Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วิรติ กีรติกานต์ชัย
•
ติดตาม
4 ก.ค. 2019 เวลา 05:06 • การศึกษา
ตอนที่ 2 บทความขนาดยาววววว
ภาพแสดงลำดับการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง Total Solar Eclipse
========
ซารอส 127
========
อุปราคาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวงรอบซารอสที่ 127 ซึ่งวนซ้ำทุก ๆ 18 ปี 11 วัน ประกอบด้วย 82 เหตุการณ์ โดยชุดนี้เริ่มต้นจากสุริยุปราคาบางส่วนในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 1534 (ค.ศ. 991) ชุดซารอสนี้มีสุริยุปราคาเต็มดวงซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 1895 (ค.ศ. 1352) จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2634 (ค.ศ. 2091) และชุดซารอสนี้จบลงในสุริยุปราคาบางส่วน วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2995 (ค.ศ. 2452) คราสเต็มดวงนานที่สุดของซารอสนี้อยู่ในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2075 (ค.ศ. 1532) ที่เวลา 5 นาที 40 วินาที
ภาพสุริยุปราคาเต็มครั้งแรกและครั้งเดียวของปี 2019 ขอบพระคุณสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)
มาชมกันว่าเราสังเกตเห็นอะไรจากภาพสุริยุปราคาเต็มดวงนี้
======================================
1.ปรากฏการณ์แสงโลกหรือ Earth Shine เราเห็นรายละเอียดของดวงจันทร์ที่ถูกเปิดรายละเอียดออกมาด้วยแสงจากดวงอาทิตย์ที่สะท้อนจากผิวจากผิวโลก ปกติแล้วปรากฎการณ์นี้โดยทั่วไปเกิดในช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้ขอบฟ้า สุริยุปราคาทำให้เราเห็นรายละเอียดของดวงจันทร์ได้ แม้ไม่ได้เคลื่อนที่ใกล้ขอบฟ้าเหมือนทุกๆครั้ง
ภาพ HDR ปรากฏการณ์จากสุริยุปราคาเต็มดวง จะสังเกตเห็นพื้นผิวดวงจันทร์อันเกิดจากแสงสะท้อนจากส่วนที่สว่างบนโลกให้เห็นเปิดรายละเอียดของดวงจันทร์
2.Solar Corona คือส่วนของชั้นบรรยากาศด้านนอกสุดของดวงอาทิตย์ โดยปกติแล้วเราไม่สามารถเห็นส่วนของ Corona นี้ได้นอกจากใช้อุปกรณ์พิเศษในการบันทึกภาพหรือช่วงการเกิดสุริยุปราคา Corona มาจากภาษากรีกแปลว่ามงกุฏ Corona นั้นพุ่งอกกทุกทิศทางและแผ่ออกไปหลายล้านกิโลเมตร และมีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณผิวของดวงอาทิตย์นับสิบล้านเท่า ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการพาความร้อนจากสนามแม่เหล็กเข้มข้นของดวงอาทิตย์ จากการศึกษาพบว่า Solar Corona เป็นต้นกำเนิดของพายุสุริยะนั่นเอง
ภาพโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
3. Chromosphere ชั้นหรือพื้นที่ของบรรยากาศบนดวงอาทิตย์ (Solar Atmosphere) อยู่เหนือชั้นโฟโตสเฟียร์ (Photosphere) ชั้นพื้นผิวของ ดวงอาทิตย์และอยู่ต่ำกว่าบริเวณชั้น โคโรน่า (Corona) บริเวณโครโมสเฟียร์นี้ (Chromosphere) มีอุณหภูมิความร้อนท่วมล้นราว 10,000 K คำว่า โครโมสเฟียร์ (Chromosphere) มีความหมาย ว่า Sphere of color (ขอบเขตแห่งสีสรร) แม้เป็นชั้นของบรรยากาศก็สามารถมองเห็นได้
แต่ด้วยแสงสว่างจ้าจัดมากมาจากพื้นผิวชั้นโฟโตสเฟียร์ (Photosphere) อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจะมองเห็นขอบชัดต้องเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นและใกล้หมดสุริยคราส (Solar Eclipse) หรือช่วงสุริยคราสเต็มดวง (Total Solar Eclipse) ซึ่งจะมีขอบสีแดง สำหรับวิธีอื่นการสังเกตเห็นบริเวณโครโมสเฟียร์ (Chromosphere) สามารถใช้กล้องดูดวงอาทิตย์แบบ Hydrogen Alpha จากพื้นโลกเห็นขอบบางๆของชั้นบรรยากาศได้
ภาพโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
4. พวยก๊าซ หรือที่เรียกว่า โพรมิเนนซ์ (Prominence) เป็นเปลวที่พวยพุ่งออกมาจากบรรยากาศชั้นโครโมสเฟียร์และโคโรนาของดวงอาทิตย์ พวยก๊าซเหล่านี้มีความหนาแน่นสูง แต่อุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณข้างเคียง ดังนั้นถ้าเราสังเกตพวยก๊าซเทียบกับพื้นผิวดวงอาทิตย์จะปรากฎเป็นเส้นมืด แต่ถ้าสังเกตพวยก๊าซที่พุ่งออกมาจากบริเวณขอบของดวงอาทิตย์ จะเป็นเปลวสว่าง พวยก๊าซที่พุ่งออกมาจากผิวของดวงอาทิตย์อาจมีความสูงถึง หลายหมื่นกิโลเมตรจากพื้นผิว บางครั้งจะเห็นพวยก๊าซที่พุ่งขึ้นไปสูง แล้ววกกลับลงมาตามแนวเส้นแรงสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ พวยก๊าซที่เกิดบนดวงอาทิตย์นั้น ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ด้วยกัน และในแต่ละประเภท แบ่งออกเป็นอีกหลายลักษณะที่แตกต่างกันไป
ภาพโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ประเภทแรกเป็นพวยก๊าซที่เกิดขึ้นแล้วอยู่ได้นานเป็นเดือน ซึ่งมีอยู่ 4 ลักษณะ คือ
1. Hedgerow
2. Curtain, Flame, Fan
3. Cap, Irregular Arch, Frament
4. Arch, Plaform Arch
ประเภทที่สองเป็นพวยก๊าซที่เกิดจากการลุกจ้า (Solar Flares) มีอายุสั้น มีอยู่ 4 ลักษณะ คือ
1. Eruptive Prominence
2. Surge
3. Spray
4. (Post) flare loop
5. ลูกปัดเบลี (Baily's beads) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ดวงจันทร์เคลื่อนมาบังดวงอาทิตย์เกือบหมด หรือระหว่างที่กำลังบังกันสนิท จะเกิดแสงสว่างบริเวณขอบของดวงจันทร์ คล้ายสร้อยลูกปัด ซึ่งได้ชื่อจากฟรานซิส เบลี นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้อธิบายสาเหตุของปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ว่าเกิดจากแสงของดวงอาทิตย์ที่ยังลอดผ่านช่องเขาที่อยู่ตามบริเวณขอบของดวงจันทร์
ภาพโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการบังกันสนิทและก่อนจะออกจากคราส ซึ่งจะเกิดแสงวาบจากดวงอาทิตย์เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ลักษณะคล้ายแหวน โดยทำให้เห็นโคโรนา มีเพียงสุริยุปราคาเต็มดวงเท่านั้นที่จะทำให้เราสามารถสังเกตเห็นชั้นบรรยากาศโคโรนาของดวงอาทิตย์ได้ พรอมิเนนต์คือพวยก๊าซที่พุ่งออกมาจากผิวของดวงอาทิตย์ชั้นโฟโตสเฟียร์
6. ปรากฎการณ์ประกายวงแหวนเพชร Diamond ring’s effect
มองเห็นเฉพาะช่วงเวลาการเกิดสุริยคราสเต็มดวง (Total Solar Eclipse) หรือช่วงก่อนหน้า-หลัง เมื่อดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เป็นเงามืดดำสนิท ทำให้แสงโผล่ด้านขอบของ ดวงอาทิตย์ (Sun) ประมาณ 10 วินาที โดยเป็นวงรอบผิวดวงจันทร์ สำหรับจุดที่มองเห็นประกายคล้ายประดับเพชร สาเหตุจากบริเวณส่วนนั้นของดวงจันทร์ (Moon) ที่เว้าเข้าไปเพราะเป็นหลุมบ่อไม่เรียบ เสมอบนพื้นทำให้แสงจากดวงอาทิตย์จึงโผล่ผ่านออกมาตามขอบช่องได้
ภาพโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ขอบคุณภาพจาก Astro Sunflower
ถูกใจให้ไลค์ ชอบใจให้แชร์ ขอบพระคุณสำหรับการติดตามครับ
Resource : NARIT / Wiki/Sun flower/Space.com/NASA and etc
บันทึก
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย