Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อาจวรงค์ จันทมาศ
•
ติดตาม
5 ก.ค. 2019 เวลา 13:45 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
คลอโรฟอร์ม ยาสลบของพระราชินีวิกตอเรีย
(เรียบเรียงโดย ดร.เสาวภาคย์ ชุ่มวัฒนะ)
#เคมีวันละนิดจิตแจ่มใส
ราวสองร้อยปีก่อน
ในปี ค.ศ. 1831 นักเคมีจากสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และเยอรมนีต่างสนใจศึกษาการสังเคราะห์สารที่มีชื่อว่า คลอโรฟอร์มซึ่งเป็นของเหลวที่หนักกว่าน้ำและมีกลิ่นที่หอมหวาน
ต่อมาในปี ค.ศ. 1842 นายแพทย์ Robert Glover ชาวอังกฤษพบว่าคลอโรฟอร์มทำให้สุนัขหมดสติได้
แต่ยังไม่ได้ศึกษาไปถึงประโยชน์ทางการแพทย์
แต่หลังจากนั้น 5 ปี จึงมีการใช้คลอโรฟอร์มในทางการแพทย์ โดย James Young Simpson ซึ่งเป็นศาสตราจารย์สูตินรีเวชจากมหาวิทยาลัย Edinburgh ในสกอตแลนด์และยังเป็นแพทย์หลวงประจำพระองค์สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียอีกด้วย
ศาสตราจารย์Simpson ได้ค้นพบประโยชน์ของคลอโรฟอร์มในขณะที่กำลังหาสารมาใช้เป็นยาสลบแทนอีเทอร์ โดยเขาต้องการสารที่ไม่ระเบิด กลิ่นไม่รุนแรง ใช้กับคนไข้ได้ง่าย และออกฤทธิ์เร็ว หลังจากลองดมของเหลวหลายๆ ชนิด เขาก็หลับไปตอนที่ดมคลอโรฟอร์ม #เสี่ยงชีวิตเพื่อวิทยาศาสตร์
(**ห้ามทำตาม เพราะถ้าสูดดมมากเกินไปและไม่เหมาะสมจะก่อให้เกิดอันตรายได้)
เมื่อได้ศึกษาจนมั่นใจแล้วว่าคลอโรฟอร์มคือยาสลบตัวท๊อป เขาจึงเริ่มใช้กับบรรดาคนไข้สูตินารีเวชและคุณแม่ที่มาให้ทำคลอด
ที่มารูป.petmaya.com
ในเวลานั้น มีการต่อต้านการใช้ยาสลบในการทำคลอด ที่ต่อต้านนี่ไม่ใช่เพราะไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพของคลอโรฟอร์ม แต่กลับเป็นการต่อต้านจากศาสนจักร!
โดยอ้างข้อพระคัมภีร์จากพระธรรมปฐมกาล บทที่ 3 ข้อที่ 16ที่บันทึกว่าพระเจ้าตรัสกับอีฟ (มนุษย์ผู้หญิงคนแรก) ว่า “เราจะเพิ่มความทุกข์ลำบากมากขึ้นแก่เจ้าและเมื่อเจ้ามีครรภ์ เจ้าจะคลอดบุตรด้วยความเจ็บปวด”
แต่ศาสตราจารย์ Simpson ก็ยกพระคัมภีร์มาตอบจากพระธรรมปฐมกาล บทที่ 2ข้อที่ 21 ซึ่งบันทึกไว้ว่า “แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าจึงทรงทำให้ชายนั้นหลับสนิท ขณะที่เขาหลับอยู่ พระองค์ทรงชักกระดูกซี่โครงซี่หนึ่งของเขาออกมา แล้วทำให้เนื้อติดกันเข้าแทนกระดูก”
ที่มารูป.www.thaibible.or.th
ขนาดพระเจ้ายังทำให้อาดัมหมดสติไปก่อนที่จะนำซี่โครงของเขาออกมาเพื่อสร้างเป็นอีฟเลย คุณแม่ที่เจ็บท้องคลอดก็น่าจะมีสิทธิ์ใช้ยาสลบเหมือนกัน
สุดท้ายศาสนจักรก็หมดข้อโต้แย้งเมื่อได้มีการใช้คลอโรฟอร์มกับพระราชินีวิกตอเรียเมื่อทรงมีพระประสูติกาลเจ้าชาย Leopold พระราชโอรสองค์ที่ 8 ในปี ค.ศ. 1853 และเจ้าหญิง Beatrice พระราชธิดาองค์ที่ 9 และเป็นองค์สุดท้องในปีค.ศ. 1857โดยมีวิสัญญีแพทย์ชื่อ John Snow (#ไม่ใช่จากGameofThrone! แต่เป็นผู้บุกเบิกสาขาระบาดวิทยา จากการศึกษาอหิวาตกโรคที่ระบาดเมื่อปี ค.ศ. 1854) หลังจากนั้นคลอโรฟอร์มจึงถูกใช้อย่างแพร่หลาย โดยเป็นที่นิยมในทวีปยุโรปมากกว่าในฝั่งอเมริกา
ที่มารูป.bestglitz.com
แต่ต่อมาในช่วงปีค.ศ. 1930-1939 ความนิยมในการใช้คลอโรฟอร์มเป็นยาสลบในการผ่าตัดก็ลดลงหลังจากพบว่าทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนเป็นอันตรายถึงชีวิตและยังเป็นพิษต่อตับ
ถึงกระนั้น ด้วยกลิ่นที่หอมหวานของคลอโรฟอร์ม
มันเคยถูกใช้เป็นส่วนผสมในยาสีฟันและยาแก้ไอจนกระทั่งปี ค.ศ. 1976 มีการห้ามใช้คลอโรฟอร์มในผลิตภัณฑ์ของสหรัฐอเมริกา แต่ยังมีการใช้คลอโรฟอร์มเป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมยาและการสังเคราะห์เทฟลอน (วัสดุเคลือบกระทะ) อยู่
ที่มารูป.www.siamchemi.com
สารอย่างหนึ่งอาจเคยมีประโยชน์และถูกใช้งานแพร่หลาย
แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเราเข้าใจมันดีขึ้น
การยอมรับว่ามันไม่เหมาะกับเราและตัดใจเลิกใช้คงเป็นทางเลือกที่ดีต่อเราที่สุด
อ้างอิง
The Medical Book
โดย Clifford A. Pickover
22 บันทึก
165
8
14
22
165
8
14
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย