5 ส.ค. 2019 เวลา 14:00 • บันเทิง
ตอนที่ 4 เด็กหญิงในชุดกระโปรงสีชมพู
แสงแดดยามบ่ายไม่เคยเมตตาปรานีผู้ใช้แรงงาน
วัสดุที่สั่งไปยังไม่มาส่งเป็นข้ออ้างชั้นดีที่ทำให้ผมมานั่งหลบร้อนบนแคร่ไม้ไผ่ ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังวัดไม่ไกลจากศาลาสวดศพ
ผมหยิบหมากฝรั่งมาเคี้ยวเหมือนเคย ผมมักจะนึกถึงลุงทุกครั้งที่ผมอยากบุหรี่
มันทำให้ผมจินตนาการถึงตัวเองในอีกอนาคตนึงที่ยังไม่เลิกสูบ
ผมไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล คุณพยาบาลสาวน่ารักทักผมว่า
‘มาตรวจคนเดียวเหรอคะคุณลุง แข็งแรงจังค่ะ’
เชี่ยเอ๊ย ผมดูแก่กว่าพ่อคุณพยาบาลทั้งที่อายุเลยสามสิบมาไม่นานเนี่ยนะ
ไม่ ผมต้องเลิกให้ได้ ผมยังโสด ผมอยากมีแฟนเป็นพยาบาล
ขณะที่ผมฟุ้งซ่านนั่งบิดขาเขินคุณพยาบาล เด็กผู้หญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีชมพูลายเจ้าหญิงกำลังเดินอย่างร่าเริงมาทางผม
มือซ้ายของเธอถือกล่องประหลาดสีแดง มือขวาถือขวดพลาสติกใส่น้ำสีเหลืองขุ่น
ผมรู้จักเธอ ยัยหนูร้านแมลงทอด
“หนูมาทำอะไรหลังวัดคะ” ผมเลียนแบบสำเนียงแม่ผมเวลาคุยกับเด็ก มันคงช่วยลดความน่ากลัวของผมลงไปบ้าง
“เอาจิ้งจกมาปล่อยค่ะ คุณลุง” ลุง!! ยัยเด็กนี่ย้ำสภาพผมที่เพิ่งเลิกบุหรี่ได้ไม่นานงั้นสิ
“เรียกลุงไม่น่ารักเลย เรียกพี่ดีกว่า ถ้าไม่เรียกพี่ไม่คุยด้วยนะคะ” ผมต่อแบบเกินครึ่ง ผมก็อยากอายุอ่อนลงบ้าง
“ค่ะ คุณลุง โอ๊ะ หนูขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ ค่ะ คุณพี่” ผมรู้สึกปลงนิด ๆ
“ไม่ต้องมีคุณนำหน้าก็ได้ค่ะ มันจั๊กกะจี๋ยังไงไม่รู้” ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ
“คุณแม่สอนไว้ เวลาจะเรียกใครให้มีคุณนำหน้าค่ะ แต่ถ้าคุณพี่ไม่ชอบหนูจะพยายามค่ะ”
ผมนึกถึงตอนเด็ก แม่ผมมักจะบอกว่า ไม่ต้องพูดสุภาพให้มากหรอก แค่ไม่พูดคำหยาบก็สุภาพแล้ว
“คุณแม่หนูสอนอีกด้วยว่าอย่าคุย อย่ารับขนมจากคนแปลกหน้า เดี๋ยวจะโดนลักพาตัวไปขอทาน”
ผมละอยากแกล้งลักพาตัวโทษฐานไม่เชื่อฟังแม่ แต่ถ้าทำแบบนั้นแล้วเด็กคิดว่าของจริงผมคงไม่พ้นซังเต
ผมนึกถึงตอนเด็กอีกแล้ว แม่ผมก็บอกเหมือนกัน
‘อย่าไปไหนกับคนแปลกหน้านะไอ้เสริฐ เดี๋ยวโดนบังคับไปนั่งขอทาน แม่ไม่รู้ด้วยนะ’
ตอนนั้นคิดว่าขอทานน่ากลัว ฟังแม่พูดทีไรร้องไห้ทุกที ผ่านมาเกือบสามสิบปียังไม่เปลี่ยนอีกเหรอเนี่ย
“แต่หนูเห็นพี่เดินถือของตามหลังพระทุกเช้า หนูเลยคุยด้วยค่ะ”
ผมดีใจที่ยัยหนูจำผมได้
ผมมาอยู่ที่วัดนี้ได้ครึ่งเดือนแล้ว ทุก ๆ เช้าผมพยายามไถ่บาปให้กับมดฝูงนั้นด้วยการตามช่วยถือของที่ญาติโยมใส่บาตรพระ ผมจะคอยสังเกตที่บาตร ถ้าใกล้เต็มผมจะหยิบย่ามมาแหวกใกล้บาตร พระท่านก็จะเทของลงไป แต่ถ้าเป็นดอกไม้ท่านจะหงายฝาบาตรรับแล้วส่งมาให้ผมทันที
เส้นทางบิณฑบาตรก็ผ่านบ้านยัยหนู มาถึงบ้านหลังนี้ทีไรผมจะได้ยินเสียงเพลงเสมอ เป็นเพลงเดิม ๆ เปิดซ้ำ ๆ ราวกับจะล้างสมอง ถ้าผมเป็นหมาบ้านนี้ผมคงร้องตามได้แน่ ๆ ใช่ไม๊ไอ้ด่าง
ผมส่งสายตาไปยังหมาพันธุ์ทางขนเกรียนหัวสีน้ำตาลแต่มีสีขาวป้ายเป็นทางจากหน้าผากถึงปลายจมูก ส่วนที่เป็นสีขาวก็มีปานสีดำแซมเป็นปื้น
ไอ้ด่างเมินผมแต่มันก็เงยหัวส่งเสียงครางเหมือนอินไปกับท่วงทำนองของเพลงในความคิดผม
“ไหนคะจิ้งจก” ผมตัดบทมาเข้าเรื่อง
“นี่ค่ะ มีสองตัวอยู่ในบ้านแมลงสาป”
ยัยหนูชูกล่องสีแดงให้ผมดู ผมก็เพิ่งเคยเห็นของจริง เพราะผมอยู่กับแมลงสาปตั้งแต่เด็กจนชินเลยไม่ได้คิดจะดักจับมัน
นอกจากชินแล้วผมยังเอารองเท้าแตะปามันด้วย พอมันเคลื่อนไหวช้าลงก็เอานิ้วคีบหนวดขึ้นมาแล้วบรรจงปล่อยลงไป ก่อนที่ตัวมันจะถึงพื้นผมเหวี่ยงขาขวาไปข้างหลังแล้วสะบัดกลับมาข้างหน้าอัดข้างเท้าด้านในเข้าเต็มตัวปลิวไปกระแทกกำแพง ผมคิดว่าผมเล่นกับมัน โคตรสนุก แต่พอหวนนึกถึงแล้วโคตรสลด กูทำอย่างนั้นไปได้ไงวะ
ผมมองผ่านช่องกว้าง ๆ ที่เป็นทางเข้าออก มีจิ้งจกสองตัว ตัวหนึ่งอ้วนใหญ่ อีกตัวเล็กไม่อ้วนไม่ผอม มันหมอบแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน
“ตัวมันติดกาวอยู่นี่ แล้วจะปล่อยมันยังไงคะ” ผมถามด้วยความสงสัย
ตัวมันบอบบางอย่างนั้นถ้าใช้แรงดึง ผิวหนังมันคงลอกออกมาเห็นเนื้อแดง ๆ ดีไม่ดีเครื่องในจะไหลออกมาน่าสยอง
ผมเดาว่ากาวน่าจะเหนียวแน่นพอดูไม่อย่างนั้นจิ้งจก แมลงสาป คงเดินเล่นเหมือนหมาเหยียบปูนที่ยังไม่แห้ง แล้วทิ้งรอยดอกไม้ให้ผมแก้งานอยู่บ่อย ๆ
“นี่ค่ะ หนูเตรียมมาด้วย” เด็กน้อยชูขวดที่มีน้ำสีเหลืองขุ่น
“น้ำมันใช้แล้วค่ะ คุณแม่เทไว้ในปี๊บ หนูแบ่งมาใส่ขวดอีกที”
“ไหนทำให้พี่ดูซิ” ผมอยากเห็นจะได้จำไปใช้มั่ง
“พี่ถือขวดให้หนูหน่อยนะคะ” ยัยหนูพูดพร้อมยื่นขวดน้ำมันให้ผม
เด็กน้อยค่อย ๆ หย่อนตัวลง เอามือขวากวาดชายกระโปรงสีชมพูจากด้านหลังมาไว้ตรงข้อพับเข่าที่ชิดกัน ลำตัวช่วงบนเบี่ยงมาทางขวาเล็กน้อย มือซ้ายวางกล่องลงบนพื้นช้า ๆ ใช้สองมือช่วยกันแงะร่องตรงกลางกล่องกระดาษด้านสีแดงแล้วกางออก จิ้งจกเหลือบตามองมือน้อย ๆ ที่วาดไปตามท่าทางนั่น
“ขอขวดให้หนูด้วยค่ะพี่”
ผมยื่นขวดให้
“ทำแบบนี้ค่ะพี่” ยัยหนูพูดพลางหมุนเกลียวฝาขวดออกวางไว้บนพื้นข้างกล่อง ค่อย ๆ เอียงขวดรินน้ำมันทีละนิดลงไปให้ไหลผ่านระหว่างตัวจิ้งจกกับกระดาษ
ตีนจิ้งจกเริ่มหลุดแล้ว
“แม่เจ้า!” ผมลุ้นเอาใจช่วยอย่างลืมตัว
เจ้าตัวใหญ่ยันตัวออกจากกระดาษได้ก่อน เหมือนมันจะงงงง มันหันไปมองเจ้าตัวเล็กแล้วพยายามคลานไปหา พอไปถึงก็เอาตัวช่วยดัน ผมขยี้ตาเบา ๆ ให้แน่ใจว่าเห็นอย่างนั้นจริง
“ตัวใหญ่เค้าช่วยตัวเล็กด้วยค่ะ” ยัยหนูพูดอย่างตื่นเต้น ผมก็ตื่นเต้น
เจ้าตัวเล็กหลุดออกมาได้แล้ว มันค่อย ๆ ก้าวทีละก้าว จนออกมานอกกระดาษ เท้ามันคงยังลื่นอยู่เลยเดินไม่ค่อยตรง
สักพักมันวิ่งยังกับบิ๊กไบค์ เจ้าตัวใหญ่ก็วิ่งตามหลังไปติด ๆ
“เย้ ๆ” ยัยหนูลุกขึ้นกระโดดสองสามครั้งขณะที่มองดูภาพนั้น
ผมมองดูยัยหนูปิดฝาขวดน้ำมันที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งวางบนแคร่แล้วหยิบกล่องกระดาษสีแดงวิ่งไปทิ้งลงถังขยะที่อยู่ใกล้ ๆ
“ไม่ทิ้งน้ำมันไปด้วยเหรอคะ” ผมสงสัย
“หนูเก็บไว้ใช้ทำกับดักอันใหม่ค่ะ บ้านหนูจิ้งจกเยอะ แล้วหนูก็ไม่อยากให้เค้ามาติดบ้านแมลงสาปด้วย”
“กับดักแบบไหนน้อ” ผมพูดลอย ๆ
“ถ้ามันได้ผล พรุ่งนี้หนูจะเอามาให้พี่ดูค่ะ”
“แล้วถ้ามันไม่ได้ผลล่ะคะ” ผมลองแหย่ดู
“มันต้องได้สิคะ หนูดูจากยูทูป ดูหลายคลิปด้วย หนูไปก่อนนะคะพี่”
“พี่เสริฐค่ะ แล้วหนูล่ะคะชื่ออะไร” ผมแนะนำตัวเพราะอยากรู้ชื่อของยัยหนู
“หนูชื่อดาวค่ะ ละอองดาว”
.
.
05.30 น.
เหม่อมองฟ้า ค่ำคืนนี้
ไม่มีดาวบ้างเลยหรือไร
เหมือนลึกลึกในใจ
ที่ฉันไม่มีใครเลยสักคน 🎶
เหมือนทุกเช้า คุณแม่ชอบมาก คุณแม่บอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงประกอบละครที่คุณแม่ดูตอนที่เพิ่งรู้จักกับคุณพ่อ
“จุ๊จุ๊จุ๊จุ๊ จุ๊ จุ๊ จุ๊
จุ๊จุ๊จุ๊จุ๊ จุ๊ จุ๊ จุ๊”
“ฮิๆๆ” หนูขำที่ได้ยินเสียงจิ้งจกทักเป็นทำนองตามเพลงที่คุณแม่เปิด ไปดูกับดักดีกว่า ตื่นเต้นจัง
เต๊าะ แต๊ะ เต๊าะ แต๊ะ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา