มีบัญชีอยู่แล้ว?
Outsmart your Brain เอาชนะสมองและความคิดของคุณด้วยกฎ 5 วินาที!! ของ Mel Robbins
ชีวิตของเราเริ่มต้นมาจากการตัดสินใจเล็ก ๆ น้อย ๆ หลาย ๆ อย่าง ตลอดทั้งวัน ซึ่งเราส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจลุกจากเตียงให้ตรงเวลา การตัดสินใจที่จะไม่กินสิ่งที่ควรกิน การตัดสินใจดูในสิ่งที่ควรดู ทำในสิ่งที่ควรทำในเวลาที่ต้องทำ และการตัดสินใจอะไรหลาย ๆ อย่าง เล็ก ๆ น้อย ๆ ตลอดทั้งชีวิตของเรา
การตัดสินใจเล็ก ๆ น้อย ๆตลอดทั้งวันของคุณนี่แหละที่จะนำพาคุณออกนอกลู่นอกทางไปไกล หรือ นำคุณไปยังฝั่งฝัน จุดมุ่งหมาย หรือความสำเร็จที่คุณต้องการ
คุณเป็น''​ฝ่ายเลือก" คุณเป็นฝ่ายตัดสินใจ ทำมัน ถ้าคุณทำตัวไร้สาระ ไม่ทำตัวเองให้มีประโยชน์ ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย คิดแต่เรื่องลบ ๆ และคุณมองย้อนกลับไปยังชีวิตของคุณ มันทำให้คุณคิดว่า “ชีวิตฉันทำไมถึงได้เป็นแบบนี้?" คุณคงไม่ต้องถามว่ามันเป็นความรับผิดชอบ หรือการตัดสินใจในการใช้ชีวิตของใคร? มันเป็นของคุณ!
คุณ Mel Robbins ได้เล่าให้ฟังใน Ted Talk ของเธอว่า ทุกๆเช้า เธอตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกกลัวมาก ทำไมชีวิตเธอช่างเลวร้าย เธอได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกตอน 6 โมงเช้า เธอลืมตาขึ้นมาอย่างสิ้นหวังเมื่อคิดถึงอนาคตข้างหน้า งานเธอก็ล้มเหลว บ้านเธอก็กำลังถูกยึดพร้อมๆกับเงินในบัญชีที่น้อยลงไปทุกวัน พอเธอคิดแบบนี้ ทุกเช้าของเธอตอนนาฬิกาปลุก เธอก็จะกดปุ่ม snooze เลื่อนนาฬิกาปลุกออกไปเรื่อยๆ
เหตุผลที่เธอไม่ลุกจากเตียง เป็นเหตุผลง่ายๆ เพียงเพราะฉันรู้สึกไม่อยากลุก จนเธอได้เรียนรู้หลังจากนั้นว่าเธอติดอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า behavior pattern เธอกดเลื่อนนาฬิกาตอนเช้าเป็นประจำ มันเลยทำให้พฤติกรรมนี้ถูกฝังลงไปสมอง และเกิดขึ้นซ้ำๆ วน Loop ซ้ำไปซ้ำมา จนเป็น pattern ไปแล้ว
Turning Point ของเธอก็คือ คืนที่เธอกำลังจะปิดทีวีเพื่อไปนอน ทันใดนั้น เธอสะดุดตากับโฆษณาตัวนึง เธอได้ยินเสียงนับถอยหลังยอดฮิต 5-4-3-2-1 ไฟและหมอกควัน ปะทุขึ้นเต็มจอ จรวดถูกปล่อยขึ้นฟ้าไป ฟู่วววววววว!!
เธอจึงอยากปลดความกลัวของเธอเหล่านั้น และพาตัวเองทะยานออกจากความทุกข์ทรมานของเธอนี้ ราวกับจรวดที่พุ่งออกจากพื้นดิน และเธอก็เริ่มคิดได้ว่าความรู้สึกกลัวของเธอนั้นมันโง่เง่าสิ้นดี และแล้วเธอก็ทำสิ่งที่เธอไม่เคยทำได้มาก่อน เธอสามารถเอาชนะเสียงในหัวของตัวเองได้ เธอได้ทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ แทนที่จะกดปุ่ม snoozeเลื่อนนาฬิกาปลุก เธอเริ่มนับถอยหลัง 5 วินาที 5-4-3-2-1 ลุย! และเธอก็เด้งตัวลุกขึ้น!!
ช่วงเวลานั่นแหละที่ทำให้เธอค้นพบ กฎแห่ง 5 วินาที เปลี่ยนชีวิต
ช่วงขณะที่คุณรู้สึกเหนื่อยมาก คุณตัดสินใจจะไม่ไปวิ่ง ลองนับถอยหลัง 5 วินาทีสิ 5-4-3-2-1 ลุย!! คุณก็จะเอาชนะเสียงในหัวและพาตัวเองไปวิ่งได้สำเร็จ!!
ถ้าคุณรู้สึกไม่อยากจัดการกับงานมากมายบนโต๊ะทำงานของคุณ นับถอยหลัง5วินาทีสิ 5-4-3-2-1 ลุย!! แล้วคุณก็จะบังคับตัวเองให้เริ่มทำงานได้!!
กฎ 5 วินาทีถูก Design มาเพื่อให้คุณเอาชนะเสียงในหัวของคุณ มันจะดูดีไหม? ฉันจะดูโง่รึเปล่า? ฉันเก่งไม่พอไหม? คนจะมองยังไง? ฉันไม่เก่งเรื่องนี้? ฉันไม่ชัวร์ว่ามันจะดีหรือเปล่า? วันหลังก็ได้มั้ง? ถ้าพลาดจะเป็นยังไง? โอ้ย ฉันทำไม่ไหวหรอกน่า…..บลา บลา บลา...
มันไม่ผิดที่คุณมีเสียงในหัวพวกนี้! แต่มันจะผิดที่คุณไปเชื่อและดันไปยอมรับมัน!
สมองส่วนหนึ่งทำงานแบบ Autopilot คือทำเองโดยไม่ต้องคิด เช่น แปรงฟัน แต่งตัว ขับรถไปทำงาน อีกส่วนหนึ่งคุณ Robbins เรียกว่า Emergency Brake เมื่อไหร่ก็ตามที่ชีวิตเราออกจากโหมด Autopilot หรือออกจาก Comfort Zone เจ้าตัว Emergency Brake นั้นแหล่ะก็จะทำงานแทบจะทันที ก่อนจะพาเรากลับสู่โหมด Autopilot ตามเดิม
ในช่วงเวลา 5 วินาที คุณสามารถใช้ช่วงเวลานั้นหลุดออกจากโลกของความคิด-ไปสู่การลงมือทำ (ก่อนที่สมองของคุณจะเข้าครอบงำ และทำลายโอกาสในการเปลี่ยนแปลงนิสัยบางอย่างของคุณ) จงจำไว้ว่าสมองของเราถูกกำหนดมาให้หยุดคุณจากการทำสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่สะดวกสบาย ที่ไม่แน่นอน หรือน่ากลัว มันเป็นหน้าที่ของคุณที่จะเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนจากความคิดเหล่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกกอย่างในชีวิตคุณได้นั้น ไปยังการลงมือทำจริง! ในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด ใน 5 วินาที!
เมื่อคุณเข้าใจพลังที่แท้จริงของการตัดสินใจภายใน 5 วินาที คุณจะเข้าใจว่าทุกครั้งคุณ “สามารถเลือกได้ที่จะเปลี่ยนอนาคตของคุณ แทนที่จะปล่อยให้มันเกิดขึ้นเองตามแต่ละสถานการณ์จะพาคุณไป”
ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตคุณจะเปลี่ยน เพราะคุณจะตระหนักรู้และเข้าใจว่าสิ่งที่ขัดขวางคุณไปสู่การลงมือทำภายใน 5 วินาทีนั้น มันคือขยะของความคิดที่มันขวางทางที่จะนำคุณไปสู่การลงมือทำในชีวิตของคุณ
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หน้าที่ของคุณคือ Drive ตัวคุณเอง เพื่อคว้าสิ่งที่คุณต้องการ โดยเริ่มจากการทำกฎง่าย ๆ นี้ 5 4 3 2 1 ลงมือทำ!!