22 มิ.ย. 2019 เวลา 03:48 • การศึกษา
ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching) คำเตือนของโลกถึงวิกฤตการณ์ที่มนุษย์กำลังเผชิญ...
เกริ่นกันก่อนสักนิด ว่าที่เเอดมินหายไปหลายวันก็เพราะไปติดนิยายเรื่องหนึ่งเข้าอย่างจัง(ใครที่ติดตามเเอดมินมาก็จะพอรู้ว่า เเอดเป็นคนที่ติดซีรีย์ นิยาย เมะ เเบบบ้าครั่งมากกก) ซึ่งเรื่องมันก็เกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน นั่นก็เลยเป็นเหตุให้เเอดมินอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เลยไปหาข้อมูลมา ซึ่งพบว่าปัญหาที่เห็นได้ชัดเจนปัญหาหนึ่งเลยก็คือ ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching) นี่เเหละครับ เลยอยากหาข้อมูลเเบบว่า มาเล่าสู่กันฟังเเบบพอเข้าใจ เเละตระหนักถึงปัญหานี้ก็พอละครับ
เเนวปะการังทั่วโลก
หากกล่าวถึง ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching) หลายคนก็คงนึกถึงภาพปะการังที่มีลักษณะสีที่ขาวโพลนไปทั้งกอ ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง เเต่รู้หรือไม่ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น...? นั่นก็เพราะว่า...สาหร่ายเซลล์เดียวที่มีชื่อว่า ซูแซนเทลลี (Zooxanthellae) นั่นถูกขับไล่ที่ให้ออกจากปะการังไป (ใจร้ายสุดๆ)
ซูแซนเทลลี (Zooxanthellae)
เเต่เพื่อจะไม่ทำเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นดราม่า อันน่าสลดใจ เราคงต้องกล่าวถึงสาเหตุว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น...เริ่มด้วยความสัมพันธ์เเบบเเนบชิดระหว่าง ปะการังกับเจ้าสาหร่ายซูแซนเทลลี ซึ่งมีความสัมพันธ์เเบบพึ่งพาอาศัยกัน โดยปะการังให้ที่ซุกหัวนอนเเละเเหล่งวัตถุดิบสำคัญกับ
ซูแซนเทลลี เเละซูแซนเทลลี ก็สร้างอาหารจากการสังเคราะห์ด้วยเเสงเเก่ปะการัง...โดยปะการังได้รับสารอาหารเเละพลังงานกว่า 80% จากเจ้าสาหร่ายเลยทีเดียวครับ...นอกจากนี้ซูแซนเทลลี ยังมอบสีสันอันสวยงามหลากหลายสี เเก่ปะการังอีกด้วย
หากเรื่องราวมันมีเเต่ความสุขระหว่าง นางเอกกับพระเอกอย่างปะการังกับสาหร่ายซูแซนเทลลี เเล้ว เรื่องมันก็จบไปเเบบ happy ending เเต่ว่าก็มีก้างขวางคออย่างภาวะโลกร้อน เเละมลพิษทางท้องทะเล ทำให้ทั้งคู่ต้องเเยกจากกัน เรามาดูกันชัดๆกันดีกว่าว่าตัวเจ้าในเรื่องมีอะไรบ้าง...
1. ปัญหาน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น
ปะการังสามารดำรงชีวิตอยู่ได้ ในอุณหภูมิน้ำทะเลที่ 20-30 องศา หากมากไปกว่านี้ เพียง1-2 องศา เป็นเวลาติดต่อกันนานประมาณ 3-4 สัปดาห์ ปะการังจะขับสาหร่ายซูแซนเทลลี ออกเพื่อความอยู่รอด ซึ่งทำให้สีสันเเปลกๆ หายไปเหลือเพียงเนื้อเยื้อสีขาวจากเเคลเซียมคาบอเนทให้เห็นเท่านั้น ซึ่งหากเป็นระยะเวลาสั้นๆเเล้ว
อุณหภูมิกลับเป็นปกติ สาหร่ายซูแซนเทลลีก็จะกลับมา เเต่หากนานเกิน 2-3เดือน ปะการังก็อาจตายได้เลยล่ะครับ
2. มลพิษทางน้ำ
อาจเป็นสารเคมีจากการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ หรืออาจเป็นตะกอนจากเเม่น้ำก็ได้ ซึ่งปะการังส่วนใหญ่จะไม่อยู่ในปากเเม้น้ำ เพราะตะกอนจากเเม่น้ำจะเข้าบดบัง เเสงอาทิตย์ทำให้สาหร่ายไม่สามารถสร้างอาหารได้ เป็นผลทำให้สาหร่ายซูแซนเทลลี หนีไปจากปะการังนั่นเอง
นอกจากนี้เเล้วการไม่อยู่ใหล้ปากเเม่น้ำก็เพราะ หลีกหนีมลพิษจากสารเคมี จากการเกษตร รวมถึงอุตสาหกรรมอีกด้วย
3. ปัญหาด้านน้ำทะเลเจือจาง
ก็เป็นผลจากการอยู่ใกล้ปากเเม่น้ำเช่นกัน ทำให้ระดับความเค็มของน้ำทะเลที่เหมาะเเก่การดำรงชีวิตของปะการังเเละสาหร่ายเจือจางไป...
ซึ่งสถาณะการของปะการังฟอกขาวในปัจจุบัน ค่อนข้างรุนเเรงเข้าขั้นวิกฤตเลยละครับ จากกราฟด้านล่าง เเสดงการครอบคลุมของปะการัง ในทะเลฝั่งอันดามันของไทย ก่อนเเละหลังเกิดการฟอกขาวขึ้น เเสดงให้เห็นว่าจำนวนปะการังที่มีอยู่ลดลงไปเพียงใด...
สีเขียวเเสดงพื้นที่ที่มีปะการังอยู่ก่อนฟอกขาว...
สีเเดงเเสดงพื้นที่ที่มีปะการังอยู่หลังฟอกขาว...
ซึ่งเเสดงให้เห็นอีกว่า จำนวนปะการังลดลงจนน่าตกใจเลยครับ...
great barrier reef
นอกจากที่ไทยเเล้วในพื้นที่เเนวปะการังสำคัญๆของโลกก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน อย่าง เเนวปะการัง great barrier reef ก็กำลังปะสบกับปัญหานี้อย่างหนัก จนทางการออสเตรเลีย ต้องออกมาทุ่มงบประมาณ12,000ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเเนวปะการังให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
ซึ่งก่อนหน้ามีความอุดมสมบูรณ์มาก ถือเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เเละนักชีววิทยาที่สนใจเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของสัตว์ในท้องทะเล
ผลการรายงานจากการฟื้นฟูพบว่า สามารถช่วยฟื้นฟูได้ขึ้นมาบางส่วน จากเเผนภาพเเสดงจากการฟอกขาวในปี 2016 กับ 2017
ถือเป็นอีกผลสำเร็จที่คุ้มค่า เเต่จากข่าวสดในวันที่ 20 เมษายน 2561 รายงานจาก AFP ว่าคลื่นความร้อนที่เเผ่ในออสเตรเลียนานกว่า 9เดือนที่ผ่านมาทำให้ ประการังที่อยู่ในขั้นวิกฤตอยู่เเล้ว ไม่สามารถฟื้นคืนกลับมามีชีวิตได้อีกกว่า 30% ของเเนวปะการังทั้งหมด ในระยะทาง 2,300กิโลเมตร
ซึ่งผลกระทบที่ตามมา เเม้เเต่คนที่อยู่บนภูเขาก็ได้รับผลด้วยนั้นก็คือ วิกฤตด้านภาวะโลกร้อนกำลังมาเยือนเเล้ว ปะการังฟอกขาวเป็นปราการที่อ่อนไหวสามารถบอกความรุนเเรงของสภาวะโลกร้อนได้ชัดเจน ซึ่งจากปัญหานี้ส่งผลให้จำนวนปลาที่อาศัยเเนวปะการังในการดำรงชีวิตต้องพบวิกฤต บางชนิดลดจำนวนลงอย่างน่าตกใจ ถึงอาจสูญพันธุ์ได้...
นั่นหมายถึงการเปลี่ยนเเปลงวิถีชีวิตของสิ่งมีชีวิตในเเนวปะการัง อาจมีการอพยพ ทำให้จำนวนอาหารทางทะเลลดลงส่งผล ต่อชาวประมงในท้องที่ อีกทั้งหากมองในมุมของเศรษฐกิจเเล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด...
ที่สำคัญทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนเเปลงไปส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ของทุกคน หน้าหนาวก็ร้อน หน้าร้อนก็ร้อนขึ้นไปอีก(เฮ้อ...! เเอบถอนหายใจ)
เเต่นั่นทุกคนจึงเป็นตัวเเปรสำคัญในการช่วยโลกในครั้งนี้ เพราะเราสามารถช่วยกันได้เช่น เดินไปในที่ใกล้เเทน การใช้รถ อาจเปลี่ยนเป็นจักรยาน (นั่นก็พูดง่ายอะเนอะ... ก็ประเทศเราไม่ได้ออกเเบบมาให้ขับจักรยานสักกะหน่อย "เเอบหงุดหงิดเล็กๆ") เเยกขยะก่อนเผา ลดใช้ถุงพลาสติก ปลูกต้นไม้ ไม่เผาป่า ต่างๆนานาๆที่พวกเราสามารถช่วยกันได้ ช่วยกันคนละนิด เเล้วพลังนั้นจะส่งผลกับโลกนี้อย่างมากเลย...#ไม่ได้โลกสวยเเต่จริงจังนะ
หากชอบเเละคิดเห็นว่าเป็นประโยชน์เเก่ผู้คน สามารถเเชร์ได้นะครับ เเละขอบคุณอย่างยิ่งหากจะติดตามเป็นกำลังใจให้กับเเอดมิน...เเละขอบคุณมากเลยนะครับที่เข้ามาอ่านถึงบรรทัดสุดท้ายนี้
หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ....
อ้างอิงข้อมูลเเละภาพประกอบจาก
-บทความ ปะการังฟอกสีเพราะโลกร้อน วิชาการ.คอม
-บทความสาเหตุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวปะการัง โดยนิพนธ์ พงศ์สุวรรณ นักวิชาการประมง
-NSTDA.or.th
-National Ocean Service. What is coral bleaching
-THE STANDARD

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา