25 ก.ย. 2019 เวลา 05:23 • ปรัชญา
โลกของพระพุทธศาสนา: พระธรรมวินัย
ตอน 'ความอัศจรรย์ ๘ ประการของมหาสมุทรในธรรมวินัยนี้'
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 02/10/2560
Highlight:
เปรียบเทียบความอัศจรรย์ ๘ ประการของมหาสมุทรที่พวกอสูรพบเห็นแล้วต่างพากันยินดี กับความน่าอัศจรรย์ในธรรมวินัยนี้ ที่เหล่าภิกษุพบเห็นแล้วต่างพากันชื่นชมยินดี
วิธีตรัสสอนของพระพุทธเจ้า ที่เปิดโอกาสให้ท้าวปหาราทะได้กล่าวตอบก่อน แล้วนำคำตอบนี้มาสอนกลับ เป็นลักษณะเอาสิ่งที่เขาเรียนรู้เข้าใจแล้วมาสอดแทรกธรรมะสอนกลับไปให้
เมื่อเราได้ฟังข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ให้น้อมเข้ามาสู่ตัวเรา
ในเมื่อธรรมนี้มีความน่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้าแสดงแล้วด้วยความรู้ยิ่ง ประกอบด้วยเหตุผลพร้อม คำสอนต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำตาม จึงเป็นสิ่งที่ใครๆ ควรทำตาม
ให้มีความมั่นใจในพุทโธ ธัมโม สังโฆ แล้วเราจะมีความอภิรมย์ มีความยินดี มีความร่าเริงในธรรมอยู่แน่นอน
ภาพจาก: puredhamma.com
บทคัดย่อ:
ภิกษุ ท.! เมื่อเราแสดงธรรมเพื่อความรู้ยิ่ง มีเหตุผลพร้อม มีความน่าอัศจรรย์, มิใช่แสดงเพื่อความไม่รู้ยิ่ง ไม่มีเหตุผล ไม่มีความน่าอัศจรรย์ อยู่ดังนี้ โอวาท ก็เป็นสิ่งที่ใครๆ ควรทำตาม,อนุสาสนี ก็เป็นสิ่งที่ใครๆ ควรทำตาม.
ภิกษุ ท.! พอละ เพื่อความยินดี ความอิ่มเอิบใจ ความโสมนัสแก่ พวกเธอทั้งหลาย ว่า “พระผู้มีพระภาค เป็นองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า, พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาค ตรัสดีแล้ว, พระสงฆ์คือผู้ปฏิบัติดีแล้ว” ดังนี้.
บาลี ติก. อํ. ๒๐/๓๕๖/๕๖๕
ใน ปหาราทสูตร พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนจอมอสูรที่ชื่อว่า ท้าวปหาราทะ โดยเปรียบเทียบถึงความอัศจรรย์ ๘ ประการของมหาสมุทรที่มีลักษณะพิเศษ ที่พวกอสูรพบเห็นแล้วต่างพากันยินดี กับความน่าอัศจรรย์ในธรรมวินัยนี้ ที่เหล่าภิกษุพบเห็นแล้วต่างพากันชื่นชมยินดี
ธรรมที่น่าอัศจรรย์ ๘ ประการ มีดังนี้
ประการที่ ๑
🔸️ความที่มหาสมุทร คือ ความที่มันลาด ลึก ลุ่มไปโดยลำดับ ไม่โกรกชันเหมือนเหว
เปรียบเทียบในธรรมวินัยนี้ มีการฝึก การทำที่เป็นไปตามลำดับ ไม่ว่าจะอยู่ลำดับไหน ถ้าฝึกไปตามลำดับมันถึงที่สุดเหมือนกัน
ประการที่ ๒
🔸️ความที่มหาสมุทรเต็มเปี่ยมอยู่เสมอ ไม่ล้นฝั่ง (เราจะไม่ได้เห็นขอบของมหาสมุทรได้ เวลาที่มันจะขึ้นมันก็ขึ้นไปพร้อมๆ กัน เวลาที่มันจะลงมันก็ลงไปพร้อมๆ กัน ไม่มีขอบเขตอะไรที่จะมากั้นเอาไว้ได้)
