การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกในเด็กโรคภูมิแพ้
ขึ้นชื่อว่าสเตียรอยด์แล้วฟังดูน่ากลัวมากๆ จนทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจเมื่อคุณหมอแนะนำให้ลูกๆที่เป็นภูมิแพ้ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก วันนี้ แอด B3 ในฐานะหมอภูมิแพ้เด็ก ขอมาช่วยไขข้อข้องใจ คลายกังวลให้ทุกท่านดังนี้ครับ
1. ลูกเป็นภูมิแพ้จมูกอักเสบ ให้กินยาแก้แพ้ตามอาการ แต่ไม่ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกได้ไหม?
ถ้าลูกมีอาการจามคันคัดจมูกบ่อยๆ จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกทุกวันถือเป็นหลักในการรักษาครับ โดยยาพ่นจะช่วยควบคุมอาการได้ดีกว่าการกินยาแก้แพ้เพียงอย่างเดียวครับ
2. ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกใช้ได้ในเด็กอายุเท่าไร?
ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกหลายชนิด เริ่มใช้ได้ในเด็กตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไปครับ (ดูชนิดยาที่ใข้ได้ที่รูปด้านล่างครับ)
3.ถ้าลูกเริ่มใช้ยาแล้ว จะต้องใช้ทุกวันไปจนโตเลยไหม?
หลังจากเริ่มใช้ยาพ่นแล้วถ้าอาการดีขึ้น คุณหมอจะให้ลดการใช้ยาลง จนเหลือขนาดยาที่น้อยที่สุดที่พอจะทำให้สบายดี ไม่มีอาการจาม คัน คัดจมูก ซึ่งรบกวนชีวิตประจำวันครับ น้องๆบางคนจะสามารถหยุดยาได้ จนเหลือใช้ยาตามอาการเท่านั้น
4. ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกดูดซึมเข้าร่างกายมากไหม?
ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกรุ่นใหม่ มีการดูดซึมผ่านกระแสเลือดเข้าสู่ร่างกายน้อยมากๆ คือ น้อยกว่า 1% ซึ่งถือว่าน้อยกว่าการใช้ยาสเตียรอยด์แบบกินหรือแบบฉีดอย่างเทียบกันไม่ได้เลยครับ
5. ลูกพ่นยาไปนานๆ จะทำให้เตี้ย หรือมีฮอร์โมนผิดปกติหรือไม่?
งานวิจัยในเด็กพบว่า ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกทุกตัว (ยกเว้น Beclomethasone dipropionate) ไม่ได้ทำให้เด็ก มีความสูงน้อยกว่าเด็กกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ยา หลังจากใช้ติดต่อกันเป็นปี นอกจากนั้นแล้ว ยาทุกตัวยังไม่รบกวนการทำงานของฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองและต่อมหมวกไตอีกด้วย
จากที่เล่าไปในข้างต้น แอดก็หวังว่าคุณพ่อคุณแม่คงจะสบายใจกับการใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกของน้องๆมากขึ้นนะครับ หากน้องๆได้ใช้ยาอย่างถูกต้อง สม่ำเสมอ ภายใต้การดูแลของคุณหมอ หมั่นออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ น้องๆก็จะอาการดีขึ้น และเมื่อไม่มีอาการ จาม คัน คัดจมูกมารบกวนการเรียนรู้ และการนอนหลับ ก็จะมีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่สมวัยนั่นเองครับ