5 มิ.ย. 2019 เวลา 05:54 • กีฬา
ฮีทสโตรคในนักวิ่ง
(Heat stroke in runners)
สำหรับนักวิ่งในเขตเมืองร้อนอย่างประเทศไทยของเรา การผจญการวิ่งในอากาศร้อนๆอาจสร้างปัญหาต่อร่างกายได้หลายประการ เช่นการเสียเหงื่อมาก การขาดน้ำ ตะคริว และที่อันตรายที่สุดคือ ฮีทสโตรค อันอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้
ฮีทสโตรค (Heat Stroke)คืออะไร
ฮีทสโตรค คือความเจ็บป่วยที่เกิดจากภาวะอุณภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเป็นผลจากความร้อนภายนอก หรือศูนย์การควบคุมอุณหภูมในร่างกายผิดปกติ สำหรับนักวิ่งภาวะฮีทสโตรคเกิดจากการออกกำลังการที่หนักเกินไป ร่วมกับร่างกายมีภาวะขาดน้ำ ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณภูมิในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ ภาวะฮีทสโตรคถือเป็น "ภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์" ที่ต้องได้รับการรักษาโดยด่วน
อาการของฮีทสโตรค
เมื่ออุณภูมิร่างกายสูงมากกว่า 40°C จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้ได้ อาการที่พบคือ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ชีพจรเร็วขึ้น และสุดท้ายเริ่มมีอาการสับสน หมดสติ
อาการเตือนว่าร่างกายเราจะเสี่ยงการเกิดฮีทสโตรคคือ
" ขณะวิ่ง รู้สึกว่าร่างกายร้อน แต่ ไม่มีเหงื่อออก"
ตรงนี้ขอให้นักวิ่งพึงระลึกไว้ตลอดเวลาครับ เมื่อออกกำลังกาย ร่างกายต้องลดความร้อนของร่างกายโดยสร้างเหงื่อเพื่อระบายความร้อน แต่ถ้าเสียเหงื่อมากแล้วกินน้ำชดเชยไม่พอ ร่างกายจะดึงน้ำที่เหลือมาใช้ในร่างกาย โดยลดการสร้างเหงื่อ ทำให้วงจรระบายความร้อนเสียไป อุณภูมิร่างกายจะค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดอาการต่างๆตามมา
การรักษา
สิ่งสำคัญคือ การลดอุณหภูมิร่างกาย และการชดเชยน้ำให้ร่างกายอย่างเพียงพอ ในกรณีที่นักวิ่งเริ่มมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ควรหยุดวิ่ง และดื่มน้ำให้เพียงพอ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรพบหน่วยพยาบาล แต่ถ้าเริ่มมีอาการสับสนแล้ว ต้องหยุดพักแล้วพบหน่วยพยาบาลเพื่อรับการดูแลรักษาโดยเร็ว
การป้องกันฮีทสโตรคขณะวิ่งแข่งขัน
อาการฮีทสโตรคในนักวิ่งมักเกิดในช่วงวันแข่งขัน เพราะสถานการณ์บังคับให้นักวิ่งต้องวิ่งเร็วขึ้น หรือวิ่งให้ครบระยะทาง แม้ว่าอากาศจะร้อน รวมทั้งนักวิ่งบางคนนั้นกลับลดการกินน้ำลงในช่วงวิ่งแข่งเพราะเกรงว่าจะปวดปัสสาวะทำให้ต้องเสียเวลาในการแข่งขัน
ฮีทสโตรคสามารถเกิดได้กับนักวิ่งทุกระยะทางการแข่งขัน แต่พบบ่อยในการวิ่งระยะยาว เช่นการวิ่งมาราธอน หรือระยะอัลตร้า รวมทั้งการวิ่งเทรลที่ต้องใช้เวลาวิ่งตลอดวัน เพราะนักวิ่งจะต้องเผชิญกับการวิ่งในช่วงอากาศร้อนอย่างประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
การป้องกันสามารถทำได้โดย
1. การกินน้ำก่อนการแข่งขันและระหว่างการแข่งขันอย่างเพียงพอ
2. ใส่ใจสัญญาณเตือนการเสี่ยงการเกิดฮีทสโตรค "รู้สึกร่างกายร้อนขึ้น แต่ไม่มีเหงื่อออก"
3.วิ่งช้าลงเมื่อรู้สึกว่าอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
4.ผู้จัดการแข่งขัน ควรเตรียมฟองน้ำและน้ำ เพื่อให้นักวิ่งใช้บีบน้ำราดตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งผมเห็นบ่อยในการวิ่งเทรล หรืออัลตร้าเทรล แต่การแข่งขันวิ่งมาราธอนที่นักวิ่งต้องพบกับความร้อนระอุของถนนช่วงสายๆ ก็ควรจัดมีให้นักวิ่งเช่นกัน
คำแนะนำสำหรับการฝึกวิ่งในช่วงอากาศร้อน
1. ควรหลีกเลี่ยงการวิ่งช่วงกลางวัน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงครึ่งแรดควรวิ่งช้าๆ ถ้ารู้สึกโอเคจึงค่อยเพิ่มความเร็วจนจบระยะทาง
2. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศที่ดี ร่วมกับการใช้หมวก และsunscreenที่มีSPF 30+
3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยดื่มก่อนออกกำลังกาย และขณะวิ่งควรกินน้ำอย่างต่ำทุก 20นาที ในปริมาณที่สามารถดื่มได้
4. ให้ร่างกายปรับตัว ถ้าต้องวิ่งในช่วงอากาศร้อนต่อเนื่อง ควรให้ร่างกายปรับตัวสัก 1- 2สัปดาห์ โดยเริ่มต้นจากการวิ่งระยะสั้น ไม่หนักมาก แล้วค่อยๆเพิ่มระยะทางและความหนัก เพื่อให้ร่างกายปรับตัวในการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย การสร้างเหงื่อ รวมทั้งนักวิ่งปรับตัวในเรื่องการกินน้ำให้เหมาะสมเพียงพอ
5. เลือกเส้นทางที่มีร่มเงา และมีลมระบายอากาศเพียงพอ
6. เมื่อรู้สึกว่าอุณภูมิร่างกายสูงขึ้น ให้ลดความเร็วการวิ่งให้ช้าลง
ฮีทสโตรคเป็นอาการที่พบได้บ่อยในนักวิ่งในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทยของเรา โดยเฉพาะจากนี้จะเริ่มเข้าสู่ ฤดูร้อน"มาก" แล้ว ขอให้เพื่นๆนักวิ่งใส่ใจและดูแลสุขภาพกันด้วยน่ะครับ
โฆษณา