1 ก.ค. 2019 เวลา 05:38 • สุขภาพ
คอเลสเตอรอล คืออะไร ? / โดย ลงทุนเกิร์ล
“คอเลสเตอรอล”
หลายคนคงเคยได้ยินกับคำนี้กันมาพอสมควร
และพอจะรู้มาบ้างว่า หากร่างกายของเรามีเจ้าสิ่งนี้สูงมากๆ
ท้ายที่สุดอาจทำให้เกิดโรคหัวใจได้
หลายคนรู้ว่าการรับประทานอาหารที่มีไขมันเยอะ แล้วไม่ออกกำลังกาย
ก็เป็นสาเหตุของโรคหัวใจเช่นเดียวกัน
แต่กลับเลือกที่จะไม่สนหัวใจ และกินทุกอย่างที่ขวางหน้า
จนเมื่อต้องมาตรวจเลือดประจำปีแล้วพบว่า..
“คอเลสเตอรอล”มีค่าสูงเกินไป !
จริงๆ แล้ว คอเลสเตอรอล ก็คือ กลุ่มไขมันที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเรา
และมีความจำเป็นต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย
เมื่ออยู่ในกระแสเลือด คอเลสเตอรอลจะจับอยู่กับโปรตีน เรียกว่า ไลโพโปรตีน
ซึ่งแบ่งเป็นชนิดที่มีความหนาแน่นต่ำ หรือ “LDL”
ที่ชอบเกาะตัวอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดง
ส่งผลให้ความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดเสียไป และเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันตามมา
“LDL” จึงจัดเป็นคอเลสเตอรอล “ตัวร้าย”
ในทางตรงกันข้าม “HDL” จัดเป็นคอเลสเตอรอล “ชนิดดี”
เพราะ “HDL” คือไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูง
จะช่วยนำคอเลสเตอรอลส่วนเกินกลับไปยังตับ
ตับเป็นผู้สร้างคอเลสเตอรอลทุกชนิดที่ร่างกายต้องการ
แต่อาหารที่เรากินเข้าไปเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลส่วนเกิน
อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง คืออาหารที่มีไขมันอิ่มตัวในปริมาณมาก เช่น ตับ ไข่แดง ชีส เนย
เนื้อสัตว์ (เป็ด, เนื้อวัว, อาหารทะเลจำพวกหอย) และอาหารที่ใช้น้ำมันจากสัตว์
เมื่อมีระดับคอเลสเตอรอลสูงเกินไป โดยเฉพาะเจ้า LDL
จะเกิดภาวะไขมันสะสมที่ผนังของหลอดเลือดแดง
ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก
หัวใจจึงต้องบีบตัวแรงมากขึ้น เพื่อเป็นแรงส่งให้เลือดไหลไปเลี้ยงทั่วร่างกาย
เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ทำให้การเต้นของหัวใจมีปัญหา
และอาจหัวใจวายได้ในที่สุด
การตรวจเลือดวัดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดนั้น
เพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้อง ควรมีการอดอาหารตลอดคืนก่อนการตรวจ (ประมาณ 8 ชั่วโมง)
โดยค่าที่แสดงว่ามีระดับคอเลสเตอรอลโดยรวม (TC) สูงคือมากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
โดยมีค่าระดับ LDL มากกว่า 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
และมีค่าระดับ HDL น้อยกว่า 35 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
1
หากมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงเกินไป
การรักษาขั้นแรกคือการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน
หากยังไม่ได้ผลภายในระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน อาจจำเป็นต้องใช้การรักษาด้วยยา
ซึ่งการปรับเปลี่ยนกิจวัตรลำดับแรกก็คือ “การควบคุมอาหาร” นั่นเอง
ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง หรือใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวเป็นส่วนใหญ่
เช่น น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม
 
แล้วหันมาใช้น้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวแทน
จำพวกน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน และน้ำมันคาโนลา
การกินอาหารที่มีเส้นใยให้มากขึ้น เช่น ผัก ผลไม้ บรอกโคลี และธัญพืชก็เป็นทางเลือกที่ดีในการลดอาหารที่มีไขมันสูง
การออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอวันละ 30 นาทีทุกวัน หรืออย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
รวมถึงการจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มระดับของ HDL
และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมได้เป็นอย่างดี
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
คงถึงเวลาแล้วที่จะเลิกตามปาก
แล้วหันมาตาม “หัวใจ” ให้มากขึ้น..
Reference : ภาควิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โฆษณา