มีบัญชีอยู่แล้ว?
"กรีนแลนด์​ "
ดินแดนน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยความสวยงาม
รวบรวมเรื่องราวน่ารู้ของ "กรีนแลนด์" เกาะสวรรค์ในดินแดนเหนือสุดของโลก และยังเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก กรีนแลนด์มีอะไรน่าสนใจ ทำไมใคร ๆ ก็อยากไปสัมผัสที่นี่กันสักครั้ง และถ้าไปเที่ยวกรีนแลนด์จะต้องเตรียมตัวอย่างไร มีเรื่องอะไรที่ควรรู้ก่อนเดินทางบ้าง ... ไปดูกัน
กรีนแลนด์ มีใครไม่เคยได้ยินชื่อเกาะนี้ไหมคะ...บางท่านก็อาจจะรู้จักกับกรีนแลนด์กันแล้ว แต่บางท่านก็อาจจะเกิดคำถามว่ามีชื่อเกาะแบบนี้อยู่ในโลกด้วยหรือ แต่ไม่ว่าจะรู้จักแล้วหรือยังไม่รู้จัก วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเกาะแห่งนี้ให้มากขึ้นกัน บอกเลยว่ากรีนแลนด์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว เป็นขุมทรัพย์ธรรมชาติ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จะหาที่ไหนในโลกเหมือนไม่ได้อีกแล้ว :)
กรีนแลนด์อยู่ที่ไหน
กรีนแลนด์ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติก ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป และทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งถือว่าเป็นดินแดนเหนือสุดของโลก และอยู่ในทวีปเมริกาเหนือ
เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กรีนแลนด์ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,166,086 ตารางกิโลเมตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กรีนแลนด์ไม่ใช่ประเทศ
แม้ว่ากรีนแลนด์จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีฐานะเป็นประเทศ ปัจจุบันกรีนแลนด์อยู่ในฐานะเป็นดินแดนปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก มีอำนาจในการปกครองตนเอง มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่ยังคงไม่มีอำนาจในด้านต่างประเทศและการทหาร
ชาวไวกิงกับกรีนแลนด์
ชาวไวกิง ถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกที่มาตั้งถิ่นฐานบนเกาะกรีนแลนด์เป็นกลุ่มแรก โดยมีเอริก เดอะ เรด (Eric the Red) เป็นผู้นำในการอพยพถิ่นฐานเข้ามาอยู่ที่นี่พร้อมครอบครัว และเรืออีก 25 ลำ
1
กรีนแลนด์
ดินแดนแห่งน้ำแข็ง แต่ชื่อกรีนแลนด์
พื้นที่ของกรีนแลนด์เกือบ 85% จะถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี เพราะกรีนแลนด์ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมาก ๆ เราจึงจะเห็นกรีนแลนด์เป็นพื้นที่สีขาวเกือบทั้งหมด ต้นไม้เป็นสิ่งที่หายากมากบนเกาะกรีนแลนด์ ถ้าคิดเป็นตารางกิโลเมตร ก็มีเพียงแค่ 1 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น แต่เพราะเอริก เดอะ เรด (Eric the Red) ผู้ค้นพบเกาะกรีนแลนด์อยากให้ชื่อของเกาะเป็นที่ดึงดูดของนักผจญภัย และเหมือนเป็นการเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาตั้งรกรากที่นี่มากยิ่งขึ้น จึงตั้งชื่อว่า กรีนแลนด์ (Greenland)
กรีนแลนด์ คือ แผ่นน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในโลก
1
กรีนแลนด์ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมาก จึงมีระบบนิเวศวิทยาเป็นแบบทุนดรา คือ เป็นบริเวณหนาวเย็นที่มีหิมะปกคลุมเกือบตลอดปี แม้แต่ใต้พื้นดินก็ยังเป็นน้ำแข็ง ส่งผลให้มีลักษณะทางกายภาพเป็นแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ และยังเต็มไปด้วยธารน้ำแข็งขนาดใหญ่มากมาย พร้อมทั้งยังมีภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาให้ได้ล่องเรือชมกันในช่วงฤดูหนาวด้วย
อากาศกรีนแลนด์
กรีนแลนด์ เป็นดินแดนที่มีฤดูร้อนเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น คืออยู่ในช่วงระหว่างปลายเดือนมิถุนายน จนถึงกลาง ๆ เดือนสิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ยก็จะอยู่ที่ราว ๆ 10 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวจะมีช่วงเวลาที่ยาวนาน โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน ไปจนถึงกลางเดือนเมษายน ในบางวันอุณหภูมิอาจจะติดลบลงไปมากกว่า -30 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว
ชาวกรีนแลนด์ แตกต่างจากเอสกิโม
หลายคนเข้าใจกันว่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่หนาวมาก ๆ จะต้องเป็นชาวเอสกิโมทั้งหมด ซึ่งจริง ๆ แล้วจะไม่นับรวมกับคนเมืองในกรีนแลนด์ เพราะชาวกรีนแลนด์ที่อาศัยอยู่ในเมืองจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากชาวเอสกิโม คือ ไม่ได้อาศัยอยู่ในอิกลู (Igloo) และไม่ได้กินเนื้อสัตว์สดเหมือนชาวเอสกิโม คนกรีนแลนด์จะใช้ภาษากรีนแลนด์ และภาษาเดนมาร์กเป็นหลัก มีการนับถือศาสนาคริสต์ ส่วนคนพื้นเมืองกรีนแลนด์ก็เรียกตัวเองว่า อินูอิต (Inuit) จะไม่ชอบให้ใครเรียกว่าเอสกิโม เพราะถือว่าเป็นคำที่ไม่สุภาพและหยาบคาย
นุก เมืองหลวงที่ประชากรน้อยนิด
เรื่องน่ารู้ กรีนแลนด์
นุก (Nuuk) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของกรีนแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ฝั่งตะวันตกของเกาะกรีนแลนด์ มีพื้นที่ประมาณ 690 ตารางกิโลเมตร มีประชากรเพียงแค่ราว ๆ 17,000 คนเท่านั้น แต่ภายในเมืองแห่งนี้ก็เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสนามบินนานาชาติ, ท่าเรือขนส่ง, มหาวิทยาลัย, โบสถ์, สนามกีฬาในร่ม, พิพิธภัณฑ์, โรงแรม, ร้านอาหาร เป็นต้น
บ้านคนกรีนแลนด์
หลายคนสงสัยว่าชาวกรีนแลนด์อยู่อาศัยกันอย่างไรในสภาพอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้ ด้วยวิวัฒนนาการและโลกที่เปลี่ยนไป ชาวกรีนแลนด์ก็เริ่มปรับตัวมากยิ่งขึ้น ลักษณะบ้านและตึกต่าง ๆ จึงมีโครงสร้างและรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น ส่วนใหญ่ก็จะสร้างจากไม้ มีหลังคาทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ลักษณะคล้ายกับโรงนาในชนบทของยุโรป ทาสีบ้านและอาคารด้วยสีสันสดใส ดูโดดเด่นจากหิมะและท้องทะเลสีขาวกว้างใหญ่
อาหารกรีนแลนด์
1
ในสภาวะอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปีเช่นนี้ ชาวกรีนแลนด์จะเน้นอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น เนื้อสัตว์ และแป้ง ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมกรีนแลนด์มากขึ้น ก็ทำให้มีร้านอาหารแบบต่าง ๆ มากมาย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่เมนูเนื้อสัตว์และแป้ง คล้ายกับอาหารยุโรป อย่างสเต๊ก, สปาเกตตี และแฮมเบอร์เกอร์ ส่วนถ้าใครอยากกินเมนูอาหารพื้นเมืองของชาวอินูอิตอย่างแท้จริง ก็ไม่ควรพลาดเมนูที่ทำจากแมวน้ำ และปลาในน้ำแข็ง
สุนัขลากเลื่อนแห่งกรีนแลนด์
การนั่งสุนัขลากเลื่อนเป็นกิจกรรมห้ามพลาดในช่วงฤดูหนาวของกรีนแลนด์ โดยนักท่องเที่ยวจะได้นั่งชมวิวภูเขาหิมะไปบนเลื่อน (Sledge) โดยมีสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ มากกว่า 5 ตัวเป็นผู้ลากเลื่อนไปอย่างคล่องแคล่วและว่องไว เป็นประสบการณ์ดี ๆ ที่จะมีให้ได้เก็บเกี่ยวกันเฉพาะสถานที่ที่มีภูมิประเทศเป็นหิมะแบบกรีนแลนด์เท่านั้น
กรีนแลนด์
แสงเหนือสุดอลังการบนฟากฟ้าของกรีนแลนด์
กรีนแลนด์ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่อยู่ในเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และแน่นอนว่าเกาะแห่งนี้สามารถชมแสงเหนือ (Northern Lights) หรือแสงออโรรา (Aurora Borealis) ได้ด้วย โดยเมืองที่นักท่องเที่ยวมักจะไปเที่ยวชมแสงเหนือกันจะมีอยู่ประมาณ 3 เมือง คือ อิลูลิสแซท (Ilulissat), นุก (Nuuk) และเมืองแคงเกอร์ลุสซัก (Kangerlussuaq)
กรีนแลนด์
พระอาทิตย์เที่ยงคืนที่กรีนแลนด์
ไม่ใช่เพียงแค่ที่ประเทศนอร์เวย์เท่านั้น ที่มีปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน ในกรีนแลนด์ก็มีเช่นกัน เพราะอยู่ใกล้กับเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล ในช่วงฤดูร้อนจึงทำให้มีเวลากลางวันที่ยาวนาน ในบางวันก็จะได้เห็นพระอาทิตย์ลอยค้างเติ่งอยู่บนฟากฟ้าอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
1
มีอะไรน่าสนใจที่กรีนแลนด์
6
สำหรับนักท่องเที่ยวอาจจะเกิดคำถามว่าในเกาะที่มีแต่น้ำแข็งเช่นนี้ จะมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง ต้องบอกว่าทุกฤดูกาลของกรีนแลนด์มีสิ่งที่น่าสนใจรอนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย หากมาเที่ยวในช่วงหน้าร้อนก็จะได้เห็นธรรมชาติอันงดงาม ได้ทำกิจกรรมเดินป่า ท่องเที่ยวชมธารน้ำแข็งและอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ
1
ส่วนถ้าใครมาช่วงหน้าหนาวก็จะมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือ ได้ไปล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็ง และยังได้ทำกิจกรรมหน้าหนาวอย่างนั่งสุนัขลากเลื่อน และพายเรือคายักในแม่น้ำสีฟ้ากลางทะเลน้ำแข็งด้วย เมืองที่ห้ามพลาด อาทิ อิลูลิสแซท (Ilulissat), นุก (Nuuk) และเมืองแคงเกอร์ลุสซัก (Kangerlussuaq)
Story​ worldขอบคุณครับ..
    ท่องเที่ยว​ส​ไตล์​ออฟโรด​
    อ่านแล้วอยากพักร้อนไปเที่ยวเลยครับ