เปรียบเทียบในธรรมวินัยนี้ ภิกษุทั้งหลายจะอยู่ที่ขอบนี้เสมอ จะไม่ล้นเกินขอบนี้ไป นั่นก็คือ กรอบขอบของศีล ซึ่งจะมีอยู่หลายระดับด้วยกัน เป็นไปตามลำดับ ที่เหล่าภิกษุทั้งหลายจะไม่ล่วงเกินแม้ด้วยเหตุแห่งชีวิต
ประการที่ ๓
🔸️ความที่มหาสมุทรจะไม่เกลื่อนด้วยซากศพ เพราะในมหาสมุทรมันมีคลื่น ก็ซัดเอาซากศพที่ลอยๆ อยู่เข้าสู่ฝั่งเสมอ หรือมีกระแสน้ำที่มันจะพาให้มารวมกันจุดใดจุดหนึ่ง อาจจะจมลงหรือขึ้นฝั่งไป จะไม่ได้เกลื่อนไปหมดเหมือนอยู่ในน้ำนิ่ง
เปรียบเทียบในธรรมวินัยนี้ จะไม่ได้เกลื่อนไปด้วยคนที่มีบาปธรรม จะไม่ได้เกลื่อนไปด้วยคนที่มีความทุศีล มีความเป็นอยู่ไม่สะอาด เพราะว่าเหล่าหมู่สงฆ์จะช่วยกันรักษากัน หมู่สงฆ์จะมีการลงปาติโมกข์ร่วมกัน มีการปลงอาบัติ มีการรับฟังคำตักเตือนด้วยความเคารพหนักแน่น มีการกล่าวการตักเตือนกัน มีระบบนี้อยู่ทำให้มีการกำจัดของเสียออกไป เหมือนมีคลื่นที่จะชำระล้างพวกซากศพที่ไม่ดี บาปอกุศลธรรมตรงนี้ ให้มันออกไปจากในธรรมวินัยนี้
“…ธรรมวินัยนี้ดีจริงๆ มีระบบทำความสะอาดตัวเอง มีการทำไปตามลำดับ ไม่มีขอบอะไรที่มันจะมาอั้นได้ มีการรักษาขึ้นไปตามลำดับ”
ประการที่ ๔
🔸️ความที่มหาสมุทรเป็นที่รวมของแม่น้ำทั้งหลาย คือ เป็นโคตรของแม่น้ำ และแม่น้ำทั้งหลายที่จะมีน้ำอะไรก็ตาม จะไม่ได้มีมากไปกว่ามหาสมุทรนี้ แม่น้ำทั้งหลายที่จะมาจากมาจากชื่อ สายอะไรก็ตาม มารวมลงตรงนี้แล้วเรียกว่า “มหาสมุทร” ทั้งสิ้น
เปรียบเทียบในธรรมวินัยนี้ ไม่ว่าคุณจะชื่ออะไรมาก่อน อยู่วรรณะอะไรมาก่อน มารวมลงตรงนี้แล้ว เรียกว่าเป็น “สมณะ” ทั้งสิ้น สมบัติความดี ชื่ออะไรต่างๆ ที่มีมาจะไม่ได้มีมากไปกว่านี้แล้ว เหมือนกับน้ำที่อยู่ในมหาสมุทรที่มากที่สุดอยู่ตรงนี้
ประการที่ ๕
🔸️น้ำที่ไหลมารวมอยู่ในมหาสมุทรทั้งหมด จะไม่ได้ทำให้มหาสมุทรพร่องหรือว่าเต็มได้ (หมายถึง จะทำให้มันหมดจากความเป็นมหาสมุทร มันไม่ได้ ต่อให้ไม่มีน้ำ หรือต่อจะให้น้ำมันมากจะกระทั่งล้นเอ่อ ไม่กลายเป็นมหาสมุทรไป มันไม่ได้
เปรียบเทียบในธรรมวินัยนี้ ภิกษุที่ถ้านิพพานด้วย อนุปาทิเสสนิพพานธาตุกันมากๆ แล้ว จะทำให้นิพพานเต็มขึ้น หรือถ้าไม่มีใครนิพพานเลยจะทำให้นิพพานพร่องลง มันจะไม่เป็นอย่างงั้น
นิพพาน คือ นิพพาน เหมือน มหาสมุทร ก็คือ มหาสมุทร จะไม่ได้พร่องหรือเต็มขึ้นได้ ด้วยเหตุปัจจัยนั้น ๆ
ประการที่ ๖
🔸️มหาสมุทรมีเพียงรสเดียว คือ รสเค็ม
เปรียบเทียบในธรรมวินัยนี้ ทุกอย่างไม่ว่าจะปฏิบัติจากเรื่องของศีล เรื่องของเมตตา เรื่องของอะไร ฟังธรรมหมวดไหน มันซาบซึ้ง มันแซ่บมันดี ทั้งหมดนั้นมันจะมารวมลงที่ “วิมุตติรส คือ ความพ้น” เป็นรสชาติแห่งความที่คุณวางได้ คุณปล่อยได้ คุณพ้นได้ มีอยู่รสเดียว ซึ่งจะหาไม่ได้ในธรรมวินัยอื่น ๆ …ความไม่มีในที่อื่น คือ ความน่าอัศจรรย์
ประการที่ ๗
