27 มิ.ย. 2019 เวลา 05:14 • ธุรกิจ
เราจ่ายให้กับความไม่รู้แพงกว่าความรู้เสมอ
2
ครั้งแรกที่ผมเข้ามาลงทุน ตอนนั้น ผมอายุ 22 (ประมาณ 8 ปีที่แล้ว) ผมเรียนมาตลอดชีวิต รู้สึกเบื่อกับคำว่าเรียนมากกกก
เพราะ เราเห็นว่าการประสบความสำเร็จในชีวิต มันไม่ได้ขึ้นกับการเรียนให้สูงๆ เท่านั้น แต่มันต้องมีทักษะชีวิตอย่างอื่นให้ครบเครื่องด้วย ก็เลย รู้สึกว่า “ประสบการณ์” สำคัญกว่าความรู้ และการได้ประสบการณ์มันก็จะได้ความรู้ที่เอาไปใช้ได้จริงไปในตัวด้วย ไม่ใช่ความรู้ที่เรารับ แต่ไม่เคยลงมือทำอะไรเลย ก็เลยรู้สึกว่า พอละกับการมานั่งๆเรียน
อย่ากระนั้นเลย หลังจากเก็บเงินได้ก้อนนึงจากการทำธุรกิจระหว่างเรียน (เรียนราม เลยไม่ต้องเข้าเรียน) ก็เข้าไปลุยกับมันเลย อยากได้ความรู้จริงๆ ก็ต้องเข้าไปลุยกับของจริง... หลังจากนั้น 3 เดือนรู้เรื่องครับ... ได้การเสียเงินแบบ งงๆ ...
ได้รู้ว่าทำแบบไหนแล้ว เสียเงิน แต่ไม่สามารถจับหลักอะไรได้เลย
หลังจากนั้นผมเลยเริ่มมาศึกษาจริงๆจังๆ จากทุกแหล่งที่หาได้
เลยเริ่มเปลี่ยนความคิดจากตอนแรกว่า ทำไมลงทุนต้องมีอาจารย์อีก ขี้เกียจเรียน คิดว่า ตลาดเป็นอาจารย์ของเรา
มันก็ไม่ผิดนะ แต่การมีอาจารย์ ทำให้เราได้แนวทาง และประหยัดเวลาในการเป็นนักลงทุนไปมาก บางสิ่งบางอย่างที่ต้องเรียน 5 – 10 ปี ก็ถูกย่อให้เหลือ 1 – 2 ปี เท่านั้น พอมีหลัก แล้วไปลงสนามจริง ก็เห็นภาพและเข้าใจว่า อะไรควรทำ ไม่ควรทำ ทำได้หรือทำไม่ได้ และที่สำคัญ มันทำให้เราไม่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงเกินจริง
อย่างเวลาที่มีใครมาขอคำแนะนำผม ผมจะบอกว่า คุณลองลงเงินหลักแสนไปก่อนว่ามัน Work มั้ย ถ้าคุณฝีมือยังไม่นิ่ง ลง แสน หรือลง ล้านก็ไม่ Work เช่นกัน ทำให้นิ่งก่อนโดยจ่ายค่าเทอมในตลาดจริงให้น้อยที่สุด... ทำไมหละ
เพราะคุณใช้เงิน 1 แสน กับ เงิน 1 ล้าน ความรู้ประสบการณ์ที่ได้มันก็อันเดียวกัน ทำให้ต้องไป เสียค่าโง่แพงๆด้วยหละ
อย่างเดียวที่อาจจะต่างกันบ้างคือ “แรงกดดันทางการเงิน” แต่กระนั้น ถ้าคุณมีกระสุนแค่ล้านเดียว คุณเล่นทุ่มหมด ก็ ตายสิครับ รู้ทุกอย่างแต่ไม่มีเงินลงทุนต่อ มันใช่เหรอ...
ผมยังเสียดายทุกวันนี้เลย ว่าไม่น่าลงเงินก้อนแรกเยอะขนาดนั้นเลย (ประมาณ ล้านกว่าๆ แล้วขาดทุนไปเกิน 50% ในเวลา 3 เดือน) ถ้าไม่ต้องเสียค่าโง่ตรงนั้น ตอนนี้ น่าจะรวยกกว่านี้ อีกเท่านึง...
