21 ก.ค. 2019 เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์
ออดี้ ลีออน เมอร์ฟี (Audie Leon Murphy) วีรบุรุษสงครามผู้ก้าวสู่ฮอลลีวู้ด
ออดี้ ลีออน เมอร์ฟี (Audie Leon Murphy) เป็นทหารที่เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งสร้างวีรกรรมในสงครามแถมได้เข้าสู่วงการมายา
เรื่องราวของเขาเป็นอย่างไร ผมจะเล่าให้ฟังครับ
เมอร์ฟีเกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ.1925 (พ.ศ.2468) ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกาในครอบครัวชาวไร่
ชีวิตวัยเด็กของเมอร์ฟีไม่ค่อยดีนัก พ่อของเขาไม่ค่อยสนใจครอบครัวและทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เมอร์ฟียังเด็ก และขณะอยู่ในช่วงวัยรุ่น แม่ของเขาก็ป่วยตาย ทำให้เมอร์ฟีต้องออกจากโรงเรียนขณะเรียนอยู่เกรดห้า
งานชิ้นแรกของเขาคือเป็นคนงานเก็บฝ้าย ได้ค่าแรงวันละหนึ่งดอลลาร์ และด้วยความยากจน ทำให้เขาต้องออกล่าไก่ป่าเพื่อมาทำอาหาร ซึ่งเขาเองก็มีพรสวรรค์ในการยิงปืนอย่างมาก ยิงแม่นราวจับวาง
ต่อมาเมื่อเพิร์ล ฮาร์เบอร์ถูกญี่ปุ่นโจมตี เมอร์ฟีก็ได้สมัครเข้าเป็นทหาร ซึ่งตัวเขานั้นก็ใฝ่ฝันจะเป็นทหารมาโดยตลอด แต่ก็ต้องถูกปฏิเสธจากกองทัพเนื่องจากเขาอายุยังไม่ถึงแถมยังผอมเกินไป
เมอร์ฟีไม่ยอมแพ้ เขาขอให้พี่สาวปลอมวันเกิดและปีเกิดให้ เขาจึงได้เข้าร่วมกับกองทัพในปีค.ศ.1942 (พ.ศ.2485) ขณะที่มีอายุเพียง 17 ปี
ภายหลังเข้าร่วมกับกองทัพ เมอร์ฟีก็ได้สร้างผลงานที่ดีมากและโชว์ความแม่นปืนให้ทุกคนเห็นจนได้รับการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว
ขณะถูกส่วไปประจำการที่อิตาลี เมอร์ฟีก็ได้แสดงวีรกรรมสังหารทหารอิตาลีสองนาย และในเวลาต่อมา เขาก็ได้สู้รบกับทหารเยอรมันและสังหารทหารเยอรมันไปเป็นจำนวนมาก โดยวีรกรรมเด็ดคือครั้งหนึ่ง ขณะออกลาดตระเวนกับเพื่อนทหารอีกสองนาย เขาและเพื่อนถูกทหารเยอรมันซุ่มโจมตี
เพื่อนของเขาคนหนึ่งถูกยิงตาย เหลือเพียงเมอร์ฟีกับเพื่อยทหารอีกหนึ่งคน ทั้งคู่สามารถร่วมมือกันจนเอาชนะทหารเยอรมันที่มาซุ่มโจมตี โดยสามารถฆ่าทหารเยอรมันได้ถึงห้าคน
ในเวลาต่อมา เมอร์ฟียังได้ฆ่าทหารเยอรมันอีกจำนวนมาก รวมทั้งยังสามารถจับเป็นทหารเยอรมันได้อีกจำนวนหนึ่ง ทำให้เขาได้รับการยกย่องและได้รับเหรียญกล้าหาญมากมาย
ต่อมาเมื่อสิ้นสุดสงคราม นักแสดงและโปรดิวเซอร์คนดัง “เจมส์ แคกนีย์ (James Cagney)” เกิดไปเห็นรูปของเมอร์ฟีบนปกนิตยสาร Life ซึ่งในตอนนั้นเมอร์ฟีได้ขึ้นปกในฐานะทหารที่ได้รับเหรียญเกียรติยศมากที่สุด
เจมส์ แคกนีย์ (James Cagney)
แคกนีย์เกิดไปเตะตากับหน้าตาหล่อเหลาของเมอร์ฟีและคิดว่าน่าจะปั้นได้ แคกนีย์จึงได้ไปชัดชวนเมอร์ฟีให้มาเล่นหนัง ซึ่งเมอร์ฟีก็ได้มาเล่นหนังในบทสมทบมากมาย จนได้แสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง “Bad Boy (1949 พ.ศ.2492)” เป็นเรื่องแรก
จากนั้นเมอร์ฟีก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดยูนิเวอร์แซลและมีผลงานต่างๆ ตามออกมาอีกกว่า 40 เรื่อง
ชีวิตในบั้นปลายของเมอร์ฟีนั้นไม่ค่อยดีนัก เขาติดการพนัน ทำให้เสียเงินเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเขายังได้ไปลงทุนในกิจการน้ำมันที่เลี่ยงภาษี ทำให้ยิ่งขาดทุนหนักกว่าเดิม แต่ถึงจะสูญเงินไปมากแค่ไหน เมอร์ฟีก็ไม่ยอมรับงานโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เนื่องจากเขาเกรงว่าเยาวชนจะเอาเป็นแบบอย่าง
ต่อมา วันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ.1971 (พ.ศ.2514) เมอร์ฟีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกขณะมีอายุได้ 45 ปี ซึ่งงานศพของเขาก็ได้รับการจัดการอย่างสมเกียรติโดยกองทัพสหรัฐ ปิดตำนานทหารหนุ่มผู้กล้าหาญ และเป็นนักแสดงผู้ฝากผลงานไว้ในวงการมายาอีกจำนวนหนึ่ง
โฆษณา