21 ส.ค. 2019 เวลา 12:04 • ประวัติศาสตร์
มองประวัติศาสตร์อย่างนิยาย, #เรื่องราวความหวาดระแวงของราชสำนักกับบ้านฟากข้างโน้น,#ปฐมบทบ้านฟากข้างโน้นโดยย่อ, (ตอนที่ 1)
วันนี้ ขอตอบคุณวรัญญา ในหัวข้อที่ถามว่า “มีเหตุอันใด ที่กลายให้มีความหวาดระแวงกัน ของราชสำนัก กับบ้านฟากข้างโน้น”.. ในรูปแบบมุมมองเชิงนิยายนักสืบอ้างอิงหลักฐานประวัติศาสตร์ ดังนี้ครับ,
1)#ปฐมบทโดยย่อบ้านฟากข้างโน้น,
-ซีค อะหมัดหรือเฉกอะหมัดลงเรือสำเภาจากเมืองกุม อิหร่านเข้ามาเป็นพ่อค้าในกรุงศรีอยุธยาตั้งเเต่สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ จนต่อมามั่งคั่งร่ำรวยขึ้นเเละคุ้นเคยกับเจ้านายขุนนางมากหน้าหลายตาจนได้เป็นผู้นำมุสลิม ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และได้ช่วยทางราชการปราบกบฏญี่ปุ่นจนมีความดีความชอบจึงได้เป็นเจ้าพระยาบวรราชนายก, และ เฉกอะหมัดผู้นี้เป็นปฐมบรรพบุรุษของสกุลบุนนาค เมื่อเสียชีวิตศพได้ฝังไว้ที่อยุธยา ณ ป่าช้าแขกตามธรรมเนียมมุสลิม ผู้สืบสกุลบุนนาคยังได้ไปชุมนุมระลึกถึงทุกปี,
รูปซ้าย:ท่านเฉก อาหมัด, รูปขวา: สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัย (ทัด บุนนาค) ภาพอัดบนกระดาษขนาดเล็กในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ, จากหนังสือภาพถ่ายคลาสสิค อจ เอนก นาวิกมูล,
-ผู้สืบเชื้อสายท่านเฉกอะหมัดในชั้นที่ ๖ นั้นมีท่านหนึ่งที่ถือเป็นต้นสกุลบุนนาค คือ “นายบุนนาค” เป็นบุตรเจ้าพระยามหาเสนา (เสน) เมื่อตอนเด็ก ๆ นั้นนายบุนนาคเคยเป็นเพื่อนสนิทกับ นายสินบุตรจีนแต้ไหฮอง (ซึ่งต่อมาได้ขึ้นครองราชเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี) ส่วนเพื่อนอีกคนคือนายทองด้วง บุตรหลวงพินิจอักษร ,เมื่อนายทองด้วงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก นายบุนนาคทำหน้าที่เป็นทนายหน้าหอ รับใช้ใกล้ชิดร่วมทำศึกกับพม่าหลายครั้ง,
-ภายหลังภรรยาเสียชีวิต,นายบุนนาคได้สมรสกับคุณนวล ซึ่งเป็นน้องสาวของท่านผู้หญิงนาคภรรยาสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จึงมีความสนิทสนมผูกพันเพิ่มขึ้นตามลำดับนอกจากความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนแล้วยังได้กลายเป็นญาติสนิทกันไปโดยปริยายในฐานะเขย
เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ปราบดาภิเษกเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นรัชกาลที่ ๑ ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ นายบุนนาคได้สนองพระเดชพระคุณและได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาอรรคมหาเสนาบดีที่สมุหพระกลาโหม และได้ถวายธิดาคนโตที่เกิดจากภรรยาเก่า คือ คุณตานี เป็นเจ้าจอม ทำให้ความผูกพันของราชวงศ์จักรีและบุนนาคยิ่งกระชับแน่นแฟ้นเป็นทวีคูณ บุตรหลานที่เกิดในยุคนั้นถือว่าเป็นฝ่ายข้างราชินิกูล ได้เข้ารับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาททั้งราชสำนักฝ่ายหน้าและฝ่ายใน,
และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งนายก้อนแก้ว หลานพระยาเพ็ชรพิไชย (ใจ)ให้เป็นพระยาจุฬาราชมนตรี คนแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1,ส่วนการเรียกพวกตระกูลบุนนาคว่า “บ้านฟากข้างโน้น” เนื่องด้วยขณะนั้นบ้านเรือนของตระกูลบุนนาคซึ่งเป็นตระกูลใหญ่อยู่ฝั่งกรุงธนบุรี ชาวพระนครจึงเรียกว่า “บ้านฟากข้างโน้น”,
