14 ก.ค. 2019 เวลา 08:56 • ครอบครัว & เด็ก
การแจ้งเกิดบุตร สไตล์คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว
"ไม่ปรากฎ"
วันพักฟื้น หลังผ่าคลอด 1 วัน คุณพยาบาลถามหาคุณพ่อของเด็ก
เพื่อแจงรายละเอียดขั้นตอนการแจ้งเกิด และต้องการให้ไปแจ้งเกิดก่อนออกจากโรงพยาบาล
...
"คุณพ่อไม่มีค่ะ เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ เราสามารถให้คนอื่นไปแจ้งแทนได้ไหมคะ"
...
"ตอนนี้ ผู้แจ้งเกิดต้องเป็นบิดา หรือ มารดาของเด็กเท่านั้นค่ะ
เพื่อป้องกันการสวมชื่อ คงต้องเป็นคุณแม่ที่ไปดำเนินเรื่องแจ้งเกิดด้วยตัวเองค่ะ"
...
"ปกติระยะเวลาแจ้งเกิดมีเพียง 2-3 วันเองหรือคะ ทำไมน้อยจังเลย "
...
"ปกติแจ้งเกิดภายใน 15 วันค่ะ โดยทางโรงพยาบาลจะออกหนังสือรับรองการเกิดให้ (ท.ร.๑/๑) แล้วคุณแม่นำใบนี้ไปแจ้งเกิดที่เทศบาลเองค่ะ
แต่ตอนนี้ มีศูนย์บริการแจ้งเกิดในโรงพยาบาลเลยค่ะ ถ้าแจ้งเกิดที่นี่ ทางโรงพยาบาลจะดำเนินการทำสิทธิบัตรทองให้เด็กไปด้วยเลยค่ะ คุณแม่ลองตัดสินใจดูนะคะ ถ้าจะแจ้งเกิดที่นี่ ให้คุณแม่นำสำเนาบัตรประชาชนมารดาและบิดาไปค่ะ"
หลังผ่าคลอด 4 วัน ก่อนจะเคลียร์ค่าใช้จ่าย
สีพาตัดสินใจไปแจ้งเกิดด้วยตัวเอง กระโผลกกระเผลกไปด้วยอาการระบมแผลเล็กน้อย
หน้าศูนย์บริการแจ้งเกิดภายในโรงพยาบาล สีพาเป็นผู้หญิงในชุดโรงพยาบาลคนเดียวที่นั่งอยู่ ท่ามกลางเหล่าคุณพ่อที่ง่วนอยู่กับการเตรียมเอกสาร
...
สีพายื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่และแจ้งว่า ขอไม่ระบุชื่อบิดา
...
"แน่ใจแล้วนะว่าไม่ระบุ ตกลงกันดีหรือยัง ระบุตอนนี้ง่ายนะ แต่ถ้าไประบุทีหลัง มันต้องมีเอกสารการตรวจ DNA นะ มันจะยุ่งยากมาก" เจ้าหน้ากล่าวด้วยเสียงดุและดัง
"เอางี้ เอาสำเนาบัตรประชาชนพ่อเด็กมา หรือ ขอสำเนาบัตรประชาชนของแม่อีกใบ เดินไปถ่ายเอกสารที่ตึกนู้น แล้วเขียนกำกับว่า ขอยืนยันว่าไม่ระบุชื่อบิดาในการแจ้งเกิด แล้วเอาเอกสารมายื่นอีกที" พร้อมสบัดเอกสารกลับคืนมา
...
สีพาจึงต้องกะโผลกกะเผลกไปถ่ายเอกสารบัตรประชาชนตัวเองอีก 1 ใบพร้อมเขียนกำกับตามเจ้าหน้าที่แนะนำ
เมื่อได้ใบสูติบัตรของลูกมาไว้ในมือ และเห็นข้อความในช่องบิดาว่า
"ไม่ปรากฎ" สีพารู้สึกภูมิใจและสบายใจ ที่ตอนนี้เรามีสิทธิในตัวเด็กคนนี้ 100% โดยไม่จำเป็นต้องไปวุ่นวายอะไรกับใครอีก"
และนั่นคือ ประสบการการแจ้งเกิดบุตรของสีพาเองค่ะ
จริงๆแล้ว ในทุกๆขั้นตอน
ตั้งแต่ตรวจร่างกายก่อนคลอด
จนถึงการแจ้งเอกสารทางราชการหลังคลอด
คุณแม่ต้องเป็นคนดำเนินการด้วยตัวเองทั้งหมด
และอาจจะต้องตอบคำถามบ้างในเรื่องคุณพ่อของเด็ก
เพราะคุณพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในการจัดการเอกสาร
มักจะสอบถามเพื่อความแน่ใจ หรือ แม้แต่คำถามที่ว่า
"ไม่สงสารเด็กหรือไง ปัญหาพ่อแม่ แต่ไปลงกับลูก"
"ราชการเค้าจะรับรองไหมไม่รู้ จะรับราชการได้หรือเปล่า
สีพาขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่เข้มแข็งกับคำถามต่างๆนะคะ
เป็นธรรมดาที่เราต้องเจอคำถามมากมาย แต่คนที่จะรู้ดีที่สุดก็คือตัวเราค่ะ
หลังจากที่สีพาแจ้งเกิดและนำชื่อลูกเข้าทะเบียนบ้านแล้ว
สีพาได้หาข้อมูลเพิ่มเติม และเห็นว่า
ปัจจุบันกฎหมายเอื้อสิทธิให้คุณแม่มากทีเดียว
คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสามารถแจ้งเกิดบุตรได้โดย "ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อบิดา"
**สิทธิในการดูแล รวมถึงสิทธิในเรื่องเอกสารต่างๆและอำนาจการตัดสินใจ อยู่ที่คุณแม่ 100% ไม่จำเป็นต้องลงรายมือชื่อจากบิดา หรือ ไม่จำเป็นต้องร้องขอใบรับรอง ปค.14 เพิ่มอีก**
*** การไม่ระบุชื่อบิดาในสูติบัตร ไม่มีผลต่อการศึกษา ไม่มีผลต่อการเข้ารับราชการ ไม่มีผลใดๆทางด้านกฏหมาย ***
**เด็กไม่มีสิทธิในมรดกใดๆ ของบิดาทั้งสิ้น ยกเว้นมีการใส่ชื่อบิดาภายหลัง
โดยนำผลตรวจ DNA เป็นเครื่องพิสูจน์หลักฐานความเป็นพ่อลูกก่อนระบุชื่อ**
ดังนั้น คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่อ่านมาถึงตรงนี้ ไม่ต้องกังวลอะไรแล้วนะคะ ไม่จำเป็นต้องหาใครมาสวมชื่อ
คุณแม่คนเดียว พร้อมสำเนาบัตรประชาชน 2 ใบ ก็จัดการได้ทุกอย่างแล้วค่ะ
สีพา
    Nam
    เป็นกำลังให้นะค่ะ 🥰 และอยากสอบถาม ถ้ากรณีจะพาลูกเดินทางไป ตปท. พอมีข้อมูลไหมค่ะ จำต้องระบุพ่อไหมค่ะ