4 ก.ย. 2019 เวลา 15:44 • ธุรกิจ
FCL, Full container load ก็คือการเช่าตู้กับสายเรือแล้วก็ใช้คนเดียวไม่แบ่งใคร คุณสามารถเช่าตู้เหล่านี้ผ่านสายเรือหรือเฟรทฯฟอร์เวิร์ดเดอร์ก็ได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการจะใช้การขนแบบเต็มตู้ก็จำเป็นต้องสั่งสินค้ากันเยอะมาก หากคุณไม่ได้มีของเยอะก็แนะนำให้ลองศึกษาการใช้ LCL แทน โดยแนะนำการใช้ FCL
1. เหมาะกับของเยอะ หรือ ของใหญ่
อย่างที่เกริ่นไปนั่นเอง ของต้องเยอะหรือมีขนาดใหญ่ถึงจะใช้คุ้มค่า และถ้าจะใช้ให้คุ้มก็ต้องโหลดให้เต็มพื้นที่กันซักหน่อย แต่อย่างเต็มจนเบียดอัดจนสินค้าเสียหาย บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ก็ต้องรับน้ำหนักที่จะซ้อนได้ด้วย
2. ตู้ 20 ฟุต หรือ 40 ฟุต ก็โหลดน้ำหนักได้พอกัน
น้ำหนักรวมของสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ใบนั้นจะต้องรวมกันไม่เกินราว ๆ 30 ตัน ดังนั้นไม่ใช่ว่าใช้ตู้ 40 ฟุตแล้วจะโหลดของได้หนักเป็นสองเท่าของตู้ 20 ฟุต *ให้ระวังในส่วนนี้ด้วย
3. ตู้ใบนึงจะโหลดได้ราว 15-18 ตัน
ข้อสองบอกโหลดได้ 30 ตัน แต่ในความเป็นจริงคือโหลดปกตินั้นโหลดได้ราว 15-18 เท่านั้น ซึ่งพอรวมน้ำหนักตู้แล้วก็จะได้ประมาณไม่เกิน 18-20 ตัน อันนี้เป็นน้ำหนักโหลดปกติทั่วไป ถ้าจะโหลดให้เต็มแม็กซ์ก็ต้องบอกทางผู้ให้บริการก่อนเพราะจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษ และ ทางสายเรือจะได้เตรียมตู้ที่สภาพดี ๆ ให้ค่ะ
4. ถ้ามีของราว 10-15 CBM ก็ควรจะลองพิจารณาตู้ 20 ฟุตไว้บ้าง
บางครั้งค่าใช้จ่ายของการใช้ LCL ขนาด 10-15 CBM จะมีค่าใช้จ่ายพอ ๆ กับตู้ 20 ฟุต หากสินค้าของเราค่อนข้างบอบบางก็ให้เลือกใช้ FCL ได้เลยนะคะ
5. อย่าทิ้งของไว้ในท่าเรือนาน
ค่าใช้จ่ายของตู้คอนเทนเนอร์ในท่าเรือนั้นค่อนข้างสูง หากเกินเวลา Free time (ปกติ 3 วัน) ไปแล้วจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ก็ให้ระวังไว้ด้วย ต้องจัดตารางงานกันดี ๆ
นี่ก็เป็นคำแนะนำเบื้องต้นในการใช้แบบเต็มตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งแท้จริงแล้วนั้นยังมีเรื่องอีกมากมายเกี่ยวกับตู้คอนเทนเนอร์ให้คุณได้ศึกษาเพื่อเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสินค้าคุณอยู่อีกมาก หากลูกค้ามีข้อสงสัยหรือมีคำถามสามารถถามมาใน email/ page inbox ยินดีให้บริการค่ะ
กรณีที่ท่านต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสอบถามปัญหาของการนำเข้าและส่งออกสินค้า สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
📞 02 0202116
เรายินดีที่จะให้คำปรึกษาให้บริการค่ะ
#seafreight #airfreight&logistics #WareHouse #BigBearShipping&Logistics
โฆษณา