Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Gems Story by “น้ำหนึ่งเจมส์”
•
ติดตาม
12 มิ.ย. 2019 เวลา 12:05 • การศึกษา
📌ย้อนรอย Timeline
“กว่าจะมาถึงยุค ทับทิมอาฟ/อัฟ/อัฟริกา" (ตอน1)
พูดถึงพลอยทับทิม (Ruby) ซึ่งเป็นพลอยเนื้อแข็ง สีแดง อยู่ในตระกูลคอรันดัม ผมเชื่อว่าทุกคนย่อมรู้จักกันดี
สำหรับท่านที่เคยเป็นนักสะสมพลอย ถ้าท่านเคยสะสมพลอยตั้งแต่สมัยก่อนปี ค.ศ. 2000 ขึ้นไป ท่านจะมักคุ้นกับการสะสมพลอยทับทิมพม่า ไทย ศรีลังกา เวียดนาม ซึ่งในช่วงนั้นจำกันได้ว่าทับทิมที่สวยๆในสมัยนั้น มีราคาสูงอย่างน่าตกใจ
ย้อนเข้าไปในยุคนั้น ผมยังจำภาพของทับทิมพม่าเมื่อช่วงปี ค.ศ. 2000 (19 ปีที่แล้ว) ได้ว่า
"จากภาพที่ก่อนหน้านั้นหลายปีเคยพบเจอพลอยทับทิมสีแดงสดๆ ก็เหลือเพียงทับทิมสีอ่อนโทนชมพูไปเลย"
"จากภาพของพลอยทับทิมเม็ดใหญ่ๆก็เหลือเพียงเม็ดเล็กๆ ต่ำกว่า 2 กะรัต"
"จากภาพของพลอยทับทิมที่มีประกายไฟมากพอก็เหลือเพียงทับทิมที่มีผลึกแบนบาง ไม่ค่อยมีประกายเท่าใดนัก"
"จากภาพของพลอยทับทิมเนื้อดีๆ สะอาดๆ ก็เหลือเพียงทับทิมที่มีเนื้อไม่ค่อยสะอาดนัก (และเป็นที่มาของคำว่า "ทับทิมลายไทย")
นี่จึงเป็นช่วงปลายยุคของทับทิมพม่าที่ได้พบเจอและยังพอจำความกันได้ ส่วนทับทิมสยาม หรือทับทิมจันทบุรีนั้น คงแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นยุคพลอยก่อนหน้านั้นอีก การพบเจอเม็ดสวยๆ คงยิ่งเป็นเรื่องยาก เว้นแต่จะมีการปล่อยพลอยก้อนเก่าๆกันออกมาบ้าง
ย้อนเข้ามาช่วงราวปี ค.ศ. 2003 ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งที่มีการขุดพบเจอสายแร่พลอยทับทิมจำนวนมากที่อัฟริกา (ซึ่งก่อนหน้าก็เคยเจอที่ประเทศมาดากัสการ์มาก่อน แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าใด เพราะสีสันสู้ทางทับทิมพม่าไม่ได้) แต่คราวนี้ประเทศที่ขุดเจอเยอะจนโด่งดังเลยทีเดียว คือ
“พลอยทับทิมที่มาจากประเทศโมซัมบิก” ซึ่งต่อไปนี้ผมขอเรียกเป็นชื่อ “ทับทิมอาฟ”
เหตุที่พลอยทับทิมอาฟ บ่อพลอยนี้เป็นที่โด่งดัง ก็เนื่องมาจาก
1. สีสัน ผิวพรรณ ของพลอยทับทิมอาฟ มีสีแดงสด ซึ่งไม่เป็นรองทับทิมพม่าแต่อย่างใด
2. ผลึกของพลอยทับทิมก้อน ยังค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะความที่เหมืองพลอยยังใหม่สดอยู่ ผลึกของก้อนพลอยยังคงมีความหนาของเนื้อพอที่จะเจียระไนเร่งประกายได้เต็มที่
3. ปริมาณพลอยที่ขุดเจอมีเยอะจริงๆ เจอทุกขนาด เม็ดใหญ่ๆ เขื่องๆก็มีมาก
แต่ก็พบปัญหาของพลอยทับทิมอาฟ ซึ่งพบว่าพลอยส่วนใหญ่ มีเนื้อพลอยที่มีมลทิน หรือตำหนิธรรมชาติภายใน ที่ค่อนข้างมาก และเยอะเกินไป
หลายๆเม็ดมีตำหนิประเภทจุดดำ(Black Crystal) อยู่ภายใน, ตำหนิประเภทหมอกควันในเนื้อ (หรือที่คนเผาพลอยมักเรียก พลอยมีหม่า หรือพลอมซึม) และยิ่งไปกว่านั้นในหลายๆเม็ดยังเจอตำหนิแตกจากภายในเนื้อ ถึงบนผิวหน้าพลอยเลยก็มี (ดังในรูป)
เครดิตภาพ: สถาบันวิจัยอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT)
แม้สุดท้ายจะได้ลองพยายามนำไปเผาหรือหุงพลอยแบบเก่าโบราณ (เผาเก่า) ซึ่งก็ช่วยเรื่องปรับปรุงคุณภาพสีให้ดีขึ้นได้ก็ตาม
.
แต่ปัญหาตำหนิธรรมชาติภายในที่มีมากก็ยังคงมี และรบกวนสายตาทุกครั้งที่ได้ดู
หลายๆคนพยายามนำมาเจียระไนกลิ้งเป็นพลอยหลังเบี้ย หรือพลอยหลังเต่า เพื่อลดตำหนิที่มีมากเกินไป ให้มองดูน้อยลงก็ตาม คือเรียกว่ากลิ้งเอาเห็นสีสวยๆก็พอ แต่พลอยที่ออกมาก็ยังมีคุณภาพที่ยังไม่เหมาะสำหรับการนำมาทำเครื่องประดับ
ดังนั้นการคิดค้น พัฒนา การเผารูปแบบใหม่จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง…
(ติดตามเรื่องราวในตอน2 อีกครั้ง)
โพสต์หน้าเราจะมาเล่าเรื่องราว "พลอยอาฟ" ในมุมที่คุณไม่รู้กันต่อครับ....
(ปล. โพสต์นี้ตั้งใจจะเรียบเรียง และเล่าให้ฟังกันผ่านจากประสบการณ์คนทำพลอยโดยตรง แบบชนิดอัพเดททันเหตุการณ์กับปัจจุบันกัน)
📌อย่าลืม! กดติดตามเพจครับ เพราะผมจะนำเรื่องราว ประสบการณ์ดีๆในวงดารพลอยมาเล่าให้ฟังกันต่อ
ขอบคุณที่ติดตามเพจครับ
"น้ำหนึ่งเจมส์"
(เซ็นทรัลพระราม2, ชั้น 2, ติดราวบันไดเลื่อน ตรงข้ามร้าน Matsumoto Kiyoshi)
ช่องทางติดต่อ
✅OFFICIAL LINE: @nngjewelry
https://line.me/R/ti/p/%40nngjewelry
✅Facebook: @nngjewelry
https://www.facebook.com/nngjewelry
✅Instagram : @nngjewelry
https://www.instagram.com/nngjewelry
===================
12/06/2562
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย