5 มิ.ย. 2019 เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์
บทสรุปปริศนาการตายของ Elisa Lam ep.3 ตอนที่ 1
(พยายามลงหลายทีแล้ว ไม่ติดสักทีบทจบเนี่ย ขนลุกแล้วนะ โอ้ย)
เดินทางมาถึงบทสุดท้ายแล้วครับ สำหรับคดีปริศนาที่ยังหาทางแก้ไม่ได้ กับความตายลึกลับของ Elisa Lam
ผมใช้เวลาอยู่กับมันมา 2 อาทิตย์ ตั้งแต่วันแรกที่ตั้งใจจะเขียนเพราะเชื่อโดยส่วนตัวว่าคดีนี้ยังไม่ได้รับความยุติธรรม
หลังจากที่อ่านเอกสารเกี่ยวกับคดีไปมากกว่า 20 ฉบับ คอมเมนท์ในอินเตอร์เนตอีกหลายร้อยคอมเมนท์ ในบทความนี้ผมจะกล่าวถึงสาเหตุการตายที่ผมสนใจเป็นการส่วนตัว 4 แบบ
ในทุกทฤษฎีถูกสร้างขึ้นมาจากเบาะแสเท่าที่จะหาได้ทางอินเตอร์เนต อาจมีทั้งเบาะแสที่เคยเขียนไปใน ep.1-2 และอันใหม่ที่เพิ่งหาเจอ
เชิญทุกท่านย่อยไปพร้อมๆกันได้เลยครับ
• สาเหตุการตายที่ 1: เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ
แม้ว่ามันอาจจะดูงมงายเหลือเชื่อไปบ้าง แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามีเหตุการณ์หลายอย่างในคดีนี้ที่ดันไปเกี่ยวข้องโดยบังเอิญกับอดีตอันเลวร้ายของโรงแรม Cecil
ในปี 1984-1985 Richard Ramirez เจ้าของฉายา 'The Night Stalker' เปิดห้องอยู่ชั้น 14 ที่ Elisa Lam ถูกพบเห็นในวิดีโอ Richard ใช้ที่นี่เป็นฐานในการเชือดเหยื่อหญิงสาวของเขาเป็นโหล และยังมีรายงานว่า Richard มักจะทำพิธีกรรมบูชาซาตานบนดาดฟ้าชั้น 15 ของโรงแรมเป็นประจำ
ต่อจาก Richard ก็เป็น Jack Unterweger ในปี 1991 เขาล่อลวงโสเภณีหลายคนมาที่บันไดหนีไฟตรงชั้น 14 นั้น เพียงเพื่อจะสังหารด้วยการรัดคอด้วยบราของพวกเธอเอง
1
ตั้งแต่โรงแรม Cecil เปิดให้บริการมาในปี 1924 มีผู้ถูกฆาตกรรมภายในโรงแรมนี้มากกว่า 20 คน ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดข่าวลือเรื่องภูตผีปีศาจต่างๆนาๆ จนคนเริ่มพูดกันว่า วิญญาณดำมืดของ Richard Ramirez นั่นแหละที่เป็นคนฆ่า Elisa Lam
.
.
• สาเหตุการตายที่ 2: ประสบอุบัติเหตุด้วยโรคไบโพลาร์
นี่คือสาเหตุการตายที่ถูกสรุปจบอย่างรวดเร็วโดยตำรวจ LAPD ในวันที่ 18 มิถุนายน LAPD ปล่อยรายงานผลการชันสูตรศพยาว 27 หน้า พร้อมจั่วหัวมาว่าสาเหตุการตายคือการพลัดตกแทงค์และ Drowning หรือจมน้ำ สภาพการณ์น่าจะเป็นดังนี้ครับ
Elisa Lam ผู้ป่วยโรค Bipolar Disorder I ตกอยู่ในภาวะ Manic Episode ที่ทำให้มีความตื่นตัวเป็นพิเศษในคืนวันที่ 31 ม.ค. 2013 เป็นผลทำให้เธอแสดงท่าทางแปลกประหลาดตามที่กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้
ในที่สุดเธอก็ขึ้นไปชั้นที่ 15 ดาดฟ้าด้วยการปีนบันไดหนีไฟในสภาพมืดมิดไม่มีแสงไฟ ก่อนที่จะถอดเสื้อผ้าของเธอออก และตัดสินใจหยิบขึ้นมาใหม่ ปีนแทงค์น้ำสูง 10 ฟุต เปิดฝาแทงค์น้ำหนัก 15-20 กก. โยนเสื้อผ้าลงในแทงค์และกระโดดตามลงไป เธอพยุงตัวตีขาลอยน้ำ และปีนขึ้นมาใช้มือเอื้อมปิดแทงค์อีกครั้ง ก่อนจะดำลงไปจนเธอนั้นขาดใจตาย
ถึงแม้ว่าอาการของผู้ป่วยที่อยู่ในช่วง Manic Episode จะทำให้เธอมีความคึกคักกระปรี้กระเปร่ามากกว่าปกติ แต่สาเหตุการตายนี้ก็มีช่องโหว่ให้โจมตีมากมายครับ เริ่มตั้งแต่
1. จากคำให้การ Katie Orphan เจ้าของร้านหนังสือ The Last Book Store ที่ Elisa เข้าไปซื้อของฝากครอบครัวที่แคนาดา ให้การอย่างมั่นใจว่า Elisa ดูร่าเริง สดใส และเธอวางแผนที่จะกลับไปหาครอบครัวเธอ
2. ทำไมสภาพศพของเธอจึงเปลือยเปล่า และทำไมเธอถึงถอดเสื้อผ้าโยนลงพื้นก่อนที่จะตัดสินใจหยิบมันขึ้นมา และลงแทงค์ไปพร้อมกัน
3. เธอปิดฝาแทงค์ได้อย่างไร เผื่อท่านผู้ชมนึกไม่ออก ฝาแทงค์มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส นน. 15-20 กก. มีขนาดพอดีตัวคน ไม่ใหญ่ และเป็นแบบยกเปิดขึ้นพับไปข้างๆ ไม่ใช่การเลื่อน ที่ตัวฝาไม่มีที่จับสำหรับใช้มือเหนี่ยว
1
นี่หมายความว่าการจะปิดฝาได้ต้องใช้สองมือช่วยกันยกให้พับปิด แล้ว Elisa ผู้หญิงเอเชียตัวเล็กๆ (ใส่เสื้อยืดไซส์ XS) จะสามารถปิดฝาตอนที่เธออยู่ในแทงค์น้ำได้อย่างไร ด้วยการยกมือเอื้อมไปปิดเหนือหัวและขาไม่ถึงพื้นแทงค์?
มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับ LAPD ที่จะสรุปว่าผู้ป่วยไบโพลาร์ที่ไม่ใช่คนอเมริกันคนนึง ประสบอุบัติเหตุตกแทงค์เสียชีวิตและปิดคดีด้วยความรวดเร็ว แต่มันเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปที่จะเชื่ออย่างนั้น โดยเฉพาะเมื่อสภาวะแวดล้อมมันไม่ได้ชี้ไปทางอุบัติเหตุหรือแม้แต่การฆ่าตัวตายเลย
.
.
• สาเหตุการตายที่ 3: "เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น?"
ได้ยินไม่ผิดครับท่านผู้อ่าน นี่คือทฤษฎีที่บอกเราว่าเรื่องทุกอย่างคือเรื่องโกหก Elisa Lam ไม่เคยมีตัวตน รวมถึงครอบครัวของเธอด้วย
แนวความคิดนี้มีพื้นฐานมาจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัว Elisa Lam เมื่อเราลองสืบค้นเกี่ยวกับ Elisa Lam ในอินเตอร์เนตเราจะพบว่าเรื่องหรือรูปภาพเกี่ยวกับตัวเธอนั้นมีน้อยมากๆ เธอใช้ Social Network เป็นประจำแต่ไม่มีรูปเธออยู่ใน Tumblr, Twitter หรือเว็บบล็อกเลยแม้แต่รูปเดียว ส่วนรูปที่เราเห็นกันมาจากสื่อเมืองนอกนำเสนอภายหลังจากที่เธอหายตัวไปแล้ว
อีกอย่างหนึ่งที่ผมสงสัยก็คือ ทำไมครอบครัวเธอจึงยอมรับสาเหตุการตายโดยอุบัติเหตุที่ LAPD แถลงอย่างรวดเร็ว เพราะขนาดเราชาวย่อยประวัติไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เรายังพยายามค้นหาความจริงเลย หรือเป็นเพราะครอบครัวที่เป็นคนเอเชียของเธอละอายที่มีลูกสาวเป็นโรคทางจิตและเสียชีวิตด้วยสาเหตุพิศดารแบบนี้หรอ?
ไม่เคยมีใครเห็นศพ Elisa, ไม่มีเพื่อนออกมาคอมเมนท์ทางอินเตอร์เนต, น้องสาวเองก็ไม่ค่อยโพสถึงพี่แม้จะเป็นช่วงหลังจากเจอศพ เหมือนเธอตายแล้วตายเลยไปจากโลกนี้อย่างนั้นแหละ
มีโพส facebook โพสนึงที่ติดใจผมมาก วันที่ 22 ก.พ. 2013 หลังจากที่พบศพ Elisa ได้ 3 วัน หนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนของเธอ ชื่อว่า Jonathan Lam โพสรูปคู่ของเขากับ Elisa ตอนรับปริญญาลงในเฟซบุค และให้แคปชั่นว่า Sigh... ที่แปลว่าถอนหายใจยาวๆ
Elisa เสียชีวิตน่ากลัวขนาดนั้นแต่เพื่อนโพสแบบนี้ผมว่ามันแปลกนะ ยิ่งไปกว่านั้นมีคนเข้ามากดไลค์กัน 28 คน แต่ไม่มีใครคอมเมนท์อะไรสักคน ทั้งๆที่โพสอื่นของ Jonathan มี Comment หมด
ถ้าเป็นการสมคบคิดสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาจริง คำถามต่อไปของผมคือ เพื่ออะไร?
ในช่วงเวลาหลังจากที่ Elisa Lam เข้าพักที่โรงแรม Cecil เล็กน้อย เกิดมีข่าวลือเกี่ยวกับวัณโรคระบาดในย่าน Downtown LA ครับ และบังเอิญมากๆที่ชุดตรวจว่าติดเชื้อวัณโรคนี้หรือไม่ มีชื่อว่า LAM-ELISA
ผู้นำเสนอทฤษฎีนี้กล่าวว่าการสร้างเรื่องราว สร้างตัวตนของ Elisa Lam ขึ้นมานั้น ก็เพื่อกลบข่าววัณโรคระบาด และด้วยความที่ชื่อคล้องจองกัน จะทำให้คนค้นหาชื่อ Elisa Lam มากกว่า LAM-ELISA ใน Google
วันที่วัณโรคเริ่มระบาดจนเป็นข่าวก็คือวันที่ 23 ก.พ. 2013 เวลา 15:31 น. สำนักพิมพ์ Reuters (รอยเตอร์) ลงข่าวในเว็บไซต์ นี่ทำให้เราทราบว่า Elisa Lam หายตัวไปก่อนที่จะมีวัณโรคระบาด ทำให้ข้อเสนอนี้ถูกลบล้างโดยอัตโนมัติ
แต่ด้วยความสงสัยทำให้ผมย้อนกลับไปดูที่โพสของ Jonathan Lam อีกครั้งและลองไล่ดูเพื่อนแต่ละคนที่มาคอมเมนท์ นั่นทำให้ผมเจอเข้ากับอะไรบางอย่าง
มันคือภาพ Elisa Lam สมัยปี 2007 ตอนเธออายุเพียง 15 ปี มากกว่า 100 ภาพ และไม่เคยมีภาพพวกนี้อยู่ใน Google เพราะมันอยู่ในอัลบั้มเฟซบุคของเพื่อนสาวที่ดูจะสนิทมากของเธอชื่อ Kristin Koyama
(ถ้าท่านเอาชื่อนี้ไปเสิร์ชในเฟซบุคจะไม่เจอนะครับ เธออาจจะบลอคการเสิร์ชไว้ และผมก็ไม่กล้าให้ลิงค์ไอดีของเธอตรงๆ เพราะกลัวคนจะแห่เข้าไปรบกวนเธอกัน เอาเป็นว่าผมจะเอารูปสมัยเด็กๆของ #ElisaLam มาโพสให้ดูในเมนท์แล้วกันครับ)
สรุปได้ว่าเธอมีตัวตนครับ เป็นเด็กสาวที่น่ารัก สดใส และเป็นที่รักของเพื่อนๆสมัยมัธยมปลาย เธอเคยมีความรักเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป ช่างน่าเสียดายที่เธอต้องมาจากไปก่อนวัยอันควร
โฆษณา