวี อี้ช่าง ครั้น ค.ศ. 1878 หญิงนั้นให้กำเนิดบุตรชายคนแรกของเขา คือ ยฺเหวียน เค่อติ้ง แต่ยฺเหวียน ชื่อไข่ มิได้มีภริยาเพียงเท่านั้น ตลอดชีวิตของเขา เขายังแต่งอนุภริยาอีกเก้าคน
-ช่วงโชซ็อน
ต้นคริสต์ทศวรรษ 1870 เกาหลี ซึ่งเป็นรัฐในอารักขาของราชวงศ์ชิง และมีราชวงศ์โชซ็อน (Joseon Dynasty) เป็นผู้ปกครอง ต้องเผชิญกับการปะทะทางการเมืองของสองขั้วอำนาจ คือ กลุ่มของแทว็อนกุนฮึงซ็อน (Heungseon Daewongun) พระบิดาของจักรพรรดิโคจง (Emperor Gojong) ที่ต้องการให้ปิดประเทศ กับกลุ่มของจักรพรรดินีมย็องซ็อง (Empress Myeongseong) พระมเหสีของจักรพรรดิโคจง ที่ต้องการให้เปิดเสรีทางการค้า เวลาเดียวกัน ในญี่ปุ่นมีการปฏิรูปเมจิ (Meiji Restoration) ที่ส่งผลให้เกิดนโยบายรุกรานต่างประเทศ ญี่ปุ่นจึงเริ่มท้าทายอำนาจของจีนในคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีจำต้องทำสนธิสัญญาคังฮวา (Treaty of Ganghwa) กับญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1876 ซึ่งอนุญาตให้ญี่ปุ่นส่งทูตไปประจำฮันซ็อง (Hanseong) และตั้งสถานีการค้าในอินช็อน (Incheon) กับว็อนซัน (Wonsan) ได้ หลี่ หงจาง ซึ่งเป็นผู้ว่าจื๋อลี่ ส่งทหารราชวงศ์ชิงจำนวน 3,000 นายเข้าไปยังเกาหลี โดยมียฺเหวียน ชื่อไข่ เป็นผู้บังคับบัญชา
ต่อมาใน ค.ศ. 1885 ยฺเหวียน ชื่อไข่ ได้รับแต่งตั้งเป็นราชทูตประจำ (Imperial Resident) ฮันซ็อง โดยพื้นฐานแล้วตำแหน่งดังกล่าวเทียบเท่าเอกอัครราชทูต แต่ในทางปฏิบัติมีสถานะเป็นที่ปรึกษาสูงสุดเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลเกาหลี ฝ่ายญี่ปุ่นเห็นจีนมีทีท่าจะเพิ่มอิทธิพลในเกาหลี จึงหันไปเสนอต่อจีนให้ร่วมกันปกครองเกาหลีแทน จีนกับญี่ปุ่นทำสนธิสัญญากันว่า จะส่งทหารเข้าไปในเกาหลีต่อเมื่อแจ้งอีกฝ่ายแล้ว ขณะนั้น เกิดกบฏภายใน และจีนส่งทหารเข้าไปป้องกันผลประโยชน์ของจีนในเกาหลี ญี่ปุ่นจึงทำเช่นเดียวกันโดยให้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันสถานีการค้าของญี่ปุ่น แต่เมื่อหมดความวุ่นวาย ทั้งสองประเทศไม่ยอมถอนทหารออก ทำให้ความตึงเครียดทวีขึ้นเรื่อย ๆ หลี่ หงจาง ไม่อยากเปิดศึกกับญี่ปุ่น จึงพยายามให้นานาชาติกดดันญี่ปุ่น แต่ไม่เป็นผล ทั้งสองฝ่ายรบกันในที่สุด รัฐบาลจีนเรียกยฺเหวียน ชื่อไข่ กลับเทียนจิน ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1894 เป็นอันสิ้นสุดหน้าที่ของเขาในเกาหลี ก่อนที่สงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่งจะตามมาในปลายเดือนนั้นเอง
1
ระหว่างอยู่เกาหลี ยฺเหวียน ชื่อไข่ ได้สตรีเกาหลีเป็นอนุภริยาสามคน คนหนึ่งเป็นญาติขององค์หญิงเกาหลี เขาแวะเวียนไปหาหญิงทั้งสามเป็นประจำ จนได้บุตร 15 คน
-ช่วงปลายราชวงศ์ชิง
ในสงครามดังกล่าว ยฺเหวียน ชื่อไข่ ได้บัญชากองกำลังจีนในเกาหลีแต่ในนาม แต่ก็ทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมา และเหตุที่อยู่ฝ่ายเดียวกับหลี่ หงจาง เขาจึงได้เป็นผู้นำทัพใหม่ ที่จัดตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1895 เพื่อปฏิรูปทางทหารแบบสมัยใหม่ การปฏิรูปนั้นเองทำให้ยฺเหวียน ชื่อไข่ เกิดมีบารมีทางการเมืองขึ้น ทั้งยังเป็นที่เคารพเลื่อมใส่ของนายทหารรุ่นใหม่ พอ ค.ศ. 1901 ก็ปรากฏว่า ผู้บัญชาการทหารห้าในเจ็ดคน ตลอดจนนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกมาก ต่างอยู่ในอิทธิพลของเขา ราชวงศ์ชิงยังพึ่งพาทหารจากทัพใหม่ของเขาอย่างยิ่ง เพราะเป็นหน่วยที่ฝึกมาดีและมีประสิทธิภาพกว่าใครเพื่อน
1
เวลานั้น ราชสำนักชิงแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายหัวก้าวหน้าของจักรพรรดิกวังซฺวี่ ผู้จัดการปฏิรูปร้อยวัน กับฝ่ายหัวโบราณของพระนางฉือสี่ไท่โฮ่ว ผู้เคยสำเร็จราชการแทนจักรพรรดิ แต่ได้ถอยจากการเมืองไปประทับวังฤดูร้อนอี๋เหอ-ยฺเหวียน เพื่อให้การปฏิรูปดำเนินไป จักรพรรดิกวังซฺวี่เห็นว่า ต้องกำจัดพระนางฉือสี่ จึงเรียกคนสนิท รวมถึงคัง โหย่วเหวย์ และถาน ซื่อถง เข้ามาช่วยวางแผนการ ถาน ซื่อถง มาเจรจากับยฺเหวียน ชื่อไข่ ให้นำทหารเข้าจัดการขั้นเด็ดขาดกับพระนางฉือสี่ ยฺเหวียน ชื่อไข่ มิได้ให้คำตอบในทางใดอย่างชัดเจน เป็นแต่ยืนยันว่า ตนเองภักดีต่อองค์จักรพรรดิ ครั้นวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 1898 ยฺเหวียน ชื่อไข่ ขึ้นรถไฟไปเทียนจินเพื่อพบกับหรงลู่ คนสนิทของพระนางฉือสี่ ทั้งสองพูดคุยสิ่งใดกันนั้นไม่มีใครล่วงรู้ แต่เช้าตรู่วันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1898 พระนางฉือสี่นำกำลังบุกเข้าวังหลวง จับจักรพรรดิไปขังไว้ ณ ตำหนักหาน-ยฺเหวียน บนเกาะอิ๋งไถ กลางสระน้ำในพระที่นั่งจงหนันไห่ แล้วกลับเข้าสำเร็จราชการแทนจักรพรรดิอีกครั้ง ส่วนยฺเหวียน ชื่อไข่ ปรากฏว่า ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจชานตง
3
ในช่วงที่เขาอยู่ชานตงนั้นเอง เกิดกบฏนักมวย ต่อต้านต่างชาติขึ้น และยฺเหวียน ชื่อไข่ ปราบปรามกลุ่มนักมวยในชานตงราบคาบ แต่มิได้จัดการกบฏนอกพื้นที่ตนเองอย่างจริงจังสักเท่าใด นอกจากนี้ ในราชสำนัก เขายังเข้ากับกลุ่มหนุนฝรั่ง ซึ่งมีบุคคลหลัก คือ หลี่ หงจาง, หรงลู่, และชิ่งชินหวัง ยฺเหวียน ชื่อไข่ ปราบปรามกบฏนักมวย และไม่ปฏิบัติตามพระเสาวนีย์ของพระนางฉือสี่ที่ประกาศสงครามกับต่างชาติ ทหารของยฺเหวียน ชื่อไข่ ประหารผู้คนไปหลายหมื่นรายในการปราบกบฏที่จื๋อลี่ โดยบัญชาการอยู่ที่เป่าติ้ง การปราบกบฏของเขาเสร็จสิ้นใน ค.ศ. 1902
ที่ชานตง เขายังก่อตั้งวิทยาลัยประจำมณฑลขึ้นในจี่หนาน เพื่อจัดการศึกษาแบบตะวันตก ครั้นเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1902 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าจื๋อลี่ และมหาเสนาพาณิชย์เป่ย์หยาง เขากู้ยืมเงินจำนวนมากจากต่างชาติมาใช้พัฒนากองกำลังของตนที่เป่ย์หยาง (北洋) จนกลายเป็นกองทหารที่มีอานุภาพมากที่สุดในประเทศ เขายังตั้งกองตระเวน 2,000 นายไปคอยรักษาความเรียบร้อยที่เทียนจิน ซึ่งนับเป็นกองตำรวจกองแรกในประวัติศาสตร์ชาติจีน ทั้งนี้ เพราะพิธีสารนักมวย (Boxer Protocol) ที่ราชวงศ์ชิงทำขึ้นกับต่างชาติหลังจากพ่ายแพ้ในคราวกบฏนักมวย ห้ามมีทหารบริเวณเทียนจินอีก ยฺเหวียน ชื่อไข่ ยังมีบทบาทหลักในการปฏิรูปทางการเมืองช่วงปลายราชวงศ์ชิง เช่น ในการสถาปนากรมศึกษา และกรมตำรวจ ทั้งยังสนับสนุนความเสมอภาคระหว่างชาวแมนจูผู้ปกครองประเทศกับชาวฮั่นซึ่งเป็นประชากรหลักของประเทศ
1
ใน ค.ศ. 1905 เขาเสนอให้พระนางฉือสี่ยกเลิกการสอบขุนนางตามประเพณีเดิม และรับสั่งให้กรมศึกษาสร้างระบบการศึกษาสมัยใหม่โดยเอาระบบญี่ปุ่นเป็นแม่แบบ ต่อมาในวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1908 พระนางยังตราธรรมนูญการปกครองแผ่นดินที่เขาช่วยร่าง ธรรมนูญดังกล่าวให้มีการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญโดยอ้างอิงแบบญี่ปุ่น ทั้งยังจัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อใช้บังคับภายใน ค.ศ. 1916 และให้เลือกตั้งผู้แทนราษฎรภายใน ค.ศ. 1917[15]
เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1908 จักรพรรดิกวังซฺวี่และพระนางฉือสี่สิ้นพระชนม์ในเวลาไล่เลี่ยกัน ร่ำลือกันว่า จักรพรรดิกวังซฺวี่ทำพินัยกรรมรับสั่งให้ประหารชีวิตยฺเหวียน ชื่อไข่ ยฺเหวียน ชื่อไข่ จึงชิงลาออกจากตำแหน่งทั้งปวงในเดือนมกราคม ค.ศ. 1909 อ้างว่า เพื่อไปรักษาโรคเกี่ยวกับเท้าที่หมู่บ้านหฺวันช่าง ในนครอันหยาง โดยให้องค์ชายไจ้เฟิง ผู้สำเร็จราชการแทนจักรพรรดิผู่อี๋ พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ เข้ารับตำแหน่งแทน
ระหว่างลี้ภัยการเมืองนี้ ยฺเหวียน ชื่อไข่ ยังติดต่อกับเพื่อนเก่าอย่างตวั้น ฉีรุ่ย ผู้คอยรายงานกิจการทหารให้เขาทราบ ยฺเหวียน ชื่อไข่ ยังจัดให้หลานสาวตนเองสมรสกับตฺวั้น ฉีรุ่ย เพื่อเป็นดองกันทางอำนาจ นอกจากนี้ ทหารแห่งทัพเป่ย์หยางก็ยังภักดีต่อเขาดังเดิม
โฆษณา