แถวนั่งจากซ้ายไปขวา: พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้านวม กรมหลวงวงศาธิราชสนิท,สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) และท่านเคานท์ยูเล็นเบิร์ก, แถวยืนจากซ้ายไปขวา: เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยาภูธราภัย (นุช บุณยรัตพันธุ์) และ พระยามนตรีศรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค)
2)#เบาะแสทางประวัติศาสตร์ชิ้นที่1ในเรื่องนี้,
-เบาะแสความระหองระแหงว่ามีมูลความจริง ปรากฏอยู่ในพระดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ในรัชกาลที่ ๕ ผู้เป็นเชื้อสายของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัด บุนนาค) มีไปยังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ฯ พระราชโอรส ความว่า…
-“เพราะแม่รู้อยู่เต็มใจว่าชาวฟากข้างโน้น นั้น เป็นที่รังเกียจของเจ้านายเป็นอันมาก เพราะผู้ใหญ่บางคนทำยุ่งเหยิงไว้ ความชั่วเลยมาแปดเปื้อนแก่พวกลูกหลานต่อมา แลพวกเหล่านั้นกองพันโตหนักด้วย ประการหนึ่งตัวของลูกก็ไม่ใช่เป็นเจ้านายสามัญ ความระแวงสงสัยมันอาจต้องเกิดขึ้นเพราะเป็นเจ้าฟ้าปัญญาดี แลมีญาติข้างแม่มาก เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่า การที่จะแก้ความระแวงว่าจะหมายเป็นใหญ่เป็นโตนั้น ก็มีอย่างเดียวที่จะต้องทำให้ทูนหม่อมโต (รัชกาลที่ ๖) ท่านรักใคร่ไว้วางพระทัยจริง ให้ปรากฏแก่ตาคนทั้งหลายมากๆ เท่านั้น เพราะถ้าพระองค์ท่านเองโปรดปรานสนิทสนมอยู่แล้ว คนทั้งหลายก็คงไม่มีช่องที่จะเข้ามายุยงได้อยู่เอง” (21 กันยายน ร.ศ.116)
3)#เบาะแสอื่นเรื่องราวความหวาดระแวงของราชสำนักกับบ้านฟากข้างโน้น,
-จากเบาะแสที่1 มีการกล่าวว่า “...เพราะผู้ใหญ่บางคนทำยุ่งเหยิงไว้ ความชั่วเลยมาแปดเปื้อนแก่พวกลูกหลานต่อมา แลพวกเหล่านั้นกองพันโตหนักด้วย..” ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่น่าค้นหาถึงเหตุความยุ่งเหยิงในเบาะแสชิ้นอื่นๆ ที่กล่าววิเคราะห์และรายงานจากต่างประเทศ ต่อไป, โดยปรากฏในหนังสือพิมพ์ Illustrated Times. London, 6 December 1856. และฉบับอื่นๆ,
4)#เกร็ดเพิ่มเติม,
-“พระมเหสีลูกหลวง” พระองค์ที่สอง, พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี, ทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 52 ในรัชกาลที่ 4 และทรงเป็นพระราชธิดาลำดับที่ 3 ซึ่งประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสำลี (นามสกุลเดิม: บุนนาค) โดยทรงรับสนองพระราชกิจอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอดรัชกาล,
“พระมเหสีลูกหลวง” พระองค์ที่สอง, พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี, ทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 52 ในรัชกาลที่ 4 และทรงเป็นพระราชธิดาลำดับที่ 3 ซึ่งประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสำลี (นามสกุลเดิม: บุนนาค)
สวัสดี และขอจบมองประวัติศาสตร์อย่างนิยาย,#เรื่องราวความหวาดระแวงของราชสำนักกับบ้านฟากข้างโน้น,#ปฐมบทบ้านฟากข้างโน้นโดยย่อ, (ตอนที่ 1) เพียงเท่านี้, ขอบคุณครับ,
ร้อยเรียงข้อมูล (T.Mon)
20/8/2019
ข้อมูลและรูปภาพสนับสนุนส่วนหนึ่ง:ลายพระหัตถ์สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ถึงสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ฯ. พิมพ์ในงานพระเมรุ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๓.ทิพากรวงศ์, เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔.หอจดหมายหตุแห่งชาติ,
โฆษณา