สมมุติง่ายๆนะว่า คุณใช้เวลา 5 ปี เปลี่ยนหลักขึ้นมา
ถ้าเริ่มจาก 300,000 ผ่านไป 5 ปี คุณจะมีเงิน 3,000,000
ถ้าเริ่มจาก 500,000 ผ่านไป 5 ปี คุณจะมีเงิน 5,000,000
ประเด็นคือ... ถ้าตอนแรกคุณมีเงิน 1,000,000 บาท
ถ้าลงทุนดีๆ จาก 1,000,000 ผ่านไป 5 ปีก็จะมีเงิน 10,000,000
แต่เพราะต้องไปเสียค่าโง่ เงิน 1,000,000 เลยเหลือ 400,000 บาท แล้วคุณจึงรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ
จาก 400,000 ผ่านไป 5 ปี คุณก็มีเงิน 4,000,000
มองเผินๆ คือ ลงทุนมา 5 ปี เงินเพิ่มขึ้น 3 ล้าน...
แต่ มองในอีกงแง่ มันคือ ค่าเสียโอกาส อีก 6 ล้าน... เพราะแทนที่คุณจะได้ 10 ล้าน มันเหลือ 4 ล้าน เพราะ เอาไปเสียค่าโง่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ กันหมด
มันช่วยลดค่าโง่ลงไปได้ แรกมองว่า จ่ายค่าเรียนหลักพันหลักหมื่นรู้สึกว่าแพงจัง
แต่มานั่งๆคิดดู ค่าเทอมในชีวิต ค่าเรียนพิเศษอย่างอื่น รวมถึงเรียน มหาลัย ก็หมดไป หลักแสนอยู่นะ แต่เราก็รู้สึกว่า ถ้าเรานำองค์ความรู้เหล่านั้นมาหาประสบการณ์ แล้วเอา ประสบการณ์มาหาเงินมันก็คุ้มค่าเรียนแหละ
ลองนึกกลับกันว่า ถ้าคุณไม่ได้เรียนหนังสือ แล้ว จบ ป.4 ในสมัยนี้ มันจะเสียโอกาสในการหาเงินไปเท่าไหร่
ค่าเรียน อาจจะหลักแสน แต่ค่าเสียโอกาส อาจจะเป็น 10 ล้าน...
ในการลงทุนอาจจะหนักกว่า
ค่าเรียน อาจจะ หลักหมื่น หรือ หลักแสน
แต่ข้าไม่เรียนแล้วลงไปลุยเลย อาจจะโดนเป็นล้าน หรือเป็นสิบล้าน....
มีหลายคน เหมือนกันที่มาปรึกษาผมบอกว่า ขาดทุนไป หลายแสน เพราะ ดูแต่ข่าว แล้วไม่เคยศึกษาจริงจัง เล่นตามความรู้สึกว่า ขึ้นมาเยอะแล้ว หรือลงมาเยอะแล้ว ซ้ำร้าย บางคน บอกว่า คงต้องไปเก็บเงินมาใหม่
บางที ผมอยู่ใน position ตรงนี้ มันก็พูดลำบาก แต่ตัวผมเองก็เริ่มจากการไปแสวงหาความรู้จาก คนอื่นเช่นเดียวกัน
ถึงมันจะแพง แต่ก็ถูกกว่าไปโดนในตลาด แน่นอนครับ
สมมุติว่า แย่สุดๆ คือไม่กำไร แต่ก็ไม่โดนล้างพอร์ตแน่นอน ไม่ว่าจะกรณีไหนก็ ประหยัดค่าโง่ไปได้มหาศาล กว่าค่าเรียนที่จ่ายไป
หลายคนก็เลิกไปทั้งๆที่ ยังไม่ได้รู้จักมันจริงๆก็มี สุดท้ายก็จะได้ความรู้สึกที่ว่า หุ้น กับ TFEX เป็นการพนัน ไม่ควรไปยุ่ง
โลกทุกวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก จะมีซักกี่อาชีพ ที่ทำได้เกิน 20 – 30 ปี แต่การลงทุน เมื่อโลกเปลี่ยน เราก็เปลี่ยนกิจการหรือสินทรัพย์ที่ลงทุนได้ทันที ดังนั้น ทักษะนี้ เรียนไปใช้ได้ยาวๆแน่นอน
เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าการเรียนรู้จะแพงสำหรับเรา
แต่การไม่เรียนรู้มักจะแพงกว่าเสมอ
เราจ่ายค่าความรู้อาจจะแพง
แต่เราต้องจ่ายให้กับความไม่รู้แพงกว่า
โฆษณา