Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Dr.Kittikrai K.
•
ติดตาม
5 มิ.ย. 2019 เวลา 16:57 • การศึกษา
ไข้เลือดออก เสียชีวิตเพราะอะไร?
ขณะนี้ไข้เลือดออกเริ่มระบาดอีกครั้งครับ หลังจากผมเขียนบทความธรรมชาติของยุงลาย ที่เป็นพาหะของไข้เลือดออกมาแล้ว คราวนี้มารู้จักอันตรายของไข้เลือดออกกัน
สิ่งที่ผมในฐานะหมอโรคเลือด ( Hematologist) อยากย้ำกับคนไข้และแพทย์น่ะครับ
ไข้เลือดออกคือ ไข้ลง แล้ว เลือดออก
ถ้าไข้ไม่ลงแล้วมีภาวะเลือดออก ให้สงสัยไว้ก่อนว่าไม่ใช่ไข้เลือดออก
ประเด็นนี้สำคัญมากครับ คนไข้ ญาติมักตระหนกตกใจเวลาคนไข้ มีไข้สูง ซึ่งช่วงนั้นไม่อันตราย ก็อาจมีแค่ไข้สูง คลื่นไส้อาเจียน เท่านั้น
อันตรายจะเกิดช่วงไข้ลดลง ช่วงไข้ลดลงนั้นเป็นช่วงที่ เกล็ดเลือดในเลือดจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว และเกิดอาการเลือดออกได้
ผู้ป่วยต้องสังเกตอาการเลือดออกผิดปกติว่า มีหรือไม่ในช่วง 3 วันหลังไข้ลง ในกรณีที่ไม่ได้นอนโรงพยาบาล แต่ถ้านอนโรงพยาบาล แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อดูปริมาณเกล็ดเลือด และอาการทุกวัน
อาการเลือดออกผิดปกติมีอย่างไรบ้าง
1.ที่พบบ่อยคือ จ้ำเลือดตามตัว ถ้ามีอาการแบบนี้ รีบกลับไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจเลือดว่า ระดับเกล็ดเลือดต่ำถึงความเสี่ยงที่ต้องให้เกล็ดเลือดหรือไม่
ถ้าเกล็ดเลือดต่ำกว่า 20,000ตัวต่อcumm ควรต้องรับเกล็ดเลือด
จ้ำเลือดหรือpetechiae
2. ถ้ามีเลือดออกในกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยจะอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ ถ้ามีอาการนี้ ต้องไป รพ.โดยด่วน เป็นกลางคืนไปกลางคืน เป็นวันหยุดไปวันหยุด รอไม่ได้ครับ
ปัญหาที่พบบ่อยคือ คนไข้เข้าใจว่า อาเจียนเป็นเลือด "ต้องเป็นน้ำสีแดง" ซึ่งไม่ใช่น่ะครับ ยกเว้นเลือดออกมาก
แต่ถ้าเลือดออกไม่มาก เลือดออกในกระเพาะ จะ "อาเจียนเป็นสีกาแฟ" ให้นึกถึงสีน้ำก๋วยเตี๋ยวน้ำตกไว้ สีนั้นเลย มันจะแดงออกน้ำตาล
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเลือดที่ออกในกระเพาะอาหารจะทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะกลายเป็นสีดังกล่าว
ในกรณีที่ไม่อาเจียน เลือดที่ขับออกมาทางอุจจาระจะมีสีดำ เหนียวคล้ายยางมะตอยและมีกลิ่นคาวมาก ไม่ใช่เป็นเลือดสดแดงๆนะครับ
อุจจาะดำจากเลือดออกในกระเพาะอาหาร
ภาวะเลือดออก แก้ไขได้เพียงให้เกล็ดเลือดบริจาคมาชดเชย เพื่อให้ระดับเกล็ดเลือดสูงเพียงพอที่จะลดอาการ และหยุดภาวะเลือดออก
