2 ก.ค. 2019 เวลา 05:25 • ไลฟ์สไตล์
นิทานสอนใจ เรื่องขอข้าวเปล่า 1ถ้วย
ค่ำวันหนึ่งเมื่อ20ปีที่เเล้ว มีเด็กคนนึงเหมือนนักศึกษา ท่าทางลังเลอยู่หน้าร้านแห่งนึง และเมื่อเห็นลูกค้าส่วนใหญ่ทานเสร็จ กำลังจะออกจากร้านแล้ว เขาจึงเดินเข้าร้านมาด้วย อาการประหม่า และหวาดกลัว พร้อมกับพูดเสียงสั่นๆ กับเจ้าของร้านว่า
“ขอข้าวเปล่าถ้วยหนึ่งครับ ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มก้มหน้าพูด ไม่กล้าสบตาเจ้าของร้าน
เจ้าของร้านบุฟเฟต์พึ่งเปิดใหม่ เจ้าของเป็นเถ้าแก่หนุ่มสาวคู่หนึ่ง เห็นเด็กไม่เอากับข้าวรู้สึกสะท้อนใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เขาตักข้าวพูนถ้วย ส่งให้กับเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มจ่ายเงินพร้อมกับพูดด้วยเสียงแผ่วๆ ว่า
“ผมขอน้ำแกงราดบนข้าวสักหน่อยได้มั้ยครับ?”
“ตามสบายเลยครับ ไม่คิดเงิน” เถ้าแก่พูดแบบยิ้มๆ
เขากินไปได้ครึ่งถ้วย ก็สั่งอีกถ้วยหนึ่ง
“ไม่อิ่มใช่ไหม? ถ้วยนี้เดี๋ยวผมตักให้มากหน่อย จะได้อิ่มๆไง” เถ้าแก่พูดด้วยความเอาใจใส่
“ไม่ใช่ครับ ผมเอาใส่กล่อง พรุ่งนี้จะเอาไปกินที่มหาลัยครับ”
เมื่อเถ้าแก่ได้ยินอย่างนั้น ก็พอเดาออกว่า เด็กหนุ่มคนนี้คงเป็นเด็กที่มาจากต่างจังหวัด เข้ามาอยู่ในเมืองตัวคนเดียว แล้วฐานะก็คงไม่ค่อยสู้ดีนัก และคงจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ดูก็รู้ว่าเด็กคนนี้ลำบากไม่น้อย
เขาจึงตักโร่วจ้าว(เนื้อเคี่ยวซอสสำหรับราดบนข้าว)ใส่ไว้ที่ใต้กล่องข้าว จากนั้นก็เอาไข่ตุ๋นใส่ไปหนึ่งฟอง แล้วจึงตักข้าวอัดไปเต็มกล่อง มองดูแล้วเหมือนไม่มีอะไรอยู่ในกล่อง นอกจากข้าวเปล่า
เมื่อภรรยาของเขาเห็นดังนั้น ก็เข้าใจสามีว่าอยากช่วยเด็กหนุ่มคนนั้น แต่ไม่เข้าใจว่าทำไม่ตักราดข้าว ทำไมถึงใส่ไว้ใต้ข้าว
สามีกระซิบบอกภรรยาว่า
“เด็กผู้ชายรักศักดิ์ศรี หากเขาเห็นว่าบนข้าวมีโร่วจ้าว เขาอาจจะคิดว่าเราทำทานแก่เขา หากเป็นอย่างนี้รอบหน้าเขาจะไม่กล้ามาอีก ถ้าเขาไปร้านอื่นก็คงได้กินแต่ข้าวเปล่า แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปเรียนหนังสือ?”
1
“คุณเป็นคนดีจริงๆ ช่วยเขายังกลัวเขาอายอีก”
“หากผมไม่ดี คุณจะเเต่งงานกับผมหรอ” เถ้าแก่หยอกเย้าผู้เป็นภรรยา
“ขอบคุณครับ ผมอิ่มแล้ว แล้วเจอกันใหม่ครับ” เด็กหนุ่มพูดจบก็หยิบข้าวกล่องเดินออกจากร้านไป เมื่อเด็กหนุ่มถือข้าวกล่องที่ดูหนักกว่าปกติออกจากร้านไป ก็หันมายิ้มให้เจ้าของร้านทั้งสอง
“สู้ๆนะ พรุ่งนี้พบกันใหม่” เถ้าแก่พูดและโบกมือให้กับเด็กคนนั้น ในคำพูดนั้น เถ้าแก่แฝงด้วยคำชวนให้เด็กหนุ่มคนนั้นมากินข้าวที่นี่ใหม่ พรุ่งนี้เช้า
เด็กหนุ่มน้ำตาคลอ ไม่กล้าหันไปมองเจ้าของร้าน กลัวน้ำตาร่วงให้เขาทั้งสองเห็น
1
จากนั้นเป็นต้นมา นอกจากว่าช่วงปิดเทอม พลบค่ำของทุกวันเด็กหนุ่มจะมากินข้าวที่ร้าน เขาสั่งข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย และข้าวเปล่าหนึ่งกล่องเอากลับบ้าน และใต้กล่องข้าวก็จะมีอาหารแตกต่างออกไปในแต่ละวัน จนเด็กหนุ่มเรียนจบปริญญาตรี
ผ่านมา 20ปีแล้ว ที่ร้านบุฟเฟต์นี้ไม่ได้ต้อนรับลูกค้าคนพิเศษคนนี้อีกเลย อยู่ๆทางการก็ส่งจดหมายมาบอกว่า จะทำการเวนคืนที่ และร้านของเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น สองสามีภรรยาอายุใกล้จะ 50ปี เมื่อรู้ข่าวชีวิตก็กลุ้มใจ ชีวิตข้างหน้าจะเอาไงต่อ เงินทองที่ได้จากทางการก็ไม่เพียงพอกับการจัดซื้อบ้านที่ทำเลดีอย่างนี้ได้อีก แล้วลูกๆก็กำลังเรียนอยู่จะหาค่าเทอมจากไหน? ต่างก็กอดกันร้องไห้ ไม่รู้จะจัดการกับชีวิตอย่างไรดี
1
เช้าวันหนึ่ง มีชายคนหนึ่งแต่งกายภูมิฐาน เข้ามาหาสองสามี ภรรยา
“สวัสดีครับคุณทั้งสอง ผมเป็นรองผู้จัดการบริษัท... ผู้จัดการใหญ่ของเรา ต้องการให้คุณเข้าไปทำร้านอาหารในบริษัทของเรา ที่กำลังจะเปิดใหม่เร็วๆนี้ เรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะตกแต่ง วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ทางเราจะเป็นผู้รับผิดชอบ ขอเพียงคุณจัดหากุ๊กปรุงอาหารและบริหารก็พอ ส่วนกำไรแบ่งครึ่งกับบริษัทเรา”
1
ผู้จัดการของบริษัทเป็นใครกัน? ทำไมเขาถึงได้ดีกับเราอย่างนี้? เราไม่เคยรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่เลยสักคนเดียว? สองสามีภรรยาต่างทำหน้าตางงๆ
“คุณทั้งสองเป็นผู้มีพระคุณกับผู้จัดการใหญ่ของเราครับ ท่านบอกว่า ชอบกินไข่ตุ๋นกับโร่วจ้าวร้านคุณมาก รายละเอียดผมทราบมาพอเท่านี้ เดี๋ยวถ้าท่านไปเจอผู้จัดการคงทราบเอง”
เมื่อเดินทางไปถึงบริษัท สองสามีภรรยาจึงรู้ว่าผู้จัดการบริษัทคือเด็กหนุ่มที่มานั่งกินข้าวเปล่ายามพลบค่ำทุกวันนั่นเอง หลังจากจบไป เขาก็มุมานะ ตั้งใจสร้างเนื้อสร้างตัวจนสามารถเปิดบริษัทแห่งนี้ได้ เขาสำนึกบุญคุณข้าวเปล่าที่สองสามีภรรยานี้ให้เขากิน ตลอดเวลาที่เรียนอยู่มหาลัย หากไม่มีสองสามีภรรยาคอยช่วยเหลือเขา เขาคงลำบาก ไม่สามารถเรียนจบได้
เรื่องราวก่อนเก่าถูกรื้อฟื้นในการสนทนาเคล้าเสียงหัวเราะและน้ำตา เมื่อถึงเวลาที่สองสามีภรรยาจะลากลับ ชายหนุ่มยืนขึ้นโค้งคำนับ พร้อมกับพูดว่า
“สู้ๆนะครับ ต่อไปนี้บริษัทเราต้องพึ่งพาคุณแล้วนะครับ พรุ่งนี้พบกันใหม่ครับ”
อ่านจบแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ
ความรักที่ให้ออกไป ความรักก็จะย้อนคืนมา ความสุขที่ให้ออกไป ความสุขก็จะย้อนคืนมา คิดเผื่อคนอื่นย่อมต้องมีคนคิดถึงเรา
นี่คือเหตุและผล นี่คือกฎเกณฑ์ การแบ่งปันเล็กๆของท่านอาจสามารถส่องแสงสว่างให้เเก่ชีวิตคนมากมาย คนให้ก็มีความสุข คนรับก็มีความสุข
ถ้าชอบบทความดีๆแบบนี้ ก็กดติดตามเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะครับ
ที่มา:prakal.wordpress.com
รู้ไว้ไม่เสียหาย
โฆษณา