🔸️ความที่มหาสมุทรมีรัตนะ คือ แก้ว แหวน เงินทอง ทรัพย์สมบัติต่างๆ อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ สังข์ ศิลา แก้วประพาฬ เงิน ทอง ทับทิม มรกต
เปรียบเทียบในธรรมวินัยนี้ มีธรรมะที่สุดยอด มีค่ามากอยู่มากๆ จริงๆ เช่น สติปัฏฐาน ๔, สัมมัปปธาน ๔, อิทธิบาท ๔, อินทรีย์ ๕, พละ ๕, โพชฌงค์ ๗, อริยมรรคมีองค์ ๘ เหล่านี้คือ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ และยังมีธรรมะในหมวดอื่นๆ อีก เช่น พรหมวิหาร ๔, อริยทรัพย์ ๗. สัตบุรุษ ๗ และยังมีธรรมะหมวดอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นเหมือนกับสิ่งที่มีค่า เป็นอริยทรัพย์ เป็นทรัพย์ที่ไม่เหมือนกับแก้วมณีพวกนั้นที่ถ้าเผื่อว่ามีคนขโมยไป มันก็หายไปได้ คนอื่นเอาไปได้ ใช้แล้วก็หมดไป ยังสูญหาย ถูกทำลายไปได้ ด้วยไฟบ้าง น้ำท่วมบ้าง แต่อริยทรัพย์ คือ สติบ้าง ศีลบ้าง พวกนี้เป็นสิ่งที่คนอื่นก็ขโมยเอาไปไม่ได้ ใช้แล้วยิ่งมีแต่จะเพิ่ม ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่ม และก็จะไม่ได้สูญหายไปกับสาธารณะ ไปกับไฟกับน้ำที่จะพัดพาไป
ประการที่ ๘
🔸️ความที่มหาสมุทรมันกว้างใหญ่ พอที่จะรับสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ๆ ได้ ในที่นี้ บทพยัญชนะของท้าวปหาราทะ ก็คือ ปลาชนิดที่มีขนาด ๑๐๐ โยชน์ (๑ โยชน์ = ๑๖ กิโลเมตร)ไม่ใช่แค่ ๑๐๐ โยชน์ แต่ยังถึง ๕๐๐ โยชน์ ก็มีอยู่
เปรียบเทียบในธรรมวินัยนี้ มีสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐ มีสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ๆ ใหญ่ นี้คือ คุณธรรม นั่นใหญ่
อะไรคือคุณธรรมที่ใหญ่
คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงได้ ๘ บุรุษ นั่นคือ โสดาปัตติมรรค, โสดาปัตติผล, สกทาคามิมรรค, สกทาคามิผล, อนาคามิมรรค, อนาคามิผล, อรหัตตมรรค และอรหัตตผล สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ คือ คุณธรรมในใจของท่านใหญ่
ทำไมคุณธรรมในใจท่านถึงใหญ่ได้
เพราะว่าเครื่องที่มันจะทำให้เล็ก เครื่องที่จะมาทำให้หยาบ เครื่องที่จะทำให้มันมีน้อย คือ ราคะ โทสะ โมหะ มันเบาบาง ถ้าราคะ โทสะ โมหะ มันมาก ยิ่งจะทำให้พืชที่โตในแปลงนานั้นมีเม็ดเล็ก ต้นเล็ก ไม่ใหญ่โตขึ้นมา แต่ถ้ามีราคะ โทสะ โมหะเบาบาง ความยิ่งใหญ่ความเจริญเติบโตของคุณธรรมก็ยิ่งมาก
ความใหญ่ตรงนี้เริ่มจากตรงไหน
เราก็วัดมาตั้งแต่บุคคลที่เป็นโสดาปัตติมรรค ถ้ามีความเห็นมีความเข้าใจ มีความเชื่อมีจิตน้อมไปว่า ตาหูจมูกลิ้นกายใจ มันไม่เที่ยง มีความเข้าใจแบบนี้มีความเชื่อแบบนี้ มีความคิดพิจารณาไปแบบนี้ อันนี้ชื่อว่ามีความยิ่งใหญ่ มีความอัศจรรย์อยู่ในจิตใจของเราแล้ว คนที่มีจิตใจแบบนี้ เขาเรียกว่า “อยู่ในธรรมวินัยนี้แล้ว” เหมือนกับสิ่งมีชีวิตชนิดใหญ่ๆ ที่จะนิยมชมชอบในการอยู่ในมหาสมุทร เหมือนกับจิตใจที่มีความเข้าใจถูกต้อง มีราคะ โทสะ โมหะที่เบาบางลงแล้ว ชื่อว่าอยู่ในธรรมวินัยนี้แล้ว
“สิ่งเหล่านี้คือความอัศจรรย์ที่พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบไว้จากการสนทนากับท้าวปหาราทะจอมอสูรที่กรุงเวรัญชา…เมื่อได้ฟังตรงนี้แล้ว เราจะได้เห็นถึงความฉลาดในการสอนของพระพุทธเจ้า เขาพูดอะไรมา เอาตรงที่เขาพูดนั่นแหละจับโหลดใส่ข้อมูลกลับไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้
ในหลายๆ ครั้งที่พระพุทธเจ้าใช้เทคนิคนี้ ถามก่อน เปิดโอกาสให้เขาพูดถึงความเข้าใจอย่างไรๆ ทำความเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นให้ จากสิ่งที่เขาพูดมา…และข้อที่ ๒ ก็คือ เวลาที่เราฟังข้อมูลต่างๆ เหล่านี้แล้ว ให้น้อมเข้ามาสู่ตัวเรา เราเห็นอะไรในข้อมูลเหล่านี้ ความน่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมาก่อนที่จะปรากฎขึ้น มีขึ้นเมื่อตอนที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ได้ประกาศธรรมะเอาไว้ มีหมู่ผู้ประพฤติปฏิบัติตาม ช่วยกันรักษาคำสอน ให้คำสอนที่มีความน่าอัศจรรย์
ธรรมที่มีความน่าอัศจรรย์อย่างนี้ อันที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้แล้วด้วยความรู้ยิ่ง มีเหตุผลพร้อม ไม่ได้แสดงด้วยความไม่รู้ยิ่ง ไม่มีเหตุผล หรือไม่น่าอัศจรรย์ ก็ในเมื่อธรรมนี้มีความน่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้าแสดงแล้วด้วยความรู้ยิ่ง ประกอบด้วยเหตุผลพร้อม คำสอนต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำตาม จึงเป็นสิ่งที่ใครๆ ควรทำตาม ให้เรามีความยินดี มีความสบายใจได้เลย ให้มีความมั่นใจเลยว่า
“ผู้สอนที่สอนธรรมะ ที่ด้วยความรู้ยิ่งแบบนี้ มีเหตุผลแบบนี้ มีความน่าอัศจรรย์แบบนี้ เป็น พระพุทธเจ้า แน่นอน เป็นสัมมาสัมพุทโธ แน่นอน
ธรรมะที่บอกออกไปแล้ว ด้วยอาการที่มีเหตุผลพร้อมจากความรู้ยิ่ง มีความน่าอัศจรรย์อย่างนี้ เป็นธรรมะที่เป็น สวากขาตธรรม คือ ตรัสไว้ชอบแล้ว แน่นอน
ผู้ที่สามารถที่จะปฏิบัติได้ตามคำสอนเหล่านี้ หมู่แห่งผู้ปฏิบัติตามนี้ เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แน่นอน คือ เป็น สุปฏิปัณโณ จริงๆ
ให้มีความมั่นใจในพุทโธ ธัมโม สังโฆ อย่างนี้แล้ว เราจะมีความอภิรมย์ มีความยินดี มีความร่าเริงในธรรมอยู่แน่นอน”
อ่าน “ปหาราทสูตร” เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
ฟังธรรมบรรยายและคัดจาก:
วัดป่าดอนหายโศก
เพจ 'ธรรมะเน้นๆ A Great Degree Dhamma'
วันพุธที่ ๒๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา