7 มิ.ย. 2019 เวลา 05:16 • ธุรกิจ
“Circular Economy” เศรษฐกิจหมุนเวียน
ทุกวันนี้ โลกกำลังเผชิญปัญหาการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ขยะล้นโลก โดยเฉพาะขยะพลาสติกในท้องทะเล เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไข
เดิมที เศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) หรือที่เรียกกันว่า "Take-Make-Dispose ซึ่งเป็นระบบที่ไม่เกิดการหมุนเวียน โดยเริ่มตั้งแต่การใช้ทรัพยากรที่มี​ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ และท้ายที่สุดผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเมื่อผ่านการใช้งานแล้วก็จะกลายเป็นขยะที่ไม่ได้มีการนำกลับไปใช้ใหม่หรือหมุนวนกลับสู่การผลิตอีก
รูปแบบของระบบการบริหารจัดการแบบนี้จะเป็นการสร้างปริมาณขยะเพิ่มขึ้นและท้ายสุดก็จะเป็นเหตุให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา
ภาพจาก​https://www.scg.com/sustainability/circular-economy/
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
เป็นแนวทางธุรกิจใหม่โดยพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างตลาด ลูกค้า และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ รวมถึงใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ (Disruptive Technologies)
ในการเปลี่ยนระบบผลิตทางตรงจาก
Make > Use > Dispose
ไปสู่ระบบผลิตแบบหมุนเวียน คือ
Make > Use > Return
ภาพจาก​https://www.scg.com/sustainability/circular-economy/
แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้น ถือเป็น “ระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นในการเพิ่มคุณค่าของวัตถุดิบ ทรัพยากรและผลิตภัณฑ์ได้รับการรักษาให้คงไว้ให้นานที่สุดและมีการสร้างของเสียที่ต่ำที่สุด”
ซึ่งตามความหมายนี้ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” จะเป็นระบบที่มีคุณสมบัติที่สามารถพื้นคืนและกลับสู่สภาพเดิมในรูปแบบที่เป็นวัฏจักร(Cycles) และสามารถคงภาคส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายในระบบให้มีคุณภาพและคุณค่าสูงสุด
แม้ว่า “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ดูเหมือนจะเป็นวาทะกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่แนวคิดหลักซึ่งเป็นใจความสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด
โดยแนวคิดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และมีการขับเคลื่อนในหลายรูปแบบ เชื่อว่าเราน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่น หลักการ “3R” ซึ่งในปัจจุบันได้มีการต่อยอดไปจนถึง “5R”แล้ว ก็เป็นหลักการที่มุ่งเน้นการนำวัสดุหรือทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ในวิธีต่างๆ สอดคล้องกับแนวทาง “เศรษฐกิจหมุนเวียน” เช่นกัน
หากเราทำความรู้จัก สร้างความเข้าใจและเข้าถึงหลักการดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง จะเห็นว่าระบบเศรษฐกิจนี้สามารถที่จะเปลี่ยนโลกธุรกิจและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีพลังมหาศาล
หากเราพิจารณา “พลาสติก” ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเราโดยส่วนใหญ่นั้น จะเป็น พลาสติกประเภท “เทอร์โมพลาสติก(Thermoplastics)” ซึ่งพลาสติกประเภทนี้ เมื่อผ่านการใช้งานแล้วสามารถนำไปให้ความร้อน และสามารถนำกลับไปผสมกับเม็ดพลาสติกใหม่ (Virgin Plastic Resin) เพื่อใช้ขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกอีกครั้งได้ กล่าวคือ สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้นั่นเอง หากแต่ว่า พลาสติกเหล่านั้น เมื่อผ่านการใช้งานแล้วหากไม่ได้มีการคัดแยกประเภทขยะ อย่างถูกวิธี หรือเหมาะสม ทำให้กลายเป็นขยะที่ปนเปื้อนไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้
ด้วยเหตุนี้การขับเคลื่อน “เศรษฐกิจหมุนเวียน” เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันจะต้องนับหนึ่งจากการรณรงค์ ให้ความรู้ในการคัดแยกขยะและวางมาตรการที่เข้มงวดในการคัดแยกขยะตามบ้านเรือนอย่างจริงจัง ก็จะสามารถลดสัดส่วนปริมาณขยะพลาสติกปนเปื้อนที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้
กล่าวคือการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีทำให้เราสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการเกิดขยะปนเปื้อน ไม่เกิดความสับสนในเรื่องของประเภทขยะพลาสติกสำหรับนำกลับไปรีไซเคิล ซึ่งช่วยให้คงคุณสมบัติต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ปลายทางไว้ได้
สุดท้ายเป้าหมายและแนวทางของเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงเป็นการรักษาคุณค่าของทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรใหม่น้อยที่สุด
โดยการสร้างระบบการผลิตใหม่ (Re-process) ผ่านการออกแบบใหม่ (Re-design)
การสร้างคุณค่าใหม่ (Added value)
การสร้างนวัตกรรมใหม่ (Innovation)
การสร้างความร่วมมือ (Collaboration)
เพิ่มขึ้น ทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และการใช้ซ้ำ (Reuse)
ถือเป็นการสร้างคุณค่าที่ดีขึ้นและสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคม รวมถึงธุรกิจอีกด้วย
เรียบเรียงจาก
ศูนย์ข้อมูลและวิจัยตลาดอุตสาหกรรมพลาสติก สถาบันพลาสติก
โฆษณา