5 มิ.ย. 2019 เวลา 00:50 • ไลฟ์สไตล์
"ระวังสิ่งไม่ดีเข้าสมอง"
ช่วงนี้เห็นวัยรุ่นตีกัน ฆ่ากันบ่อยๆ ผู้ชายต่อยผู้หญิง เพราะผู้หญิงไม่ยอมคืนดี หรือแม้แต่นักเรียนหญิงรุมตบกัน ฯลฯ จึงขอหยิบยกมาพูด ซะหน่อย!
เวลาข้อมูลเข้าไปในหัวเนี่ย มันไม่ลืม เพียงแค่บางทีเรานึกถึงมันไม่ออก แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ลืม มันกลายเป็นนิสัย กลายเป็นสันดาน กลายเป็นความเคยชินในการตอบสนองมันโดยไม่รู้ตัว
หลายๆ ครั้งเตือนตัวเองเอาไว้ให้ดีแล้วกันว่า ถ้ามีข้อมูลอะไรไม่ดีอย่าใส่ไปในสมอง เพราะมันเอาออกยากมาก ข้อมูลที่รับมาจะถูกเก็บโดยสมองส่วนหลัง พอสิ่งเร้ามาถูกต้อง กระตุ้นปุ๊บ มันจะปรับข้อมูลไปที่สมองส่วนหน้า เกิดการกระทำขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทดสอบง่ายๆ ถ้ามีข้อมูลอะไรไม่ดีและไม่อยากให้คนที่เรารักเป็นแบบนั้น ก็อย่าเอาไปใส่ในหัวเขา เด็กๆ หลังจากกลับบ้านไปเอาละครให้ลูกดู แล้วลองจับเวลาสัก 5 นาที ถ้าละครเรื่องนั้นมีฉากที่ไม่อยากให้ลูกเป็น หรือไม่อยากเป็น เช่น เสียงกรี๊ดๆๆ ตบๆๆ แย่งชิง โน่นนี่นั่น ลูกก็จะเป็นแบบนั้น อย่าให้ลูกดูเด็ดขาด ไม่งั้นสมองจะเสียหายหมด
มันจะกลายเป็นพฤติกรรมจริง ไม่เชื่อลองทดสอบง่ายๆ ละครน้ำเน่าหลายๆ เรื่อง ลองยืมลูกของเพื่อนมาสิ อายุสัก 3-4 ขวบ ให้ดูละครสัก 3-4 อาทิตย์ ลูกเพื่อนก็จะเริ่มงอนเป็น เริ่มหยิ่งเป็น เริ่มเหยียดเป็น ข้อมูลพวกนี้เข้าไปในสมอง ต่อให้เขียนว่าต่ำกว่า 13 ไม่แนะนำ เด็กอายุ 13 พ่อแม่นั่งข้างๆ เด็กจะปลอดภัยจริงหรือ? แต่ส่วนมากจะไปทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะ
ทั้งนี้ ก็ไม่ได้ว่าละครน้ำเน่าไม่ดีทุกอย่างนะ ถ้าคนดูด้วยปัญญา (Neocortex Brain) ก็จะสามารถแยกแยะได้ว่า สิ่งไหนดีที่ควรทำ และสิ่งไหนไม่ดีไม่ควรทำ แต่เด็กๆ จะแยกแยะไหมถ้าไม่มีผู้ใหญ่คอยบอก (ผู้ใหญ่เองบางคนยังแยกไม่ได้เล๊ย 555...)
แต่ก็อย่ามาอ้างว่า คนไทยชอบดูฉาก แย่งผัวแย่งเมีย ตบตี ด่าทอกัน ไม่งั้นคนไม่ดู! ...แต่ทำไมละครเกาหลี บางเรื่องไม่ต้องมีฉากตบตี ด่าทอ แย่งผัวแย่งเมียกัน ถึงเป็นที่ชื่นชอบกันมาก ทุกอย่างมันอยู่ที่ไอเดียสร้างสรรค์ในการสร้างสตอรี่ที่ดีและมีคุณค่า แล้วนำเสนอให้น่าสนใจ โดนใจ ประทับใจผู้คน ต่างหากล่ะ!
...การเลือกดู เลือกฟังสิ่งที่ดี มีคุณค่าเข้าสมอง ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สิ่งไหนไม่ดีปิดมันซะ!
Source : ผศ.ดร.เกรียงสิน ประสงค์สุกาญจน์
Create : NokCB
โฆษณา