แต่ปัญหาคือ เกล็ดเลือดจาการบริจาคจะมีวันต่อวัน เก็บstockได้เพียง 3 วัน เท่านั้น
ใน กทม. ที่เราได้เกล็ดเลือดจากกาชาด เมื่อ รพ.ทำการขอเกล็ดเลือดไป ถ้าโชคดีมีเหลือค้างstockก็จะได้วันนั้นเลย แต่90%จะไม่มีเหลือ
ทางกาชาดจะlist รพ.ที่ขอเกล็ดเลือดไว้ รอหน่วยรับบริจาคกลับมา ทำการแยกเกล็ดเลือดทั้งคืน รุ่งเช้าจึงให้แต่ละ รพ ที่ขอไว้มารับ ดังนั้นต้องคาดไว้ก่อนว่า ขอเกล็ดเลือดวันนี้ ของจะได้วันรุ่งขึ้น
ดังนั้นถ้าคนไข้มาช้า กระบวนการต่างๆจะยิ่งช้า ซึ่งอาจทำให้โรคชนะเรา คนไข้เกิดภาะวะเลือดออกมากจนเกิดอันตรายแก่ชีวิตได้
อาการอันตรายที่สองคือ ภาวะช้อคจากไข้เลือดออก Dengue Shock Syndrome: DSS)
อาการช้อคหรือความดันเลือดต่ำนี้ ก็จะเกิดในช่วง 3วันหลังไข้ลงเช่นกัน ผู้ป่วยจะมีอาการซึม หน้ามืด จะเป็นลม หรือหมดสติ ซึ่งเมื่อมีอาการที่กล่าวมา ต้องรีบนำผู้ป่วยพบแพทย์โดยด่วน
ส่วนภาวะที่สาม อาจารย์ผมเรียกว่า "จมน้ำบนบก"
ตรงนี้ขอให้แพทย์อ่านครับ⭐⭐⭐
ไข้เลือดออกจะมีลักษณะที่แตกต่างจากการติดเชื้อไข้ไวรัสทั่วๆไป ในช่วงไข้ขึ้นสูงๆ เส้นเลือดจะมีปัญหา vascular permiabilityไม่ดี มีการหลุดลอดของน้ำในหลอดเลือดออกสู่เนื้อเยื่อ แล้วช่วงไข้ลงภาวะน้ำที่หลุดลอดไปนั้น จะย้อนกลับเข้าสู่หลอดเลือด เรียกว่า volume redistribution
ปัญหามันตรงนี้ครับ ช่วงที่คนไข้มีไข้สูง กินอาหารไม่ได้ แล้วได้นอนโรงพยาบาล แพทย์จะให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดเสริม จากประสบการณ์การรักษาหลายสิบปี ผมแนะนำว่า
ถ้าคนไข้ "ไม่อาเจียน" แต่กินอาหารได้ลดลง ให้น้ำเกลือในอัตรา 60-80 ml/hr พอ
แต่ถ้ามีคลื่นไส้อาเจียนมาก มีภาวะขาดน้ำแต่ความดันเลือดไม่ลดลงมาก ให้น้ำเกลือในอัตรา 100-120ml/hrได้ และควรลดลงเมื่อคนไข้หยุดอาเจียน
ทำไม?
เพราะถ้าคนไข้ได้รับน้ำเกลือมากในช่วงไข้ขึ้น น้ำในหลอดเลือดที่หลุดลอดไปนอกเส้นเลือดก็จะมากตามลำดับ พอช่วงไข้ลดลง น้ำที่หลุดลอดออกไปเริ่มดูดกลับเข้ามาในเส้นเลือด คนไจ้จะเกิดภาวะน้ำเกินได้ บางรายอาจมีภาวะน้ำท่วมปอด
แต่จุดที่เลวร้ายที่สุด คือ ถ้าในช่วงเวลาดังกล่าว คนไข้เกิดภาวะช้อคจากไข้เลือดออก (DSS) ร่วมกับมีปริมาณน้ำในเลือดสูง แพทย์จะตกอยู่ในภาวะdead lockทันที คือจะเติมน้ำเกลือเพื่อแก้ไขความดันเลือดก็ไม่ได้ ก็ต้องพึ่งยากระตุ้นความดันเลือดเพียงอย่างเดียว บางรายช่วยทัน บางรายไม่สามารถกู้ความดันเลือดได้
อาจารย์ผมจึงเรียกภาวะนี้ว่า คนไข้จมน้ำบนบก จะมีโอกาสสูญเสียคนไข้ได้เช่นกัน
1 บันทึก
4
4
1
4
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย