26 ก.ย. 2019 เวลา 13:15 • การศึกษา
..วิเคราะห์โดยอาจารย์เกียรติขจร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16412/2555
..จําเลยพาผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงคนรักนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ระหว่างทางได้จับมือผู้เสียหายไปกอดไว้ ได้เกิดอุบัติเหตุรถล้มทําให้ผู้เสียหายตกจากรถ ได้รับอันตรายสาหัส นอนหมดสติอยู่ในพงหญ้าข้างทาง แล้วจําเลยหลบหนีไม่ช่วยเหลือ ทิ้งให้นอนหมดสติในที่เกิดเหตุ 8 วัน จนมีผู้ไปพบจําเลย ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า การงดเว้นไม่ให้ความช่วยเหลือ ผู้เสียหายอาจตายได้ เมื่อผู้เสียหายไม่ตายมจําเลยจึงผิดฐานพยามยามฆ่า ตาม มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 59 วรรคท้าย
..วิเคราะห์
..จําเลยขับรถโดยประมาททําให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส เพียงเท่านี้. ก็ผิดมาตรา 300 แล้ว ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ก็ลงโทษจําเลยฐานนี้ ซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
..จําเลยหลบหนีไม่ช่วยเหลือ ทิ้งให้ผู้เสียหายนอนหมดสติในที่เกิดเหตุนาน 8 วัน จนมีผู้ไปพบผู้เสียหาย
 
..การกระทําในส่วนนี้ ศาลฎีกาลงโทษจําเลยตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 59 วรรคท้าย
 
..จําเลยฆ่าผู้เสียหาย เป็นการกระทําโดยงดเว้น การที่จําเลยมีหน้าที่ต้องกระทําเพื่อป้องกันผล คือ ความตาย ของผู้เสียหาย เป็นหน้าที่ อันเกิดจาก การกระทําก่อนๆ ของตน กล่าวคือ การขับรถล้มทําให้ผู้เสียหายตกจากรถซึ่งก่อให้เกิดหน้าที่ต้องช่วยเหลือผู้เสียหาย
 
..จําเลยมีเจตนาฆ่า ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เป็นเจตนาฆ่าโดยเล็งเห็นผล
..จําเลยเล็งเห็นผลว่าจะทําให้ผู้เสียหายตาย!แต่เมื่อผู้เสียหายไม่ตาย'จึงผิดฐานพยายามฆ่า
..ข้อสังเกต
..ฎีกานี้เป็นบรรทัดฐานได้ว่าการฆ่าโดยงดเว้น หากผลไม่เกิด ก็ผิดฐานพยายามฆ่าได้ เช่น หากแม่ต้องการฆ่าลูก แม่ไม่ให้นมลูกกินลูกอดนมใกล้ตาย แต่มีผู้มาช่วยเหลือทัน แม่ก็ผิดฐานพยายามฆ่าลูกได้เช่นกัน
..แต่ถ้าเป็นการกระทําโดยละเว้น ผู้กระทําไม่ผิดฐานพยายาม เช่น แดงไม่ช่วยดําที่กําลังจะจมนํ้าตายไปต่อหน้า ทั้งๆทีช่วยได้ แต่ขาวลงช่วยจนดําไม่ตายแดงผิด มาตรา 374 ไม่ใช่ มาตรา 374 ประกอบมาตรา 80 เพราะ มาตรา374 เป็นการกระทําโดยละเว้น ซึ่งเป็นความผิดที่ไม่ต้องมีผล/
โฆษณา